ข้อความต้นฉบับในหน้า
รถบัสปรับอากาศคันไม่โตนัก พาเรามาถึงตรง
หน้าตึกแถวหลังหนึ่ง ดูผิวเผินเหมือนร้านค้าขายของที่
อยู่ในย่านเดียวกัน แต่มองดูป้ายที่ติดไว้จึงเข้าใจได้ว่า
เป็นแผนกบริการให้คำปรึกษาการรักษาโรคด้วยแพทย์
แผนจีนที่สืบทอดจากโบราณ ในสังกัดโรงพยาบาลที่
ขึ้นต่อมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนยูนนาน
เวลาที่เรามาถึงตรงกับที่นัดคุณหมอไว้พอดี คือ
ห้าโมงเย็น เรามีเวลากันแค่สองชั่วโมง สำหรับคณะ
ของเราซึ่งมีเกือบเจ็ดสิบคน ได้มีเจ้าหน้าที่ออกมา
ต้อนรับด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส แล้วพาเราไปบน
ชนสอง
ชั้นสองได้แบ่งเป็นห้องเล็กๆ หลายห้อง เจ้า
หน้าที่ได้พาเราไปนั่งที่ห้องประชุมห้องหนึ่ง ได้มีศาสตรา
จารย์ เฉng Voolong ออกมากล่าวทักทาย ด้วย
ภาษาไทยที่คล่องแคล่ว จนทำให้นึกว่าเป็นคนไทย
หลายครั้ง พร้อมกับเชิญชวนให้ดื่มน้ำชาหิมะ ซึ่งมีสีแดง
เพื่อดับกระหาย ก่อนที่จะแนะนำให้ความรู้ต่อไป
โรงพยาบาลแพทย์แผนจีนคุนหมิงแห่งนี้ เป็น
โรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลยูนนาน ขึ้นต่อมหา
วิทยาลัยแพทย์แผนจีนยูนนาน ก่อตั้งขึ้นมาเป็นเวลา
กว่าสี่สิบปีแล้ว มีเตียงคนไข้ทั้งหมดประมาณ ๕๐๐ เตียง
มีแพทย์เกือบ ๒๐๐ คนไน เอ๓ แผนก สำหรับแผนกที่
เรามาเยือนนี้ เป็นแผนกหนึ่งที่เปิดบริการแก่ผู้ที่มา
เยือนมณฑลยูนนาน ไม่ว่าจะเป็นคนจีนเองหรือชาว
ต่างประเทศก็ตาม ซึ่งแผนกนี้เพิ่งจะเปิดให้บริการมาได้
๓ ปี และขาวต่างประเทศที่มาเยือนแผนกนี้มากเป็น
ตุลาคม ๒๕๓๘
อันดับหนึ่งคือคนไทย ค่า อธิบายง่ายๆ คือคนไทยมา
เทียวมณฑลยูนนานมากกว่าชนชาติอื่นนั่นเอง
คุณหมอเจียงยังเล่าต่อไปอีกว่า มีบุคคลที่มีชื่อ
เสียงในประเทศไทยหลายท่านได้มาเยือนโรงพยาบาล
แห่งนี้ อาทิเช่น อดีตนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย,
เอกอัครราชทูตไทย ประจำ กรุงปักกิ่ง เป็นต้น
การให้บริการของที่นี่มีหลายอย่าง ในวันนี้พวก
เรามีโอกาสและเวลาได้สัมผัสเพียงบางส่วน อาทิเช่น
การให้ค่า ปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญในสายต่างๆ ที่มี
ประสบการณ์มาอย่างมากมาย โดยการตรวจชีพจร
หรือการแมะนั่นเอง
อวัยวะต่างๆ ของคนเราจะสะท้อนออกมาใน
ชีพจร ดังนั้นการจับชีพจรโดยนิ้วทั้งสามคือนิ้วชี้, นิ้ว
กลาง, นิ้วนาง วางลงบนข้อมือทั้ง ๒ ข้างของผู้ป่วย
โดยผู้ที่มีประสบการณ์และมีจิตสงบเป็นสมาธินั้น จะ
ท่า ให้สามารถวินิจฉัยอวัยวะในร่างกายที่เกิดความผิด
ปกติ และเป็นสาเหตุแห่งการเจ็บป่วยได้เป็นอย่างดี
โดยข้อมือข้างซ้ายจุดหน้า เป็นตำแหน่งของหัว
ใจ จุดกลางเป็นตับ จุดหลังเป็นไต ส่วนข้อมือข้างขวา
จุดหน้าเป็นตำแหน่งของปอด จุดกลางเป็นกระเพาะ
อาหาร ม้าม และ ไล้ จุดท้ายเป็นไต
การจับชีพจรเป็นหนทางที่จะสื่อภาวะสุขภาพผ่าน
จากชีพจรสู่การสัมผัสของนิ้วและผ่านต่อไปสู่จิตสำนึกได้
กล่าวกันว่าแพทย์ผู้ตรวจชีพจรของผู้ป่วย นอกจากจะ
ให้การวินิจฉัยแล้ว ยังเป็นการรักษาไปด้วย เพราะ
ความรู้สึกของแพทย์ผู้ต้องการให้ผู้ป่วยหาย ได้ผ่านสู่
ชีพจรของผู้ป่วย ทำให้เกิดผลในการรักษา ในขณะ
เดียวกันแพทย์ก็ได้รับบุญกุศลตอบสนอง เกิดความ
ยืนดีและความสุขด้วยเช่นกัน ทั้งนี้เพราะกระแส
ปราณะได้ผ่านถึงกันระหว่างแพทย์และผู้ป่วยทางชีพจร
นั่นเอง
ถึงแม้ว่าจะเป็นโรงพยาบาลแพทย์แผนจีนโบราณ
แต่มีการพัฒนาวิทยาการให้ก้าวทันโลกอยู่เสมอ การ
จับชีพจร มีข้อได้เปรียบกว่าการตรวจด้วยวิธีการทาง
การแพทย์แผนปัจจุบันหลายอย่าง แต่บางทีก็ด้อง
อาศัยเครื่องมือพิเศษตรวจเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ความถูก
ต้องแม่นยำยิ่งขึ้น นับว่าเป็นการเปิดกว้างทางความคิด
0 กัลยาณมิตร