การนั่งสมาธิและการรักษาศีล วารสารกัลยาณมิตร ปี 2538 ฉบับที่ 9 หน้า 83
หน้าที่ 83 / 128

สรุปเนื้อหา

ปากดวงใจลูกที่รักแม่มากที่สุดในโลก ตาดูองค์พระทำให้ปวดตา ตอนหลังหนูก็เริ่มรู้สาเหตุว่า เราตั้งใจมากเกินไป หนูว่าความตั้งใจนี่มันก็ดีนะคะ แต่ ถ้ามากเกินไปก็ปวดหัวเหมือนกัน พอหนูตั้งใจมากไปแล้ว ผลมันออกมาไม่ดีมันก็เลยทำให้หนูเครียดและก็อารมณ์ไม่ดี พออารมณ์ไม่ดีแล้วมันก็คิดมากไปหมด ก็เลยเริ่มท้อบ้าง การเป็น นร นร.อภิญญานี่ก็ไม่ใช่ง่ายๆ นะคะเนี่ย แต่พอหนู ได้กำลังใจจากพี่แอมป์ พี่เต้ย ก็ทำให้รู้สึกดีขึ้น พี่ ๒ คน นี้เป็นพี่และเพื่อนที่ดีของหนูเชียวแหละค่ะ อยู่ที่นี่บางทีก็มี เรื่องกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่หนูก็พยายามทำใจว่า เรา มาจากคนละครอบครัว มาจากสภาพแวดล้อมต่างกัน มี อะไรต่างกันหลายอย่าง ก็ต้องมีความเห็นต่างกันบ้าง และหนูก็คิดว่า ยังไงเราก็เป็น TEAM เดียวกัน ต้องรัก และเคารพซึ่งกันและกัน แต่ห

หัวข้อประเด็น

- การนั่งสมาธิและการรักษาศีล

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ปากดวงใจลูกที่รักแม่มากที่สุดในโลก ตาดูองค์พระทำให้ปวดตา ตอนหลังหนูก็เริ่มรู้สาเหตุว่า เราตั้งใจมากเกินไป หนูว่าความตั้งใจนี่มันก็ดีนะคะ แต่ ถ้ามากเกินไปก็ปวดหัวเหมือนกัน พอหนูตั้งใจมากไปแล้ว ผลมันออกมาไม่ดีมันก็เลยทำให้หนูเครียดและก็อารมณ์ไม่ดี พออารมณ์ไม่ดีแล้วมันก็คิดมากไปหมด ก็เลยเริ่มท้อบ้าง การเป็น นร นร.อภิญญานี่ก็ไม่ใช่ง่ายๆ นะคะเนี่ย แต่พอหนู ได้กำลังใจจากพี่แอมป์ พี่เต้ย ก็ทำให้รู้สึกดีขึ้น พี่ ๒ คน นี้เป็นพี่และเพื่อนที่ดีของหนูเชียวแหละค่ะ อยู่ที่นี่บางทีก็มี เรื่องกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่หนูก็พยายามทำใจว่า เรา มาจากคนละครอบครัว มาจากสภาพแวดล้อมต่างกัน มี อะไรต่างกันหลายอย่าง ก็ต้องมีความเห็นต่างกันบ้าง และหนูก็คิดว่า ยังไงเราก็เป็น TEAM เดียวกัน ต้องรัก และเคารพซึ่งกันและกัน แต่หนูเป็นคนคิดมาก (นิสัยนี พยายามจะเลิกแล้วค่ะ) ก็เลยรู้สึกเสียใจบ้าง โกรธบ้าง เวลาถูกว่ากล่าว แต่ก็ยังมีสติเป็นเครื่องเตือนใจว่า เรามา อยู่ที่นี่เพื่อที่จะมานั่งสมาธิและทำวิชชากับหลวงพ่อ ไม่ใช่ มาเพื่อเรื่องอื่น เป้าหมายของเรามีแค่การทำวิชชาเท่านั้น (เป้าหมายเป็นหลัก อุปสรรคเป็นรอง) ก็เลยทำให้อยู่มาได้ หนูจำได้ว่า หนูยังไม่เคยเล่ากิจวัตรประจำวันให้ แม่ฟังเลย แม่คงจะอยากรู้ใช่ไหมคะ ก็ตั้งแต่ ก็ตั้งแต่ตื่นนอนก็ตื่น ตีห้า จริงๆแล้วจะตื่นสายกว่านี้ก็ได้ ๑๕ นาที แต่หนูเป็น คนแปรงฟันช้าก็เลยต้องตื่นก่อน พอดี 4 ครึ่ง ก็เดินไป นั่งสมาธิ สวดมนต์ อาราธนาศีล ๘ แล้วจึงเดินกลับมา บ้านเพื่อรับบุญต่างๆ หนูได้บุญอาหารก็ต้องไปช่วยจัด food และขนม แม่สังเกตไหมคะว่าหนูใช้คำว่า “รับบุญ” แทน ที่จะใช้คำว่า “เวร” จริงๆ แล้วการที่เราทำอะไรต่าง ๆ เช่นทำความสะอาดบ้าน ก็ได้บุญนะคะ เพราะเราทำเพื่อ ส่วนรวมซึ่งเป็นผู้ที่ปฏิบัติธรรม เมื่อเราอ้านวยความ สะดวกให้เขาเราก็ได้บุญด้วย พอรับบุญเสร็จก็ทานอาหาร แล้วก็จะทำอะไรก็ได้จนถึง ๘.๑๕ น. ก็เข้าแถวไปนั่งสมาธิ ตอนเช้ามีเรียนธรรมศึกษาเล็กน้อย แล้วจึงนั่งสมาธิ เวลา นั่งสมาธิบางวันหลวงพี่จะให้จับกลุ่มกันตัวธรรมะด้วย นั่ง จนถึง ๑๐.๓๐ น. สำหรับผู้ที่รับบุญอาหารแล้วจึงทานข้าว จนถึงเที่ยง และก็ปล่อย free จนถึงบ่ายโมงครึ่ง ก็ไปนั่ง กนยายน ๒๕๕๘ สมาธิถึง ๔ โมง ตอนเย็นก็ take a bath และทานปานะ ๑๔.๓๐ น.ไปสวดมนต์ นั่งสมาธิจนถึง ๓ ทุ่ม แล้วก็เดิน กลับมาบ้านพักทำกิจธุระแล้ว go to bed ก็หมดไปแล้ว ๑ วัน หนูคิดว่าถ้าทั้งวันเราตรึกธรรมะได้ตลอดใจเราก็คง ละเอียด หนูก็กำลังพยายามทำเหมือนกัน โดยเฉพาะการ รักษาศีล ๘ เพราะศีลเป็นเบื้องต้นของสมาธิ ถ้าเรารักษา ศีลให้บริสุทธิ์แล้ว ใจเราก็จะนุ่มนวลละเอียดขึ้น เมื่อเรา นั่งสมาธิใจจะหยุดได้เร็วและดีขึ้นด้วย ศีลข้อที่หนูผิดบ่อยๆ จริง-ไม่เล่น ก็คือการทุ่มทําอย่างเต็มที่ ดังนั้นเวลานั่งสมาธิเราก็ต้องตั้งใจ ตรงไม่คด ให้เราเป็นคนตรง ให้คิด-พูด-ทำ ตรงกัน ก็คือข้อ ๓ เพราะชอบเผลอร้องเพลง ถ้าสังเกตใจตนเอง เวลาร้องเพลง ใจของหนูจะไปตามเนื้อร้องทำนองเพลง ไม่ได้ตรึกอยู่ที่ศูนย์กลางกาย เวลานั่งสมาธิจิตใจก็จะฟุ้ง ซ่าน ทำให้ใจหยุดยาก หลวงพี่เคยสอนอุปสรรคของการ นั่งสมาธิมี ๓ ล.คือ ล.ลุ้น ล.หลับ ล.หลุด และสิ่งที่จะ ทำให้นั่งสมาธิได้ดีขึ้นมี ๓ ส. คือ ส.สติ ส.สม่ำเสมอ ส.สบาย หนูก็นั่งพิจารณาข้อบกพร่อง ๓ ข้อแรกว่า เรามี อะไรที่ไม่ดีบ้าง ส่วนมากหนูจะติดลุ้น และก็มีหลับบ้าง เวลานั่งสมาธิช่วงหลังนี้ หนูจะนั่งได้สบายขึ้น แต่ไม่มาก นัก บางทีก็ยังชอบนำประสบการณ์ในการนั่งสมาธิไป เปรียบเทียบกับคนอื่นบ้าง ซึ่งข้อนี้หลวงพ่อก็ได้สอนว่า ให้ เรานั่งไปอย่างสบาย ไม่ต้องกังวลและไม่ต้องเปรียบเทียบ กับใครแม้จะเป็นตนเอง คือไม่ต้องคิดว่าเมื่อก่อนเรานั่ง กัลยาณมิตร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More