ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทอฟฟี่แจกสหาย ความคิดไม่เลวนะ ฉันมา
พินิจพิจารณาแล้ว ก็คิดว่าราคาไม่แพงเลยเมื่อ
ก็คือ
คิดถึงผีเมือและเวลาที่เขาเสียไปเพราะการจักสาน
ส่งหนึ่งที่ฉันซี้อให้ยายกุ้งฝอย
กระดานชนวนพร้อมดินสอหินชนวนขุดละ ๑๐
บาทเอง พูดถึงกระดานชนวน คิดถึงเมื่อสมัย
คนเรียกร้องให้ชื้อเซ็งแซ่
หลายร้านที่มีเด็กสาวหน้าตาดีเป็นคน
ขาย ยิ้มแป้นแล้นเชียว เห็นทีจะเอาไว้เรียกคน
ซื้อกระมัง แต่เด็กพวกนี้พูดภาษาไทยไม่ชัด พี่
นิภาบอกฉันว่า พวกนี้คงล้วนแต่ข้ามฟากมา
จากฝั่งพม่า ฉันเถียงว่าอาจเป็นชาวไทยภูเขา
เราเด็กๆ รุ่นเรายังได้ใช้เมื่อชั้นประถม ๑-๒ เผ่าใดก็ได้ เพราะเมืองนี้มีชาวไทยภูเขาหลาย
ท่าแตกมาหลายแผ่นแล้วขอนไม้หลุดลุ่ย แล้ว เม่า แต่เบญจว่าถ้าเบญจมาเห็นเอง เบญจ์ก็
เบญจว่าได้มั้ย เราเคยถูกน้าน้อยมือเพราะ
จะรู้ว่าคงถูกตามพี่นิภาว่านั่นแหละ คือผิวพรรณ
เกียจไปหยิบผ้าชุบน้ำมาลบกระดานที่เขียนแล้ว หน้าตาดี ตาคม ผิวคล้ำเล็กน้อย อย่างที่เรียก
กลับใช้นิ้วแตะน้ำลายดูเอาๆ “ก็มันถูออกได้
ว่า ผิวพม่านัยน์ตาแขกไงละ ไม่ค่อยกล้า
ตอง
เหมือนกันนี่คะ” ฉันยังว่าได้ว่าเบญจ์เคยเถียง พูด ถามอะไรจะตอบว่า “หือ...อ” แล้วบอก
น้าน้อยอย่างนี้ เลยได้รางวัลเพิ่มอีกทีค่าเถียง
นึกแล้วก็ว่า เมื่อเล็กๆ เราคงทำให้ผู้ใหญ่ปวด
หัวไม่น้อย ฉันเล่าเรื่องเราเคยถูกดีให้ยายกุ้ง
ฝอยฟัง เธอหัวเราะกิ๊กชอบใจใหญ่ พอขึ้น
รถก็เอาไปลองเขียน แล้วใช้นิ้วแตะน้ำลายลบ
กระดาน เลยถูกน้าน้อยกว่าสกปรก
พี่นิภาว่า “ตลกจริงแฮะ....ไม่ยักกะถูกดี
เหมือนสมัยเรา”
นาน้อยท่าที่พี่นิภาแกล้งพูดแหย่ แต่แกล้ง
ทำเสียงกุ้งฝอยประชดเรา “นี่ยายกุ้งฝอยชัก
ไม่ได้เรื่องใหญ่แล้ว สงสัยพวกพี่ๆ ตัวดีสอน
เรากระมัง”
แต่ราคาอย่างเดียว พูดเสียจนฉันงง
ให้พี่นิภาช่วยเป็นล่ามตัวเลขจึงถึงบางอ้อ เช่น
๑๐ บาท ก็ว่า เสะบะ ๒๐ กว่า สาวเสะ คงเอา
คำนับทางภาษาเหนือของเรามาใช้ปูน คือ ๒๐
ทางเหนือว่า ชาว แต่เขาออกเสียงว่า สาว ยัง
ไม่รู้หนุ่มสาว เขาจะออกเสียงคำว่า “สาว” ยังไง
๓๐ ก็ออกเสียงว่า สมเสะ 50 กว่า เสเสะ พอ
จำนวน ๕๐ เลยไม่กล้าถาม เกรงจะออกเสียง
ไม่สุภาพจะ
ฉันบอกเบญจ์แล้วไงว่า เด็กพวกนี้พูด
ไทยไม่ชัดคงไม่ค่อยรู้เรื่องไม่เข้าใจภาษาไทยด้วย
พอเราถามอะไรมากๆ เขาก็ตอบไม่ถูก ได้แต่
“เปล่าค่ะ” เจ้าตัวถูกคุริบปฏิเสธ ท่า ยิ้มแล้วส่งเสียงเรียกเจ้าของร้านด้วยภาษาที่เรา
ตาโตหน้าตาเหรอหราน่าสงสาร ขณะที่พี่นิภา ก็ไม่เข้าใจ ฉันว่าคงเป็นภาษากะเหรี่ยงหรือ
อุทานว่า “อ้าว...เป็นงั้นไป!”
เราสามคนเดินเตร่เป็นพญาน้อยชมตลาด
จนหมดตลาดแผงลอยได้ของติดมือพอเป็นที่
ระลึกคนละเล็กละน้อยแล้ว ก็เดินเลียบตาม
ร้านค้าที่เป็นตึกแถว ดูจะมีผ้าซิ่นดีๆ กว่าร้าน
แผงลอย แน่นอนเนื้อผ้าหนากว่า ลวดลาย
สวยกว่า ราคาก็แพงกว่า ร้านเหล่านี้มีไม่น้อย
ผ้ามากมายหลายชนิดดูลานตาไปหมด ดูครั้ง
แรกสวยหมด พี่นิภาว่าถ้าเดินดู ๓ ครั้ง ดูไม่
สวยสักผืน ฉันว่าไม่จริง มันมากมายจนไม่รู้ว่า
ฝันไหนสวยถูกใจเรามากที่สุดต่างหาก เสียง
ตุลาคม ๒๕๓๘
พม่ากระมัง แต่ไม่ใช่ภาษามอญ ไม่ใช่ภาษา
ไทยใหญ่ เพราะฉันพอจะกระดิกหูอยู่บ้าง
นิภาถามเจ้าของร้านว่า เป็นเด็กพม่าที่ช่วย
ขายของหน้าร้าน เจ้าของร้านอ้อมแอ้มตอบว่า
เขาเพิ่งข้ามฟากมา มาเช้าเย็นกลับ พี่นิภา
กระซิบว่าไม่จริงหรอก เด็กสาวพม่าพวกนี้หนี
ข้ามฟากมา ได้ทำงานแม้ค่าจ้างน้อยกว่าค่า
แรงงานปกติ แต่ได้กินดีอยู่ดี ก็ยังดีกว่าฝั่งโน้น
มันก็ธรรมดาแหละนะเบญจ์ ที่คนจะต้องดิ้นรน
ต่อสู้หาที่ที่ดีกว่าอยู่ หรือเบญจคิดว่ายังไงจะ
กัลยาณมิตร
ย่าน"'อฉบับหน้า