การสำรวจเส้นทางและวัฒนธรรมชาวเขา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2538 ฉบับที่ 9 หน้า 73
หน้าที่ 73 / 128

สรุปเนื้อหา

“ขอบพระคุณครับ อาจารย์” เดชศักดิ์ เสียดาย ที่มาทั้งทีไม่ได้เห็นของจริง” น้าน้อย ยิ้มปลื้มรับคำชม “ขอเชิญคุณเดชศักดิ์ ออกมารับรางวัล ได้ที่อาจารย์วันทนี้ค่ะ” น้าวันทนี้สะดุ้งเมื่อได้ยินพี่นิภาเอ่ยชื่อ ว่าไว้ให้พี่วิมลและเบญจ์กลับจากเมืองนอกก่อน แล้วจะพามา จะเที่ยวกันกี่วันก็ได้ พี่นิภาจึง ยิ้มออก บอกว่า “ดีเหมือนกัน จะได้ครบเซท คงสนุก เสียงดัง พอหันมาพี่นิภาก็รีบยัดเยียดท็อฟฟี่ มันกว่านี้เพราะมีแต่พวกเรา” หนึ่งกำมือใส่มือน้าวันทนี พอดีเดชศักดิ์อาสา สมัครเล่ามายืนตรงหน้า น้าวันทนีจึงรีบยื่นให้ ต่อทันทีโดยไม่มีเวลาหันมาต่อว่าพี่นิภา “ขอบคุณมากค่ะ” พี่นิภาอีกนั่นแหละที่ เอ่ยขึ้น พร้อมกับปรบมือน้ำ ทำให้ทุกคนในรถ ปรบมือตามทันที แต่น้าวันทนี้ก็ยังหันมาต่อว่า เมื่อเสียงปรบมือซาลง “นั่นซีพี่นิภา ต้อง

หัวข้อประเด็น

- การสำรวจเส้นทางและวัฒนธรรมชาวเขา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

“ขอบพระคุณครับ อาจารย์” เดชศักดิ์ เสียดาย ที่มาทั้งทีไม่ได้เห็นของจริง” น้าน้อย ยิ้มปลื้มรับคำชม “ขอเชิญคุณเดชศักดิ์ ออกมารับรางวัล ได้ที่อาจารย์วันทนี้ค่ะ” น้าวันทนี้สะดุ้งเมื่อได้ยินพี่นิภาเอ่ยชื่อ ว่าไว้ให้พี่วิมลและเบญจ์กลับจากเมืองนอกก่อน แล้วจะพามา จะเที่ยวกันกี่วันก็ได้ พี่นิภาจึง ยิ้มออก บอกว่า “ดีเหมือนกัน จะได้ครบเซท คงสนุก เสียงดัง พอหันมาพี่นิภาก็รีบยัดเยียดท็อฟฟี่ มันกว่านี้เพราะมีแต่พวกเรา” หนึ่งกำมือใส่มือน้าวันทนี พอดีเดชศักดิ์อาสา สมัครเล่ามายืนตรงหน้า น้าวันทนีจึงรีบยื่นให้ ต่อทันทีโดยไม่มีเวลาหันมาต่อว่าพี่นิภา “ขอบคุณมากค่ะ” พี่นิภาอีกนั่นแหละที่ เอ่ยขึ้น พร้อมกับปรบมือน้ำ ทำให้ทุกคนในรถ ปรบมือตามทันที แต่น้าวันทนี้ก็ยังหันมาต่อว่า เมื่อเสียงปรบมือซาลง “นั่นซีพี่นิภา ต้องเลี่ยงว่าครั้งนี้เรามา สำรวจเส้นทางไงล่ะ จะได้วางแผนเที่ยวว่าจะ ใช้เวลาสักกี่วันดี” ฉันช่วยเสริมปลอบ รถแล่นเลยไปถึง ก.ม.ที่ ๒๙ ซึ่งก็ไม่ ไกลจากศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา ดอยมูเซอมากนัก ช่วงห่างกันแค่ ๓-๔ ก.ม. แต่อยู่คนละฟากถนน ณ ที่ ก.ม.๒๙ ก็เป็น “แหม! นิภา ทำเอาน้าตกใจแน่ะ ไม่มี ร้านขายผลิตผลของชาวไทยภูเขา ทุกคนในรถ การสะกิดกันก่อนเลยนะเรา” พี่นิภาหัวเราะร่วน พร้อมกับยกมือไหว้ เป็นการขอขมา น้าน้อยได้แต่มองค้อนนิดๆ พร้อมกับหัวเราะขณะส่ายศีรษะ ระอาความ ล้นของพี่นิภาของเรา ชะเง้อดู แม้กระทั่งน้าแหม่มก็ไม่ละเว้น ชะเง้อ ดูว่าชาวเขาเอาอะไรมาขายบ้าง เพื่อจะอุดหนุน ซื้อไว้เป็นที่ระลึก คนขายก็พยายามกวักมือ เรียกให้เราลง แต่แล้วพวกเราก็ได้แต่ยิ้มและ ส่ายหน้าตอบ น้าแหม่มประชดนิด ๆ ว่า “ใครจะซื้อผักอะไรบ้างมั้ย จะให้รถจอด ๑๐ นาที” อ้อ....เบญจ์จ๋า ฉันเกือบลืมเล่าไปว่า พอ เลยอุทยานร่วม ๑๐ กิโล ก็ราว ก.ม.ที่ ๒๖-๒๗ ทางซ้ายมือฉันเช่นกัน ฉันก็เห็นป้าย “ศูนย์ “โธ่!...น้าแหม่มก็...” พี่นิภาต่อว่า “ผัก พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาดอยมูเซอ” ฉัน ทั้งนั้นนะคะ” สะกิดให้พี่นิภาดูป้ายขณะจดชื่อ ฉันกระซิบ ใช่ เบญจา ผักทั้งนั้นโดยเฉพาะ ถามน้าแหม่มว่า พรุ่งนี้น้าจะให้เราแวะเข้าไปมั้ย กะหล่ำปลีดอกโตเบ้อเริ่มเลย ใครจะไปซื้อ ก็ เพราะอยากดูความเป็นอยู่ของชาวเขา ยิ่งน้า น้อยบอกว่าดอยมูเซอและดอยใกล้เคียง เป็นที่ ตั้งนิคมของชาวเขา ๓ เผ่า คือ เผ่ามูเซอ เผ่าลีซอ และเผ่าม้ง (หรือแม้ว) ทั้งพี่นิภาและ ฉันก็ยิ่งอยากแวะ พยายามคะยั้นคะยออ้อนวอน ขอแวะ น้าแหม่มได้แต่ say no! ลูกเดียว ขอ กลับพรุ่งนี้โปรแกรมเพียบ เดี๋ยวไม่ถึงเชียงใหม่ น้าน้อยปลอบใจว่าเราได้ฟังน้าเล่าแล้ว ก็พอรู้ประเพณีของเขาบ้าง แล้วได้ดูรูปอีกด้วย ก็ได้เห็นหน้าตาและลักษณะการแต่งกายของ ชาวเขาเผ่าต่างๆ แล้ว ก็น่าจะพอ พี่นิภางยิ้ม ไม่ออกเลยจะเบญจ์ บ่นพึมพำว่า “เสียดาย แหม่มคงต้องการให้จอด น้าแหม่มกลับบอกว่า ไม่รู้ว่าจะซื้อไปทำไม เบญจอาจนึกสงสารพวก ชาวเขา แล้วต่อว่าว่าทำไมพวกเราไม่ช่วยอุด หนุนกระจายรายได้ไปสู่ชาวเขาบ้าง ซื้อไปผัด ไปแกงก็ยังดีใช่มั้ย ก็โธ่...เดี๋ยวพวกเราต้องพัก โรงแรมนี่จ๊ะ ซ้ำยังเดินทางต่ออีกหลายวันกว่า จะกลับ ผักเหล่านั้นถ้าซื้อมาก็คงเน่าเกินดอง เป็นแน่แท้ พวกเราจึงนั่งอมยิ้มเฉย ไม่เรียก ร้องขอให้น้าแหม่มสั่งให้คนขับจอด เรารู้นะว่า เป็นลูกเล่นของน้าแหม่ม แล้วต้องการประชด เราด้วย เพราะถึง ก.ม.ที่ ๖๒-๖๓ ของเส้นทาง ๑๐๕ ตาก-แม่สอด คนขับชลอรถ คงนึกว่าน้า กัลยาณมิตร ๗๑ กันยายน ๒๕๓๘
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More