ข้อความต้นฉบับในหน้า
ปากดวงใจลูกที่รักแม่มากที่สุดในโลก
ตาดูองค์พระทำให้ปวดตา ตอนหลังหนูก็เริ่มรู้สาเหตุว่า
เราตั้งใจมากเกินไป หนูว่าความตั้งใจนี่มันก็ดีนะคะ แต่
ถ้ามากเกินไปก็ปวดหัวเหมือนกัน พอหนูตั้งใจมากไปแล้ว
ผลมันออกมาไม่ดีมันก็เลยทำให้หนูเครียดและก็อารมณ์ไม่ดี
พออารมณ์ไม่ดีแล้วมันก็คิดมากไปหมด ก็เลยเริ่มท้อบ้าง
การเป็น นร
นร.อภิญญานี่ก็ไม่ใช่ง่ายๆ นะคะเนี่ย แต่พอหนู
ได้กำลังใจจากพี่แอมป์ พี่เต้ย ก็ทำให้รู้สึกดีขึ้น พี่ ๒ คน
นี้เป็นพี่และเพื่อนที่ดีของหนูเชียวแหละค่ะ อยู่ที่นี่บางทีก็มี
เรื่องกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่หนูก็พยายามทำใจว่า เรา
มาจากคนละครอบครัว มาจากสภาพแวดล้อมต่างกัน มี
อะไรต่างกันหลายอย่าง ก็ต้องมีความเห็นต่างกันบ้าง
และหนูก็คิดว่า ยังไงเราก็เป็น TEAM เดียวกัน ต้องรัก
และเคารพซึ่งกันและกัน แต่หนูเป็นคนคิดมาก (นิสัยนี
พยายามจะเลิกแล้วค่ะ) ก็เลยรู้สึกเสียใจบ้าง โกรธบ้าง
เวลาถูกว่ากล่าว แต่ก็ยังมีสติเป็นเครื่องเตือนใจว่า เรามา
อยู่ที่นี่เพื่อที่จะมานั่งสมาธิและทำวิชชากับหลวงพ่อ ไม่ใช่
มาเพื่อเรื่องอื่น เป้าหมายของเรามีแค่การทำวิชชาเท่านั้น
(เป้าหมายเป็นหลัก อุปสรรคเป็นรอง) ก็เลยทำให้อยู่มาได้
หนูจำได้ว่า หนูยังไม่เคยเล่ากิจวัตรประจำวันให้
แม่ฟังเลย แม่คงจะอยากรู้ใช่ไหมคะ ก็ตั้งแต่
ก็ตั้งแต่ตื่นนอนก็ตื่น
ตีห้า จริงๆแล้วจะตื่นสายกว่านี้ก็ได้ ๑๕ นาที แต่หนูเป็น
คนแปรงฟันช้าก็เลยต้องตื่นก่อน พอดี 4 ครึ่ง ก็เดินไป
นั่งสมาธิ สวดมนต์ อาราธนาศีล ๘ แล้วจึงเดินกลับมา
บ้านเพื่อรับบุญต่างๆ หนูได้บุญอาหารก็ต้องไปช่วยจัด food
และขนม แม่สังเกตไหมคะว่าหนูใช้คำว่า “รับบุญ” แทน
ที่จะใช้คำว่า “เวร” จริงๆ แล้วการที่เราทำอะไรต่าง ๆ
เช่นทำความสะอาดบ้าน ก็ได้บุญนะคะ เพราะเราทำเพื่อ
ส่วนรวมซึ่งเป็นผู้ที่ปฏิบัติธรรม เมื่อเราอ้านวยความ
สะดวกให้เขาเราก็ได้บุญด้วย พอรับบุญเสร็จก็ทานอาหาร
แล้วก็จะทำอะไรก็ได้จนถึง ๘.๑๕ น. ก็เข้าแถวไปนั่งสมาธิ
ตอนเช้ามีเรียนธรรมศึกษาเล็กน้อย แล้วจึงนั่งสมาธิ เวลา
นั่งสมาธิบางวันหลวงพี่จะให้จับกลุ่มกันตัวธรรมะด้วย นั่ง
จนถึง ๑๐.๓๐ น. สำหรับผู้ที่รับบุญอาหารแล้วจึงทานข้าว
จนถึงเที่ยง และก็ปล่อย free จนถึงบ่ายโมงครึ่ง ก็ไปนั่ง
กนยายน ๒๕๕๘
สมาธิถึง ๔ โมง ตอนเย็นก็ take a bath และทานปานะ
๑๔.๓๐ น.ไปสวดมนต์ นั่งสมาธิจนถึง ๓ ทุ่ม แล้วก็เดิน
กลับมาบ้านพักทำกิจธุระแล้ว go to bed ก็หมดไปแล้ว ๑
วัน
หนูคิดว่าถ้าทั้งวันเราตรึกธรรมะได้ตลอดใจเราก็คง
ละเอียด หนูก็กำลังพยายามทำเหมือนกัน โดยเฉพาะการ
รักษาศีล ๘ เพราะศีลเป็นเบื้องต้นของสมาธิ ถ้าเรารักษา
ศีลให้บริสุทธิ์แล้ว ใจเราก็จะนุ่มนวลละเอียดขึ้น เมื่อเรา
นั่งสมาธิใจจะหยุดได้เร็วและดีขึ้นด้วย ศีลข้อที่หนูผิดบ่อยๆ
จริง-ไม่เล่น
ก็คือการทุ่มทําอย่างเต็มที่
ดังนั้นเวลานั่งสมาธิเราก็ต้องตั้งใจ
ตรงไม่คด ให้เราเป็นคนตรง
ให้คิด-พูด-ทำ ตรงกัน
ก็คือข้อ ๓ เพราะชอบเผลอร้องเพลง ถ้าสังเกตใจตนเอง
เวลาร้องเพลง ใจของหนูจะไปตามเนื้อร้องทำนองเพลง
ไม่ได้ตรึกอยู่ที่ศูนย์กลางกาย เวลานั่งสมาธิจิตใจก็จะฟุ้ง
ซ่าน ทำให้ใจหยุดยาก หลวงพี่เคยสอนอุปสรรคของการ
นั่งสมาธิมี ๓ ล.คือ ล.ลุ้น ล.หลับ ล.หลุด และสิ่งที่จะ
ทำให้นั่งสมาธิได้ดีขึ้นมี ๓ ส. คือ ส.สติ ส.สม่ำเสมอ
ส.สบาย หนูก็นั่งพิจารณาข้อบกพร่อง ๓ ข้อแรกว่า เรามี
อะไรที่ไม่ดีบ้าง ส่วนมากหนูจะติดลุ้น และก็มีหลับบ้าง
เวลานั่งสมาธิช่วงหลังนี้ หนูจะนั่งได้สบายขึ้น แต่ไม่มาก
นัก
บางทีก็ยังชอบนำประสบการณ์ในการนั่งสมาธิไป
เปรียบเทียบกับคนอื่นบ้าง ซึ่งข้อนี้หลวงพ่อก็ได้สอนว่า ให้
เรานั่งไปอย่างสบาย ไม่ต้องกังวลและไม่ต้องเปรียบเทียบ
กับใครแม้จะเป็นตนเอง คือไม่ต้องคิดว่าเมื่อก่อนเรานั่ง
กัลยาณมิตร