ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระพุทธรูป
ประติมากรรมมอเตะ
พวกเราทั้งหลายได้ชื่อว่าเป็นผู้มีโชคดีอย่างมหาศาล
ที่ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เพราะในยุคสมัยต่อ ๆ
มา หลังจากพระพุทธองค์ทรงเสด็จดับขันธปรินิพพานไป
มหาชนทั้งหลายต่างก็ยังมีความปรารถนาที่จะได้
แล้ว
เห็นรูปกายของพระพุทอองค์ แม้แค่ในตำนานทางพระ
พุทธศาสนาที่กล่าวถึงพระอุปคุตเถระผู้มีฤทธิ์ หลังจาก
ทรมานพญามารวัสวดีให้มีจิตอ่อนโยนและเลื่อมใสในพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้กล่าวกับพญามารว่า
“เราเองแม้จะตัดกิเลสเข้าถึงคุณแห่งพระอรหัตผล
แล้วก็ตาม จะได้เห็นก็เพียงแต่พระธรรมกาย มีความ
ปรารถนาที่จะได้ทัศนาการพระรูปกายของพระบรมศาลคา
ผู้สมบูรณ์บริบูรณ์ด้วยลักษณะมหาบุรุษ ๓๒ ประการ ชั้น
ไพบูลย์ ตัวของท่าน (พญามารวัสวดี) มีโอกาสได้เป็น
รูปกายของพระบรมศาสดา จงมีจิตอนุเคราะห์แสดงให้
ปรากฏแก่อาตมาด้วยเถิด....”
ในอัคคัญญสูตรพระสูตดันตป์ฎกทีมนิกายปฏิวรรค
พระพุทธองค์ตรัสแก่วาเสฏฐะสามเณรว่า
ตถาคตสฺส เหตุ วาเสฏ® อธิวจนํ ธมฺมกาโย อิตปี
ดูก่อน วาเสฏฐะสามเณร คำว่าธรรมกายนั้นเป็น
ชื่อตถาคตโดยแท้
พระพุทธภาษิตที่มีมาในพระบาลีธรรมบทอีกแห่ง
หนึ่ง ที่พระพุทธองค์ตรัสกับพระวัลกล ผู้บวชเพราะความ
เลื่อมใสในรูปกายของพระองค์ว่า
อปเปษิ วกุกลิ วักกลิ จงถอยออกไป
อิม์ ปูดกาย' น ทสฺสนํ
เป็นของเชื่อยเน่า
ตถาคต
ดูไยร่างกายตถาคตอัน
โย โข วกุกลิ ธมฺนํ ปสฺสติ โส ม ปสฺสดี
ดูก่อนวักกลี ผู้ได้เห็นธรรมผู้นั้นได้ชื่อว่าแลเห็นเรา
ธมฺมกาใย อห' อิศปี เราตถาคต คืออรรมกาย
การ ายทอตธรร/เกาซให้เบีเรูปกาย
ช่างสมือหลายยุคหลายสมัย ต่างพยายามถ่าย
ทอดธรรมกายแห่งพระพุทธองค์ให้เทินเป็นรูปพุทธปฏิมา
ให้บุคคลทั้งหลายสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อ บ้างก็
จินตนาการออกมาให้เห็นเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังบ้าง
เป็นองค์พระปฏิมากรบ้าง แต่การจะถ่ายทอดธรรมกาย
ให้เห็นเป็นรูปกายได้นั้น กระท่า ได้ยากยิ่ง เพราะผู้ที่จะ
สามารถถ่ายทอดออกมาให้พวกเราได้เห็นนั้น จะต้องเป็น
ผู้ได้เห็นธรรมกายเสียก่อน แต่กระนั้นรูปกายที่พยายาม
ถ่ายทอดออกมาให้เราได้เห็นทุกวันนี้ก็คืยพระพุทธรูป ซึ่ง
ช่างต่างก็พยายามแสดงให้ปรากฏใกล้เคียงที่ลุค
จินตนาการของแต่ละคน ทั้งนี้ก็เพื่อจะให้เป็นเครื่องยัง
ศรัทธาของพุท®ศาสนิกชนทั้งหลายให้บังเกิดขึ้น ดังจะ
เห็นในรูปแบบของพระพุทธรูปปางต่างๆหรืออิริยาบถต่างๆ
พระพุท®รูปที่สร้างขึ้นนั้นก็มีความแตกต่างกันด้วย
ตาม
แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตว่า ค่างยุคต่างสมัยหรือต่างแผ่นดิน
การเท็ทที่ประเปฐ
พระพุทธรูปถือว่าเป็นปูชนียวัตถุที่สำา คัญยิ่ง พุทธ
ศาสนิกชนทั้งหลายต่างให้การเคารพบูชา เพราะพระ-
พุทธรูปเป็นการถ่ายทอดให้เห็นแทนรูปกายของพระพุทธเจ้า
การได้เห็นพระททอรูปแม้จะทรงอยู่ในอิริยาบถใดๆก็ย่อม
ยังให้บังเกิดความศรัทธาเลื่อมใส และน้อมนำ ใจให้รำลึก
ถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า การที่จิตใจของบุคคลใดน้อมไป
ในเรื่องใดหรือสิ่งใดๆ ก็จะทําให้บุคคลนั้นมีลักษณะน้อม
ไปตามแบบอย่างเรื่องนั้นหรือสิ่งนั้น เช่น นึกถึงสงคราม
จิคใจก็จะนึกถึงการต่อสู้ประหัตประหารกัน จิตใจก็จะ
รุ่มร้อนคามสิ่งที่นึกคิดอันเป็นเรื่องของสงครามนั้น หาก
นึกถึงภาพทิวทัศน์ จิตใจก็เพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพ
ที่เกิดขึ้นในใจ แต่ถ้าจิตใจของเรานึกน้อมไปถึงพระพุทธ
องค์นั้น ย่อมจะทำให้จิตใจของเราอ่อนโยน บริสุทธิ์ ผ่องใส
จิตใจมีความสงบ เยือกเย็น แม้จะละจากโลกไปในขณะ
นั้นก็จะไปสู่สุคติ ดังนั้นการได้เห็นพระพุทธรูปจึงถือว่า
เป็นการเห็นที่ประเสริฐ
มูลเหตุการปป้า!พระพุทธรูป
พระพุทธรูปนั้น ผู้รู้ในทางศาสนาท่านจัดว่าเป้น
เจดีย์ประเภทหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า “อุทเทกเจดีย์" หมายถึง
เจดีย์หรือสิ่งที่สร้างขึ้นโดยเจตนาอุทิศต่อพระพุทธเจ้า มูล
เหตุของการสร้างพระพุทธรูปนั้น กรมพระยาต่าง รงราชา
นุภาพได้กล่าวอ้างถึงหนังสือเรื่อง ตำนานพระแก่นจันทร์
กัลยาณมิตร ๓๔
ตุลาคม A๕๓๘