ข้อความต้นฉบับในหน้า
แล้วกล่าวว่า “นานนักหนาข้าพเจ้าเพิ่งได้เห็นฤาษี ข้าพเจ้าไม่มีความต้องการราชสมบัติเลย ข้าพเจ้า
ผู้ยินดีในธรรมคุณ นุ่งห่มผ้าย้อมฝาด ครองผ้า จักบวช”
คากรองปกปิดโดยรอบ ขอท่านผู้เจริญจงรับ
ปุโรหิตจึงกล่าวว่า “หัตถิปาละลูกรัก เจ้า
อาสนะ น้ำ ผ้าเช็ดเท้าและน้ำมันทาเข้า ข้าพเจ้า จงเรียนวิชาและจงแสวงหาทรัพย์ จงปลูกฝังบุตร
ขอย้อนรับท่านด้วยสิ่งของมีค่ามาก ใต้กรุณารับ และธิดาให้ดารงอยู่ในเรือนเสียก่อน แล้วจงบริโภค
ของมีค่ามากของข้าพเจ้าเกิด
กลิ่น รส และวัตถุกามทั้งปวงเถิด กิจที่จะอยู่ป่า
ทัตถิปาลกุมารกล่าวเชิญฤาษีทั้งสอง เมื่อเวลาแก่สำเร็จประโยชน์ดี มุนีใด บวชในกาล
ปุโรหิตแปลงแกล้งถามว่า
“ท่านคิดว่าเราทั้งสองเป็นใครกัน”
“ข้าพเจ้าคิดว่า พวกท่านเป็นฤาษีผู้อยู่ใน
หิมวันตประเทศ”
ปุโรหิตแปลง จึงบอกว่า
“พวกเรามีใช่ฤาษี นี่คือราชาเอลการี
เราคือปุโรหิตผู้เป็นบิดาของเจ้า"
เช่นนี้ได้ มุนีนั้น พระอริยเจ้าสรรเสริญ
พระราชารับสั่งกับทัตกิปาลว่า
“บิดา
มารดาของเจ้าก็แก่เฒ่าชราแล้ว แต่ก็มีความหวัง
จะให้เจ้ามีความสุข มีอายุยืนยาว ไม่มีโรคมีภัย”
“ข้าแต่พระราชาผู้ประเสริฐ” หัตถิปาล
กุมารกล่าว "ขึ้นชื่อว่าความตายไม่เคยเป็นเพื่อน
กับใครหรือแม้ผู้ใด จะพึงรู้ว่าเราจักไม่ตาย มารดา
“เพราะเหตุไร บิดากับพระราชา จึงต้อง บิดาอยากเห็นบุตรของตนมีอายุยืนร้อยปี ไม่มี
ปลอมเป็นฤๅษี" ทัตติปาลกุมารถาม
“เพื่อจะทดลองดูว่า ถ้าเจ้าเห็นพวกเรา
แปลงเป็นฤๅษีแล้วจะไม่ออกบวช เราจึงจะอภิเษก
เจ้าให้เสวยราชสมบัติ”
โรคภัยเบียดเบียน เปรียบดังบุรุษเอาเรือมาจอด
ไว้ที่ท่าน้ำ รับคนฝั่งนี้ลงถึงฝั่งโน้น แล้วย้อนกลับ
รับคนฝั่งโน้น พามาส่งถึงฝั่งนี้ ฉันใด ชรา และ
พยาธิก็ย่อมนำ เอาชีวิตสัตว์ไปสู่อำนาจแห่ง
หัตถิปาลกุมารกล่าวว่า “ข้าแต่ท่านบิดา มัจจุราชอยู่เนืองๆ ฉันนั้น”
ครั้นหัตถิปาลกุมาร แสดงชีวิต
และสังขารแห่งสัตว์เหล่านั้นว่า เป็น
ของนิดหน่อยอย่างนี้แล้ว จึงถวาย
โอวาทพระราชาว่า “ขอเดชะพระ
มหาราชเจ้า ขอพระองค์ดำรงอยู่เป็น
สุขเกิด ชรา พยาธิ และมรณะ ย่อม
รุกรานเข้าใกล้ข้าพระพุทธเจ้าผู้กำลัง
กราบทูลสนทนาอยู่ลับพระองค์ทีเดียว
ขอพระองค์อย่าได้ทรงประมาท มัว
เมา” แล้วถวายบังคมลาพระราชา
และบิดาของตน ไปบำเพ็ญภาวนาที่
ริมแม่นํ้าคงคา
ในวันรุ่งขึ้น พระเจ้าเอสการีกับ
กัลยาณมิตร
ตุลาคม ๒๕๓๘