ข้อความต้นฉบับในหน้า
คราวนี้น้าแหม่มใจดีสั่งให้คนขับจอดรถแล้วดับ
เครื่องตรงทางขึ้นเนิน ปรากฏว่ารถไหลขึ้นเนิน
ไปเอง เล่นเอาพวกเราฮือฮาด้วยความพิศวง
ก็เลยหายพิศวงงงงวยไป
เบญจ์ที่รัก รถยังวิ่ง...วิ่งต่อไปอย่างช้าๆ
แต่ไม่นานเกิน ๕ นาที จากเนินพิศวง น้า
แหม่มก็ให้คนขับหยุดรถ แต่ไม่ให้พวกเราลง
คนขับได้บีบแตรแป้น ๆ อีก ๓ ปี แล้วยกมือไหว้
ฉันก็ไหว้ด้วยพร้อมทั้งอธิษฐานขอให้เดินทาง
ปลอดภัย ในขณะที่น้าแหม่มบอกว่านี่คือศาล
เจ้าพ่อขุนสามชน อ้อ....เกือบลืม....ศาลเจ้าพ่อ
ขุนสามชนอยู่ทางขวามือ และมีลักษณะเดียว
งงงวยกันเป็นการใหญ่ คนขับรถก็พยายาม
ทำให้เราดู ๒-๓ ครั้ง โดยแนะให้พวกเราแบ่ง
กลุ่มทีละครึ่งคันรถผลัดกันลงไปดูที่ถนน อีก
พวกหนึ่งนั่งในรถเป็นสักขีพยานว่า เขาได้ดับ
เครื่องรถแล้วจริงๆ เออ! แปลกนะรถเดินหน้า
เอง ถอยหลังเองทั้งๆ ที่รถดับเครื่องแล้ว เมื่อ
ทุกคนขึ้นรถแล้วก็ยังพูดเรื่องเนินพิศวงไม่รู้จบ กับศาลเจ้าพ่อพะวอนะจ๊ะ อยู่ห่างราว ๑๐
ในที่สุดน้าแหม่มจึงจับไมโครโฟนขึ้นพร้อมกับ กิโลเมตรคงได้ น้าแหม่มขี้นิ้วไปยังหนึ่งในไกด์
กรอกเสียง
“นักศึกษาคะ เรื่องรถไหลขึ้นเนินเอง
โดยไม่ได้ติดเครื่องนั้นเป็นเรื่องแปลก น่าพิศวง
ใช่มั้ยคะ”
เสียงนักศึกษารับคำ น้าแหม่มจึงกล่าว
ต่อด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า
“นักวิทยาศาสตร์ทั้งไทยและต่างชาติก็
มาทดสอบแล้วนะคะ ถึงสาเหตุดังกล่าว ก็พบ
ว่าเกิดจากภาพลวงตาค่ะ”
“ภาพลวงตา เอ๊ะ! จะเป็นได้ยังไงคะ
พวกเราก็ลงรถไปดูกันทุกคน เห็นแจ้งกระจ่าง
ตาว่ามาจากที่ต่ำจึงขึ้นสู่เนินที่สูง
“ใช่ค่ะ นิภา เราเห็นเช่นนั้นจริงๆ น้าก็
เห็นเหมือนที่หลานเห็นแหละค่ะ เขาถึงว่าเป็น
ภาพลวงตาไงคะ”
“แล้วมันลวงตายังไงครับอาจารย์”
ประวิตรถาม
“เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์ได้มีการวัด
หนุ่มประจำวัน บอกว่า “เธอแน่ะ...ยังไม่ได้
พูดเลยอธิบายหน่อยซิ” หนุ่มนั้นจึงเกริ่นวลีดัง
“เมื่อกูอายุได้ ๑๙ เข้า ขุนสามชนเจ้า
เมืองฉอด มาที่เมืองตาก
เมื่อเขาพูด ปรากฏว่ามีหลายคนทํา
เสียงพึมพำตาม บ้างก็ปรากฏพึมพำต่ออีก
หลายวลี แล้วแต่ใครจะจำได้มากน้อยเพียงใด
ไกด์หนุ่มยิ้มแล้วกล่าวต่อ
“ท่านสมาชิกครับ หลายคนจำได้ขึ้นใจ
แล้วรู้ด้วยว่าข้อความนั้นมาจากศิลาจารึกหลักที่
๑ แห่งสุโขทัย แล้วท่านคงพอทราบแล้วนะครับว่า
เมืองฉอดนั้นมิใช่เมืองแม่สอดหรืออำเภอแม่
สอด ดังที่สมเด็จกรมพระยาดำรงฯ ทรงดำริ
แต่น่าจะเป็นเมืองระบาดมากกว่า เพราะเป็น
เส้นทางไปสู่เมืองตากเก่าได้ง่ายกว่า จะไป
ไหนก็สะดวกกว่าเพราะภูเขาไม่สูงมากเท่าเส้น
ทางที่เรามา ส่วนบนเส้นทางบ้านตาก-แม่
ระดับความสูงของเนินเขาลูกนี้แล้วค่ะ ปรากฏ ระมาดนั้น ปรากฏว่ามีเจดีย์ยุทธหัตถีซึ่งเป็น
ว่าช่วงที่เรามองเห็นเป็นที่สูงนั้น แท้จริงมี ศิลปสุโขทัยแท้คือเมื่อ ๗๐๐ กว่าปีมาแล้ว ตั้ง
ระดับความสูงน้อยกว่าช่วงที่เราเห็นเป็นทาง อยู่บนดอยช้าง ที่ตำบลเกาะตะเภา อำเภอ
ขึ้นเนินค่ะ ดังนั้นรถที่เรามองเห็นว่าไหลขึ้นได้ บ้านตาก สมเด็จกรมพระยาดำรงฯ ทรงพิจารณา
เองนั้น ที่แท้แล้วก็ไหลลงสู่ที่ต่ำกว่า แล้วจน ว่าน่าจะเป็นเจดีย์ยุทธหัตถีครั้งขุนสามชนมา
บัดนี้ก็ยังไม่มีผู้ใดสามารถบอกได้ว่า เหตุใดจึง เมืองตากตามที่ชาวบ้านเล่าขานสืบกันมาครับ”
มองเห็นเป็นภาพลวงตาเช่นนั้นได้”
เมื่อน้าแหม่มพูดเช่นนั้น เรื่องเนินพิศวง
อ่านต่อฉบับหน้า
กัลยาณมิตร
.
๗๓
กันยายน ๒๕๓๘