ข้อความต้นฉบับในหน้า
โอรสคือสมบัติของแผ่นดิน เป็นคนของประชาชน มิใช่
พระลูกรักที่ทรงทะนุถนอมแหนหวงไว้เพียงพระองค์เดียว
ได้อีกต่อไป สมเด็จพระบรมราชชนนีทรงต้องอดทนอย่าง
ยิ่ง ต่อสภาพแวดล้อมและบุคคลรอบข้าง ในฐานะที่ทรง
เป็น “สมเด็จแม่” ของพระมหากษัตริย์ที่มาจากสามัญชน
ทำให้วางพระองค์บากอยู่แล้ว ยิ่งมีเหตุการณ์ต่างๆ
เกิดขึ้นนั้นทำให้กระทบกระเทือนมาถึงพระเกียรติ แต่ม
ได้ทรงหวั่นไหว ทรงตั้งพระทัยอย่างเด็ดเดี่ยวว่า จะทรง
เลี้ยงดูพระราชโอรสให้ดีที่สุด เพื่อชาติบ้านเมือง
ดง
ความปรากฏในลายพระหัตถ์ที่ทรงมีมาถึงสมเด็จพระพัน
วัสสาฯว่า
“ตกของหม่อมฉัน หม่อมฉันรักอย่างดวงใจ และ
หม่อมฉันมีความตั้งใจอยู่เสมอที่จะนำลูกไปในทางที่ถูกที่ผิ
สำหรับจะโค่เป็นประโยชน์แก่ตัวเอง ชาติและบ้านเมือง
ตัวของหม่อมฉันเองท่านประโยชน์อะไรให้บ้านเมืองไม่ได้
มาก แต่บ้าได้ช่วยลูกๆ ให้ได้รับการอบรมและเล่าเรียน
ในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่บ้านเมืองได้แล้ว หม่อมฉันจะ
รู้จักชื่นใจเหมือนกัน....”
(จากพระนิพนธ์ “เจ้านายเล็กๆ-ยุวกษัตริย์”)
จากบทประทานสัมภาษณ์พิเศษ ของลบเด็จพระ
เจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ในปี พ.ศ.๒๕๒๑
เป็นสิ่งยืนยันถึงน้ำพระทัยของสมเด็จพระบรมราชชนนีได้ดี
“ในครอบครัวของเรา ความรับผิดชอบเป็นของ
ไม่ต้องผิด เป็นธรรมชาติ นั่งที่สอนกันอันแรกคือ เราจะ
ทำอะไรให้เมืองไทย...”
บทประทานสัมภาษณ์พิเศษนี้ ยังสะท้อนให้เห็นว่า
สมเด็จพระบรมราชชนนีปลูกฝังให้พระราชโอรส-ธิดา ได้
คำนึงถึงพระราชภารกิจที่ทรงมีต่อบ้านเมืองมาตั้งแต่ยังทรง
พระเยาว์ มิใช่เป็นเพียงบุญบารมีของพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวเท่านั้นที่ทรงมี “สมเด็จพระบรมราชชนนีที่
ดีเลิศ” แต่เป็นบุญที่เกี่ยวเนื่องมาถึงชาติไทยด้วย
เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอาบันทมหิดลเสด็จ
พระราชดำเนินกลับประเทศไทยในวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.
๒๕®® พร้อมสมเด็จพระบรมราชชนนีและสมเด็จพระ
ราชอนุชา ครั้งนั้น นำความปลาบปลื้มปีติอย่างล้นเหลือ
มาสู่ประชาชน ดวงใจที่เคยล้างว้าง เพราะไร้กษัตริย์เป็น
ไหนเหตุการณ์บ้านเมืองอยู่ในสภาพคับขัน
ฉัตรแก้ว
สงครามโลกครั้งที่ ๒ เพิ่งเสร็จสิ้นใหม่ๆ ทั้งสามพระองค์
คือความสว่างไสว ความหวังในหัวใจของคนไทยทั้งชาติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระสิริโฉมงาม
สง่า พระราชจริยวัตรแสนงดงาม เสด็จพระราชดำเนิน
เคียงคู่สมเด็จพระราชอนุชาไปทุกแห่งหน เพื่อทรงเยี่ยม
เอียนไต่ถามทุกข์สุขของประชาชน พระราชหฤทัยของ
ยุวกษัตริย์ทรงมุ่งมั่นจะสร้างคุณประโยชน์ให้แก่ชาติบ้าน
เมืองอย่างเต็มที่ ระหว่างนั้นประเทศไทยเกิดความบาด
หมางใจระหว่างหมู่คนไทยเชื้อสายจีนด้วยกัน จนเกือบ
จะเป็นจลาจลกลางเมือง และมีปฏิกิริยาต่อต้านรัฐบาล
ความทราบถึงพระกรรณของพระบาทสมเด็จพระ
เจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พระองค์มีพระราชประสงค์จะ
คลี่คลายเหตุการณ์ให้ดำเนินไปสู่ความปกติ จึงมีพระมหา
กรุณาธิคุณปรารถนาให้คนจีนที่พำนักอยู่ในประเทศได้เฝ้าฯ
ใกล้ชิด จึงมีพระราชดำริที่จะเสด็จพระราชดำเนินเยือน
สําเพ็ง แหล่งที่คนไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่มากที่สุด
กระแสข่าวดังกล่าวสร้างความซาบซึ้งปีติใจแก่คนจีนที่เข้า
มาพึ่งพระบรมโพธิสบการเป็นล้นพ้น ขาวสําเพ็งทุกคน
ได้จัดพิธีรับเสด็จอย่างมโหฬาร ได้มีการสร้างซุ้มประตูรับ
เสด็จ ตั้งแต่สะพานทัน ตกแต่งร้านค้าที่อยู่อาศัยด้วย
ดอกไม้สด แพรพรรณให้สวยงามเป็นพิเศษ ที่หน้าบ้าน
ยังจัดโต๊ะหมู่บูชา พร้อมเตรียมของที่ระลึกพิเศษสุด เพื่อ
เตรียมทูลเกล้าฯถวาย เพราะเป็นครั้งแรกในประวัติ
ศาสตร์ที่พระมหากษัตริย์เสด็จประพาสสําเพ็ง
การเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนสาวเพ็งคราวนั้น
ขาวไทยและขาวจีนได้ร่วมมือร่วมใจเตรียมรับเสด็จเต็มที่
ลืมเรื่องบาดหมางใจไปหมด ต่างซาบซึ้งและประจักษ์แก่
ใจว่า พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมต่อพสกนิกรของ
พระองค์อย่างเสมอหน้า โดยมิได้เลือกที่รักมักที่ชังเลย
และรอยร้าวระหว่างคนไทยและคนจีนมิได้เกิดขึ้นอีกเลย
ประสานแนบสนิทเป็นสายเลือดเดียวกันนับแต่นั้นมา ด้วย
พระมหากรุณาธิคุณและความปรารถนาดีขององค์ยุวกษัตริย์
สมเด็จพระบรมราชชนนีมีพระราชหฤทัยชื่นบานด้วย
ความสมปรารถนา ที่ทรงวิริยะอุตสาหะ อภิบาล พระ
ราชโอรสด้วยสองพระหัตถ์เพียงสาวพังพระองค์เอง และ
สมเด็จพระราชโอรสของพระองค์มิได้ทำให้คนไทยผิดหวัง
อ่าน ต่อ หน้า ๕๒
ตุลาคม ๒๕๓๘
กัลยาณมิตร