ข้อความต้นฉบับในหน้า
กิจวัตร-กิจกรรมพระ
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นพระบวชใหม่หรือพระเก่า
ตราบใดที่ยังไม่หมดกิเลส ก็ยังต้องมีงานที่จะต้องทำด้วยกัน
ทั้ง ๒ ฝ่าย งานที่พระภิกษุจะต้องท่ามีอยู่ ๒ งาน คือ
งานที่ ๐ เป็นงานฝึกหัดขัดเกลาแก้ไขความประพฤติ
ตัวเอง ท่านเรียกว่า “กิจวัตร” กิจ แปลว่าสิ่งที่ต้องท่า วัตร
แปลว่าสิ่งที่ควรท่าน พระจึงมีทั้งสิ่งที่ต้องทำ และที่ควรทำ
งานชนิดนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเหล่าพระอร
หันตเจ้าทั้งหลายได้ดีตารางเวลาเอาไว้ให้แล้วว่า วันหนึ่งๆ
พระภิกษุจะต้องทำอะไรบ้าง เช่นตั้งแต่ตื่นขึ้นมาตอนเช้ามืด
ก็ต้องสวดมนต์ทำวัตร ทบทวนพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ
พระสังฆคุณ ทบทวนคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทบ
ทวนเสร็จแล้วก็นั่งสมาธิกันไป พอสว่างขึ้นมาก็ออกไปบิณฑ
บาตแล้วก็กลับมาฉัน พอฉันเสร็จก็สรงน้ำซักผ้าให้เรียบร้อย
แล้วก็ศึกษาพระไตรปิฎก ศึกษาธรรมะของพระสัมมาสัม
พุทธเจ้ากันไป จนเพลก็ได้เวลาฉัน ตกบ่ายก็ศึกษาต่อ ตกเย็น
ก็สวดมนต์ทำวัตร นั่งสมาธิกันอีก หมุนเวียนกันไปอย่างนี้
ทั้งวันทั้งคืน นี่คือกิจวัตรของพระภิกษุ เป็นเรื่องที่ทำเพื่อ
ส่วนตัวของท่านเป็นหลัก
งานที่ เอ เป็นงานที่พระภิกษุจะต้องทำเพื่อบริการประ
ชาชนหรือบริการพระภิกษุด้วยกัน ท่านเรียกว่า “กิจกรรม”
เช่น การเทศน์ให้ญาติโยมฟัง จะได้รู้ดีชั่ว รู้บาปบุญคุณโทษ
ว่าเป็นอย่างไร หรือไปเทศน์ให้พระภิกษุใหม่ท่านฟังด้วย
ในฤดูเข้าพรรษา โดยทั่วไปแล้วแทบทุกวัดที่มีพระ
อาจารย์หรือเจ้าอาวาสเป็นนักบริหาร นักปกครองหรือเป็น
พระผู้ใหญ่แล้ว จะไม่นิยมให้พระภิกษุบวชใหม่ทำกิจกรรม
จะให้ทำแต่กิจวัตร เพื่อให้ท่านเหล่านั้นมีเวลาฟิกทัดขัด
เกลาตัวเอง ให้เวลาท่านศึกษาพระไตรปิฎกมากๆ จะได้รู้ว่า
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนว่าอย่างไร ให้เวลาท่านนั่ง
สมาธิเยอะๆ แล้วก็ให้ท่านยืดเส้นยืดสาย ด้วยการช่วยกัน
กวาดวัด กวาดกุฏิ ขัดส้วมกันไปหรือให้ออกบิณฑบาต เพราะ
การบิณฑบาตนั้นก็เหมือนกับการเดินยืดเส้นยืดสายไปด้วย
เป็นการเดินท่า สมาธิไปด้วย พิจารณาธรรมไปด้วย นี้ก็เป็น
งานส่วนตัวของท่านทั้งนั้น
ในระหว่างเวลานั้น พระภิกษุเก่าก็รับภาระในการบริ
หารวัดและรับภาระในการเทศน์การสอนไปด้วย ขณะเดียว
สิงหาคม ๒๕๔๐
กัลยาณมิตร