ความสำคัญของเพลงในปฏิบัติธรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2538 ฉบับที่ 9 หน้า 101
หน้าที่ 101 / 128

สรุปเนื้อหา

เมื่อใดก็ตามที่เราปล่อยใจเคลิบเคลิ้มไปกับเสียง ในกระแสของเพลงลักษณะดังกล่าว ก็ยังมีศิลปิน เพลง เท่ากับว่า เราปล่อยให้ใจของเราออกนอกศูนย์กลาง คุณภาพอยู่ท่านหนึ่ง ที่ทำเพลงออกมาเป็นเอกลักษณ์ กายฐานที่ ๗ เป็นการปล่อยให้ความทุกข์เข้ามาครอบงำ เฉพาะตน โดยเฉพาะเพลง “แบ่งปัน” คุณศุ บุญเลี้ยง ได้ เราได้ จึงทำให้เกิดความรู้สึกโศกเศร้าเสียใจไปกับบทเพลง ถ่ายทอดเนื้อหาได้อย่างน่าสนใจทีเดียว บางครั้งก็ปล่อยให้ความเพลินเข้ามาครอบงำ โดยคิดว่าฟัง เพลงสนุกๆ แล้วกระโดดโลดแล่นไปตามจังหวะที่เร้าใจ นั่นคือ ความสุข แท้จริงแล้ว ในขณะที่ปล่อยใจออกนอกศูนย์นั้น กระแสดำของโมหะ คือความหลง ก็จะเข้าห่อหุ้มจิตใจของ เรา ทำให้ความสว่างไสวของดวงปัญญาอับแสงลง เพราะฉะนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงบัญญัติ ให้ผู้ปรารถนาจะประพฤติพ

หัวข้อประเด็น

- ความสำคัญของเพลงในปฏิบัติธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เมื่อใดก็ตามที่เราปล่อยใจเคลิบเคลิ้มไปกับเสียง ในกระแสของเพลงลักษณะดังกล่าว ก็ยังมีศิลปิน เพลง เท่ากับว่า เราปล่อยให้ใจของเราออกนอกศูนย์กลาง คุณภาพอยู่ท่านหนึ่ง ที่ทำเพลงออกมาเป็นเอกลักษณ์ กายฐานที่ ๗ เป็นการปล่อยให้ความทุกข์เข้ามาครอบงำ เฉพาะตน โดยเฉพาะเพลง “แบ่งปัน” คุณศุ บุญเลี้ยง ได้ เราได้ จึงทำให้เกิดความรู้สึกโศกเศร้าเสียใจไปกับบทเพลง ถ่ายทอดเนื้อหาได้อย่างน่าสนใจทีเดียว บางครั้งก็ปล่อยให้ความเพลินเข้ามาครอบงำ โดยคิดว่าฟัง เพลงสนุกๆ แล้วกระโดดโลดแล่นไปตามจังหวะที่เร้าใจ นั่นคือ ความสุข แท้จริงแล้ว ในขณะที่ปล่อยใจออกนอกศูนย์นั้น กระแสดำของโมหะ คือความหลง ก็จะเข้าห่อหุ้มจิตใจของ เรา ทำให้ความสว่างไสวของดวงปัญญาอับแสงลง เพราะฉะนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงบัญญัติ ให้ผู้ปรารถนาจะประพฤติพรหมจรรย์งดเว้นจากการฟ้อนรำ ขับร้อง เพื่อเป็นการรักษาใจให้อยู่ที่ศูนย์กลางกายนั่นเอง ผู้เขียนจึงใคร่ขอเสนอว่า หากรักที่จะปฏิบัติธรรม หรือต้องการรักษาใจแล้ว หากเว้นได้ควรเว้น แต่ทั้งนี้หาก เป็นเพลงธรรมะ หรือมีเนื้อหาในเชิงสร้างสรรค์แล้ว ก็พอ จะอนุโลมได้สำหรับปุถุชนทั่ว ๆ ไป เพราะเพลงบางเพลง หากใช้สติปัญญาพิจารณาตรองตามเนื้อหา อาจทำให้ใจใส สว่าง สะอาด ขึ้นมาได้ ดังเช่นในสมัยพุทธกาล มีภิกษุรูป หนึ่งสามารถบรรลุธรรมจากการได้ยินเสียงหญิงร้องเพลง ซึ่งในเนื้อหาของเพลงนั้นกล่าวถึง ความเสียดายในดอกไม้ ที่เคยสดสวยเมื่อวันวาน แต่มาวันนี้กลับเหี่ยวเฉาโรยรา “หอมอันใดจะหอมเท่าใจละมุน ขาวปุยนุ่นไม่ขาวเท่าใจเมตตา หวานอันใดจะหวานเท่ากรุณา สวยเจ้าเอย ดุจฟ้าระบายสีคราม ฝนอันใดใจเท่าฝนปรานี ร้อยพันสีไม่สวยเท่าสีของใจ ฟ้าขาวขาว น้ำที่ว่าใสใส ก็ไม่ใสเท่าใจเราใสเอง ขอให้รักบานในหัวใจของเธอ ปลูกความฝันให้งามทั่วทุกถิ่น ขอความหวังของใจไม่รู้จบสิ้น เมื่อได้ยินคําขอร้องของผู้คน ขอมอบเพลงบทนี้ให้มวลพวกเธอ ผู้งดงามด้วยน้ำใจมีเมตตา เหนื่อยเพียงใดดวงใจยังเปี่ยมศรัทธา เธอผู้ล้ำค่าอ่อนล้าเพื่อมาแบ่งปัน” ภิกษุรูปนั้นท่านก็ตรองตาม แล้วพิจารณาว่าสังขารร่างกาย ทั้งเพลงจะเป็นเรื่องของใจล้วนๆ ไม่ว่าจะเป็นใจ นี้ก็เช่นกัน วันนี้ดูแข็งแรงหนุ่มแน่น แต่อีกไม่ช้าก็ตกอยู่ เมตตา ใจกรุณา ใจใส ๆ ทั้งนี้ใจจะเป็นเช่นนั้นได้ก็ต่อเมื่อ ภายใต้กฎของไตรลักษณ์ มีการเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา ใจนั้นตั้งมั่นอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ทำให้ท่านละความยึดมั่นถือมั่น บรรลุธรรมในที่สุด เมื่อเพลงมีความสำคัญกับการปฏิบัติธรรมถึงขนาดนี้ ปัจจุบันในวงการเพลงบ้านเรามีการแข่งขันกันอย่าง ก็เป็นหน้าที่ของผู้อ่านทุกท่านที่จะพิจารณาเองว่า จะเลือก มาก เพื่อให้เพลงและนักร้องในค่ายของตนฮิตติดตลาด ฟังเพลงชนิดไหน เพราะท่านย่อมเป็นผู้กำหนดหนทาง เพลงที่ผลิตออกมามักจะมุ่งกลุ่มเป้าหมาย คือวัยรุ่น ดังนั้น มรรคผลด้วยตัวของท่านเอง เนื้อหาต่างๆ จึงไม่พ้นในเรื่องรักๆ ใคร่ ๆ อกหัก ผิดหวัง เสียใจ จนเรียกได้ว่าแนวเพลงแทบจะเหมือนกันหมด กัลยาณมิตร ๙๙ กันยายน ๒๕๓๘
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More