การบวชและการละทิ้งสมบัติ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2538 ฉบับที่ 10 หน้า 96
หน้าที่ 96 / 132

สรุปเนื้อหา

พราหมณ์ปุโรหิต แปลงเป็นฤๅษีไปทดลองกับบุตร ชายอีก ๓ คน ของปุโรหิต ก็ได้รับการปฏิเสธเช่น เดียวกับหัตกิปาลกุมาร ทั้งอัสสปาลกุมาร โคปาล กุมาร และอชปาลกุมาร ก็พากันออกบวชไป บาเพ็ญภาวนา ณ ริมฝั่งแม่น้าคงคาร่วมกับ ตกิ- ปาลกุมารพี่ชายคนโต วันรุ่งขึ้น พราหมณ์ปุโรหิตนั่งบนตั่งใหญ่ พลางคิดว่า “บุตรทั้ง - ของเราบวชแล้ว บัดนี้ เหลือแต่เราผู้เดียวเป็นเหมือนมนุษย์ต่อไม้ เราก็ จะบวช” จึงปรึกษากับนางพราหมณีว่า ต้นไม้จะ ได้ชื่อว่าต้นไม้เพราะมีกิ่ง ยอด ใบ ชาวโลกเขา “ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ขอเชิญทอดพระ เหตรแร้งตัวนี้ แร้งในฝูงตัวโดนั้น กินเนื้อแล้ว สำรอกออก จึงบินหนีไปได้ แร้งตัวใดกินเนื้อ แล้วไม่สารอกเนื้อออก แร้งตัวนั้นก็ตกอยู่ในเงื้อม มีอของหม่อมฉัน ครอบครัวของพราหมณ์ปุโรหิต ได้คลายกามทั้งหลายออกทิ้งแล้วส่วนพระ

หัวข้อประเด็น

- การบวชและการละทิ้งสมบัติ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พราหมณ์ปุโรหิต แปลงเป็นฤๅษีไปทดลองกับบุตร ชายอีก ๓ คน ของปุโรหิต ก็ได้รับการปฏิเสธเช่น เดียวกับหัตกิปาลกุมาร ทั้งอัสสปาลกุมาร โคปาล กุมาร และอชปาลกุมาร ก็พากันออกบวชไป บาเพ็ญภาวนา ณ ริมฝั่งแม่น้าคงคาร่วมกับ ตกิ- ปาลกุมารพี่ชายคนโต วันรุ่งขึ้น พราหมณ์ปุโรหิตนั่งบนตั่งใหญ่ พลางคิดว่า “บุตรทั้ง - ของเราบวชแล้ว บัดนี้ เหลือแต่เราผู้เดียวเป็นเหมือนมนุษย์ต่อไม้ เราก็ จะบวช” จึงปรึกษากับนางพราหมณีว่า ต้นไม้จะ ได้ชื่อว่าต้นไม้เพราะมีกิ่ง ยอด ใบ ชาวโลกเขา “ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ขอเชิญทอดพระ เหตรแร้งตัวนี้ แร้งในฝูงตัวโดนั้น กินเนื้อแล้ว สำรอกออก จึงบินหนีไปได้ แร้งตัวใดกินเนื้อ แล้วไม่สารอกเนื้อออก แร้งตัวนั้นก็ตกอยู่ในเงื้อม มีอของหม่อมฉัน ครอบครัวของพราหมณ์ปุโรหิต ได้คลายกามทั้งหลายออกทิ้งแล้วส่วนพระองค์นั้น กลับรับเอากามนั้นได้บริโภคอีก บุรุษผู้บริโภคส่ง ที่ผู้อื่นคายออกแล้ว ไม่พึงได้รับค่า สรรเสริญ” พระราชาทรงสดับค่า ของพระเทวีแล้ว เกิด ความสลดพระทัย รำพึงว่า “เราควรที่จะสละราช สมบัติบวชเลียวันนี้” ทรงชมเชยพระเทวีแล้วตรัส ฉันใด เธอก็ช่วยพยุงฉันให้ขึ้นจากกามได้ด้วยฉัน เรียกต้นไม้ที่ไม่มีกิ่งและใบว่าเป็นตอไม้ ทุกวันนี้ ว่า “ดูก่อนพระนางปัญจาลีผู้เจริญ บุรุษผู้มีกำลัง เราเป็นผู้มีบุตรละทิ้งไปแล้วถึงเวลาที่เราจะออกบวช ช่วยฉุดบุรุษทุพพลภาพผู้จมอยู่ในเปลือกตมขึ้นได้ ในวันรุ่งขึ้น นางพราหมณีคิดว่า “บุตร คนของเราละทิ้งราชสมบัติออกบวช แม้พราหมณ์ นั้น” สามีของเราก็ทิ้งสมบัติ -- โกฏิพร้อมด้วยตาแหน่ง Ao ธ. อ่านจบแล้วได้ข้อคิดอะไรบ้างคะ หัตกิ ปุโรหิตไปสู่สำนักบุตรทั้ง 5: เหมือนกัน เราก็จัก ปาลกุมารเป็นผู้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ออก ไปตามทางที่บุตรของเราไปแล้วเหมือนกัน” พระราชาทรงพระดำริว่า “ทรัพย์สมบัติที่ ไม่มีเจ้าของปกครองย่อมตกเป็นของเรา” ตรัสสั่ง ให้ราชบุรุษไปขนเอาทรัพย์สมบัติมาจากเรือนของ ปุโรหิตทั้งหมด พระอัครมเหสีทรงทราบ จึงทรง ดำริว่า “พระราชสวามีของเราช่างหลงใหลไปขน เอาทรัพย์สมบัติที่เป็นเหมือนคบเพลิง ซึ่งพราหมณ์ ปุโรหิต พราหมณ์และบุตร 5. คน ละทิ้งเหมือน ก้อนเขฬะที่เขาบ้วนทิ้ง เอามาบรรจุไว้ในพระคลัง หลวง เราจะให้ท้าวเธอทิ้งสมบัตินั้นเลีย” แล้วรับ สั่งให้คนไปขนเอาเนื้อสุนัขและโค มากองไว้ที่ หน้าพระลานหลวง สั่งให้ขึงตาข่ายล้อมไว้โดยรอบ แร้งทั้งหลายเห็นเนื้อแต่ไกลจึงโผลงมาเพื่อจะกิน เนื้อนั้น พวกแร้งที่โง่เขลาก็พากันติดอยู่ในข่าย ราชบุรุษจึงจับแร้งตัวหนึ่ง น่ามาถวายพระเทวี พระนางจึงน่า แร้งตัวนั้นไปถวายพระราชาทูลว่า กัลยาณมิตร บวชตั้งแต่อายุเพียง ๑๖ ปี เพราะกลัวความแก่ ความเจ็บ ความตาย จะมาขัดขวางการสร้างบารมี แล้วหลานๆ อย่าประมาทนะคะ รีบสร้างความดี สร้างบุญกุศลเอาไว้มากๆ ในขณะที่ยังมีโอกาส ยังมีลมหายใจอยู่ อย่ารอแต่ว่าให้เป็นผู้ใหญ่กว่านี้ อีกหน่อย แล้วจึงจะสร้างความดี ให้เรียนจบก่อน ค่อยรักษาศีล อย่าผัดวันประกันพรุ่งนะคะ เพราะ การสร้างความดี สร้างบุญสร้างกุศลนั้น หลานๆ ของป้าน้อยสามารถท่า ได้ทุกวัน ไม่จำกัดเพศ และวัยด้วยค่ะ ช่วงเข้าพรรษานี้ ถ้าใครตั้งใจท่า ความดีอะไรแล้วยังไม่ได้ทำ เริ่มได้แล้วนะคะ ก่อนจะสายเกินไป พบกันใหม่ฉบับหน้า ตุลาคม ๒๕๓๘
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More