ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระศาสดาได้ตรัสเล่าเรื่องบุตร
เศรษฐีผู้มีทรัพย์มาก เมื่อประทับอยู่ใน
ป่าอิสิปปตนมฤคทายวันว่า มีบุตร
เศรษฐีเกิดในตระกูลที่มีสมบัติ ๑๐ โกฏิ
ในกรุงพาราณสี เมื่อเขาเจริญวัยขึ้นก็
ได้ทำการวิวาห์มงคลกับธิดาของเศรษฐี
อีกตระกูลหนึ่ง ซึ่งมีสมบัติ ๑๐ โกฏิ
เช่นกัน
ครั้นต่อมาภายหลัง มารดาและ
บิดาของคนทั้งสองได้ถึงแก่กรรมลงเขา
ทั้งสองได้ประพฤติตนเป็นคนประมาท
ได้คบกับนักเลงสุรา ถูกนักเลงสุรา
ปอกลอก เมื่อกาลเวลาล่วงเลยไป
ทรัพย์ที่เคยมีอยู่ถึง ๑๖๐ โกฏิ ก็ค่อยๆ
ร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็หมด
เนื้อหมดตัว กลายมาเป็นขอทาน และ
กินอาหารที่เหลือเดนจากผู้อื่น
วันหนึ่ง พระศาสดาทอดพระ
เพราะการฝึกใจให้หยุดเป็นที่สุดแห่งบุญ...
ขอให้น้องเณรจงหวงแหนเวลาไว้เพื่อการฝึกใจให้หยุดนิ่ง
“เวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตคือ เวลาที่ใจหยุดนิ่ง”
ถ้าใจไม่หยุด เวลาที่มีอยู่ก็ไร้ค่า
ดีที่สุดคือใจหยุดในกลางพระธรรมกาย...
เนตรเห็นเขายืนอยู่ที่ประตูโรงฉัน คอย แต่ประกอบการงานในปฐมวัย เขาจะ
ถ้าบุตรเศรษฐีประกอบการงาน
ในปัจฉิมวัย เขาจะได้เป็นเศรษฐีอันดับ
สามของเมืองนี้ ถ้าออกบวชจะได้บรรลุ
สกทาคามี แม้ภรรยาของเขาก็จักดำรง
อยู่ในโสดาปัตติผล
แต่มาบัดนี้...เศรษฐีนั้นเสื่อมแล้ว
ทั้งโลกียทรัพย์และอริยทรัพย์ เพราะ
พวกคนเขลาไม่ประพฤติพรหมจรรย์
ย่อมซบเซาเหมือนนกกระเรียนแก่ ที่
ซบเซาอยู่ในเปือกตมที่หมดปลาฉะนั้น”
รับอาหารที่เป็นเดนจากภิกษุจึงทรงแย้ม ได้เป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองนี้ น้องเณรฟังเรื่องนี้แล้วคิดว่าเรา
พระโอษฐ์ พระอานนท์ได้ทูลถามถึง ถ้าออกบวชจะได้บรรลุอรหัต แม้ภรรยา ควรจะประมาทต่อไปอีกหรือ...โปรดอย่า
เหตุนั้น พระพุทธองค์ตรัสว่า
“อานนท์... เธอจงดูบุตรของ
เศรษฐีผลาญทรัพย์ ๑๖๐ โกฏิ แล้วพา
ของเขาก็จักดำรงอยู่ในอนาคามิผล ปล่อยวันที่มีคุณค่าและเวลาที่มีสาระ
ถ้าบุตรเศรษฐีประกอบการงาน สูญเสียไปกับเรื่องไร้สาระ เราไม่มีเวลา
ในมัชฌิมวัย เขาจะได้เป็นเศรษฐีอันดับ มากพอในการผัดวันประกันพรุ่งต่อ
ภรรยาเที่ยวถือกะลาขอทานอยู่ในนคร สองของเมืองนี้ ถ้าออกบวชจะได้ เป้าหมายอันสูงสุดของชีวิต....เราไม่มี
บรรลุอนาคามี แม้ภรรยาของเขาก็จัก เวลาเหลือเฟือที่จะมานั่งครุ่นคิดในเรื่อง
ไร้สาระ....เราไม่มีเวลาเพียงพอที่จะมา
นี้
ถ้าบุตรเศรษฐีนี้ไม่ผลาญทรัพย์ ดำรงอยู่ในสกทาคามิผล
กัลยาณมิตร
๓๒
กันยายน ๒๕๓๘