ข้อความต้นฉบับในหน้า
ใ/ฐ!/)0551/017^0 ต่อ จาก หน้า ๓๖
พระนั่งขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย ศิลปะอู่ทอง
พระนั่งขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย ศิลปะอยุธยา
จริยาเช่นนี้เรียกว่า “โลภัตถจริยา" เช่น ปางลีลา ปาง
ประทานพร ปางอุ้มบาตร เป็นต้น
การสร้างพระพุทธรูปปางต่างๆ นับตั้งแต่โบราณ
เท่าที่ค้นพบเช่น สมัยคันธารราฐ นิยมสร้างปางสมาธิ ปาง
มารวิชัย ปางอุ้มบาตร ปางประทานอภัย ปางประทานพร
ปางยมกปาฏิหาริย์ ปางปรินิพพาน ปางลีลา ยุคสมัยต่อ
มาเช่น ในอินเดีย ลังกา ก็มีการสร้างพระพุทธรูปใน
ลักษณะที่ใกล้เคียงกัน
มุทธ^ล!/!! ประเทศไทย
ประเทศไทยเป็นประเทศที่พระพุทธศาสนาปักหลัก
หยั่งรากลึกจนกลายเป็นวิถีชีวิตของคนไทย ดังนั้นการ
สร้างพระพุทธรูปจึงเป็นศิลปกรรมที่สะท้อนเอกลักษณ์แห่ง
ขนบธรรมเนียมประเพณีของไทย พระพุทธรูปที่สร้างขึ้น
ในไทยนั้น สามารถจำแนกได้เป็นยุคสมัยต่างๆ คือ สมัย
ทวารวดี สมัยศรีวิชัย สมัยลพบุรี สมัยเชียงแสน สมัย
สุโขทัย สมัยอู่ทอง สมัยอยุธยา จนถึงสมัยรัตนโกลินทรี
โดยเฉพาะในสมัยรัตนโกสินทรี นิยมสร้างพระพุทธรูปกัน
มาก แต่ละรัชสมัยของพระมหากษัตริย์จะมีรายละเอียด
ของพระปฏิมากรแตกต่างกันไปเป็นพระพุทธรูปปางต่างๆ
หลายๆ อิริยาบถของพระพุทธองค์ คือสมัยทวารวดีมีราว
๙ ปาง สมัยศรีวิชัยที่พบมี 5 ปาง สมัยลพบุรีที่พบมี
ปาง สมัยเชียงแสนมี ๑๐ ปาง สมัยสุโขทัยมี
สมัยอู่ทองมี ๓ ปาง สมัยอยุธยามี ๓ ปาง
m
๙
๓' ปาง
ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น พระบาทสมเด็จ
พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์ที่จะชักจูงใจช่าง
ให้สร้างพระพุทธรูปในอิริยาบถต่างๆ ให้มากขึ้น จึงได้
ทรงหารือกับทางฝ่ายศาสนา ศึกษาคัดเลือกพุทธประวัติ
ตอนต่าง ๆ ซึ่งสามารถจะแสดงอิริยาบถในรูปประติมา
กรรมได้ ปรากฏว่าได้มีปางต่างๆ เกิดขึ้น รวมกับปาง
ที่เคยสร้างมาแล้วด้วยรวม 50 ปางด้วยกัน ปัจจุบันมี
พระพุทธรูปต่าง ๆ ในประเทศไทยรวมแล้วประมาณไม่
น้อยกว่า ๕๐ ปาง
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ซึ่งพระองค์เป็นนักปราชญ์ ได้ทรงสอบสวนลักษณะพระ
พุทธรูปและทรงคิดแบบอย่างพระพุทธรูปขึ้นมาใหม่ ให้
มีพุทธลักษณะคล้ายมนุษย์มากยิ่งขึ้นคือไม่มีพระเกตุมาลา
กัลยาณมิตร
๖๘
ตุลาคม ๒๕๓๘