ข้อความต้นฉบับในหน้า
ผมเยี่ยมหน้าเข้าไปในครัวที่
เป็นหัวหน้าของพวกเรา ทำงาน
ร้อยวันพันปีไม่เคยย่างกราย จน ไม่เป็น ไม่รู้งาน ไม่มีน้ำใจ ไม่มี
เกือบจะลืมไปแล้วว่า ข้าวไม่ได้มี สปิริตของความเป็นผู้นำ”
เป็นเสียงชื่นชมเขา
กำเนิดจากจาน! (ก็เห็นตอนมันอยู่
น้ำเสียงก้าวร้าว ไม่มีความ
ในจานทุกทีนี่นา)
“คุยอะไรกันจ๊ะ คุณผู้หญิง”
เคารพยำเกรงของลูกน้อง
ยังคงระเบิดก้องอยู่ในหูของผม มัน
ตัวปัญหา
ผมทักทายเชิงสัพยอก มัทนาเงย
หน้าขึ้นยิ้มแจ่มใส
“กำลังสอนสำลีเรื่องมีดน่ะค่ะ
คุณเธอหยิบผิดอยู่เรื่อยๆ หางเสียง
ติดจะเอ็นดูคนที่กล่าวถึง แต่ก็อดที่
บาดลึกเข้าไปถึงหัวใจ ผมรู้สึกเหมือน
กับธารหัวใจมันแห้งขอด ขาดน้ำ
หล่อเลี้ยง เกิดอาการห่อเหี่ยวและ
พาลจะหมดเรี่ยวแรงเอาดื้อ ๆ นี่นะ
“ช่วยเฉพาะงานที่ตัวเองชอบ
ทำ แต่งานในหน้าที่ ถ้าลงไม่ชอบ
แล้วเป็นไม่ดูดำดูดีได้หน้าตาเฉย”
คนเหน็บแนมคงจะเคยบาดเจ็บมา
บ้างเหมือนกัน “ไม่รู้ว่าอะไรควรทำ
หรือไม่ควรทำในเวลาไหน”
“ข้อดีของเขาเราควรยกย่อง
แต่ข้อบกพร่องควรต้องปรับปรุงก็
อย่ามองข้าม ไม่ใช่เอาความดีของ
ของผม
ไป เพราะถ้าพลาดอย่างนั้นมันเป็น
รับผิดชอบ ซึ่งบางคนเคยกล่าว
อย่างเต็มปากว่า คุณภูชิชเป็นคน
ไม่เอางานเอาการ ดังนั้น ทันทีที่
จะค้อนไม่ได้
“ครัวเรามีมีดที่อๆ อยู่หลาย
หรือ คือรางวัลแห่งความปรารถนา เขามากลบจนมองไม่เห็นข้อบกพร่อง
เพราะคุ้นชินกับประวัติความ อันตรายต่อไปในภายหน้า” เป็น
เหตุเป็นผลอีกเช่นกัน
เล่ม ฉันก็ไม่ว่างลับให้คมเสียที” ย่อหย่อนต่อระเบียบวินัยชนิดไร้ความ
หล่อนปรารภให้ฟัง
“ซื้อเพิ่มคุณ จะได้มีใช้ ที่
ชื่อแล้วก็ทิ้งๆ ไปเสียบ้าง” ผม
ตัดสินใจด้วยวิธีง่ายๆ
“ผมคงพอจะช่วยปรับปรุง
ข้อบกพร่องของเขาได้บ้าง ในฐานะ
ที่มีโอกาสร่วมงานกัน” เป็นความ
ผมได้ทราบข่าวว่าเขาถูกย้ายหน่วย มั่นใจของผมที่ทำให้พลาดอย่าง
“แหม....มันน่านัก ไม่รู้จัก งานมาเป็นลูกน้องของผม ผมจึง มหันต์ เพราะภายใต้ความร่าเริง
ประหยัด ของยังใช้ได้อยู่เรื่องอะไร ผลีผลามคิดแผนการปฏิวัติอุปนิสัย เบิกบานของเขา มันซ่อนภูเขาไฟไว้
จะซื้อใหม่ ลับเล่มที่มีอยู่สักหน่อย ของเขาทันที โดยไม่ได้ไตร่ตรองให้ ทั้งลูกก็ไม่ปาน ผมประมาทเกินไป
ขี้คร้านจะคมกว่าของใหม่ด้วยซ้ำ” รอบคอบเสียก่อนว่าถึงเวลาควรไม่ เลยโดนลาวาอารมณ์ของเขาเข้าจน
โดนหางเลขเข้าจนได้ ผม
ควรอย่างไร ผลก็คือ เหมือนเอามือ
คำพูดของหล่อนไม่ได้ช่วย ซุกหีบ ผมต้องคอยสมานแผลให้ตัว
ให้ผมชานาญการครัวขึ้นหรอก แต่ เองอยู่นี่ไง
กลับทำให้ผมสะดุ้งใจ เพราะไพล่ “คุณภูชิชนี่ ถ้าตั้งใจทำงาน
นึกไปถึงเรื่องราวต้นเหตุที่ทำให้ผม เมื่อไหร่ เขามักจะทำได้ดีกว่าอีก
ขุ่นมัว โยงมาผูกกับอุปมาอุปไมย หลายๆ คน แต่เสียดายที่เขามี
เรื่องมีดในครัว ที่พระอาจารย์ที่ผม ความตั้งใจน้อยไปหน่อย” ผมรับ
นับถืออยู่เคยเทศน์สอนไว้
***
ข้อมูลที่เอ่ยขานถึงเขา มาเป็น
ข้อมูลประกอบ
เหวอะหวะ
ผมเข้มงวดเรื่องระเบียบวินัย
กับภูชิช ตั้งแต่เรื่องเวลามาทำงาน
ซึ่งเขามักมาสายเสมอ โดยมอบงาน
ที่จำกัดด้วยช่วงเวลาว่าจะต้องทำให้
เสร็จแต่เช้าให้ ดูเขาหงุดหงิดรุนแรง
จนสามารถปะทุอารมณ์ออกมาทาง
สีหน้าและน้ำเสียงในทันที
“เรื่องขี้ปะติ้วแค่นี้ ทำไม
“เขาเป็นคนมีน้ำใจ ชอบ ต้องซีเรียสด้วยวะ” เขามักใช้ถ้อย
“คนอย่างคุณไม่เหมาะจะ ช่วยเหลือการงานของผู้อื่นเสมอ” คำประเภทนี้เสมอในยามที่ลืมตัว
กัลยาณมิตร
006
น ายน ๒๕๓๘