ข้อความต้นฉบับในหน้า
อย่าปล่อยมันไปอย่างไร้ค่าเลย.... สามเณรที่โลกต้องการ
เวลามีคุณค่าเกินกว่าจะเอ่ย..... ในวันเข้าพรรษา พี่เณรและ
เวลาแม้เพียงน้อยนิด ยังสามารถ เพื่อน ๆ ได้ตั้งใจกันว่า....พรรษานี้จะ
เปลี่ยนเป็นสมบัติได้อย่างมหาศาล แต่ ปรับปรุงตัวเองให้ดีที่สุด หากเพื่อนรูป
เมฆหมอกฉะนั้น
พระพุทธองค์ตรัสว่า “ตนนั้นแล
า
ฝึกได้ยาก” น้องเณรต้องรักในการฝึก
ฝนอบรมตนเอง อย่าตามใจตนเอง
สมบัติมากมายมหาศาล ไม่สามารถ ใดเห็นข้อบกพร่องของกันและกันแม้ จงเอาชนะใจตนเองให้ได้ “ชัยชนะใด
เปลี่ยนมาเป็นเวลาได้แม้เพียงนิดน้อย
เพียงเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด ๆ
ไม่ยิ่งใหญ่เท่าชนะใจตนเอง” ธรรมดา
ของบัณฑิตทั้งหลายย่อมฝึกตน เพราะ
ตนนั่นแหละเป็นที่พึ่งของตน คนอื่น
คุณค่าของเวลาขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้ ก็ตาม จะต้องช่วยกันชี้แนะสามารถ
มันให้เกิดประโยชน์มากน้อยเพียงใด ตักเตือนกันได้ ผู้ถูกเตือนต้องห้ามโกรธ
ไม่มีอะไรสายเกินไปสำหรับ....เวลาแห่ง ห้ามขัดเคืองแต่รับฟังโดยเคารพเอื้อเฟื้อ ใครเล่าจะเป็นที่พึ่งได้...เมื่อวาระสุดท้าย
การเริ่มทำความดี
โดยปกติทุก ๑๕ วัน เราจะมี
ตั้งแต่เริ่มเข้าพรรษามาจนถึง การประชุมกัน เพื่อเปิดโอกาสให้เพื่อน
วันนี้ นี่ก็ร่วมสองเดือนแล้ว น้องเณร สหธรรมิกได้ชี้ขุมทรัพย์ให้แก่กันและกัน
ลองย้อนมองดูตนเองสิว่า มีอะไรใน พี่เณรว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะทำให้
ตัวเราที่เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดี เราได้รู้ข้อบกพร่องของตนเอง รู้จุดอ่อน
ขึ้นบ้าง....คุณธรรมในตัวของเราได้รับ ที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในซึ่งเราไม่รู้ตัว ทำให้
การพัฒนาให้สูงขึ้นไหม....ความโลภ เราสามารถแก้ไขได้ตรงจุด ที่สำคัญ
โกรธ หลง ได้ลดน้อยลงไปรึเปล่า... ที่สุดคือ เราได้รู้จักตัวของเราเองดีขึ้น
จิตใจของเราได้รับการขัดเกลาให้สะอาด ทำให้ได้ข้อคิดว่า คนที่ควรแก้ไขมาก
บริสุทธิ์ ผ่องใสขึ้นไหม..... หรือเรามี
อะไรใหม่ๆ ให้แก่ตัวเอง ที่คิดว่าดี
กว่าเดิมบ้าง...
ลองถามตนเอง แล้วค้นหาคำ
ที่สุดและเร็วที่สุดคือ ตัวเราเอง...
แห่งชีวิตมาเยือน ยามนั้นย่อมไร้เพื่อน
ช่วยเปลื้องทุกข์ บุญที่ตนได้สั่งสม
เท่านั้นที่เป็นเพื่อนแท้ บุญเท่านั้นที่จะ
ติดตามเราไปทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
ดังนั้นหนึ่งนาทีที่เป็นบัณฑิต ยังดีกว่า
ตลอดชีวิตที่เป็นพาล
ขอให้น้องเณรอย่ายอมแพ้และ
ท้อถอย จงเร่งสั่งสมความดีอย่าหยุด
ยัง แม้บางคราวที่กำลังใจเราถดถอย
ท้อแท้ต่ออุปสรรคที่มาขวางกั้น จงอย่า
ขอเวลาเพียงวันละ ๑ นาที... ยอมแพ้สงครามของความเป็นคน ไม่
เพื่อน้องเณรจะได้สำรวจตัวเอง ว่ามี เช่นนั้นชีวิตของเราจะเวียนวนอยู่ในห้วง
อะไรบ้างที่เรายังบกพร่องอยู่...มีอะไร ทุกข์ อุปสรรคและปัญหาเป็นเพียง
ตอบจากตัวเอง ด้วยตัวเอง....ความคิด บ้างที่เราต้องรีบแก้ไข...หยุดเวลาเอาไว้! ตะแกรงร่อนให้เราแกร่งกล้า ลุกขึ้น
คำพูด และการกระทำทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วค้นหามันให้พบ...เมื่อน้องเณรพบ เถอะ....ก้าวต่อไปด้วยอุดมการณ์อันมั่น
ที่ผ่านมา จะถูกบันทึกไว้ในใจของเรา แล้วจงรีบปรับปรุงแก้ไขโดยเร็วเถิด อย่า คง ปณิธานอันแน่วแน่ มุ่งสู่เป้าหมาย
ประดุจวิดีโอเทปที่บันทึกภาพชีวิตทั้ง มัวรอช้า....เดี๋ยวอกุศลจะเข้าครอบงำ สูงสุดนิรันดร์กาล
หมดเอาไว้ ดี...ชั่ว ถูก...ผิด เราย่อม จิตใจ
ธรรมดาของคนพาลมักมีใจอุ่น
รู้อยู่แก่ใจของเราเอง ขณะนี้เราดี เราต้องยอมรับความจริงอยู่อย่าง มัวเป็นปกติ ย่อมประมาทอยู่เป็นนิตย์
พร้อมทุกสิ่งทุกอย่างแล้วรึยัง หนึ่งว่า....โลกนี้ไม่มีใครสมบูรณ์พร้อม ส่วนบัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญ
ความไม่ประมาท ปราชญ์ย่อมรักษา
ความไม่ประมาท เหมือนรักษาทรัพย์
อันประเสริฐสุด
ความไม่ประมาทเป็นทางไม่ตาย
พี่เณรคิดว่า พรรษานี้เป็นช่วง ทุกๆ คนย่อมเคยผิดพลาดมาก่อนทั้ง
เวลาอันประเสริฐ ที่น้องเณรควรจะหัน นั้น ดังภาษิตที่ว่า “สี่เท้ายังรู้พลาด นัก
กลับมาดูตัวเอง...พิจารณาตนเอง.... ปราชญ์ยังรู้พลั้ง” แต่เมื่อเรารู้แล้ว จง
เตือนตนสอนตนด้วยตนเอง รีบเร่ง แก้ไขอย่าแก้ตัว อย่ากลัวเสียหน้า...
พัฒนาคุณธรรมของเราให้สมบูรณ์พร้อม บุคคลแม้กาลก่อนได้เคยประมาทพลาด ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย
ทั้งภายนอกและภายใน ทั้งหยาบและ พลั้ง แต่หากภายหลังกลับใจไม่ประมาท ผู้ประมาทแล้วก็เหมือนคนตายแล้ว
ละเอียด เพื่อเราจะได้เป็นผู้สมบูรณ์ อีก ย่อมได้ชื่อว่า เป็นผู้ยังโลกนี้ให้สว่าง ผู้ไม่ประมาทย่อมชื่อว่าไม่ตาย
ด้วยวิชชาและจรณะ ให้สมกับเป็น ประดุจพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญที่พ้นจาก คนประมาทย่อมเศร้าโศกสิ้นกาลนาน
...
กันยายน ๒๕๓๘
๓๑
กัลยาณมิตร