ข้อความต้นฉบับในหน้า
ชิ เกดวงใจลูกที่รักแม่ม ที่สุดในโถ
หลวงพี่วิชเชสโกให้มาน่านั่งสมาธิที่ห้องปฏิบัติธรรม หลวงพี่
ท่าน ได้เล่าเรื่องของพระโพธิสัตว์ให้ฟัง นุ่นว่าไม่ได้มากนัก
อาจจะตกหล่นบ้างนะคะ คือ ในชาตินั้น พระโพธิสัตว์
เป็นดาบสอยู่ในป่า วันหนึ่งขณะที่ยืนอยู่ใกล้กับสระบัว ลม
ก็พัดมา พัดเอากลิ่นหอมของดอกบัวมา ดาบสก็สูดอากาศ
และกลิ่นหอมเข้าไป ได้มีเทพธิดานางหนึ่งมาปรากฏอยู่
ตรงหน้า นางพูดตำหนิพระดาบสว่า พระดาบสได้ดื่มกลิ่น
หอมของดอกบัวซึ่งเจ้าของเขาไม่ได้ให้ ถือว่าผิดศีลข้ออทิน
นาทาน พระดาบสกล่าวว่า ลมมันพัดกลิ่นมาเอง แต่นาง
เทพธิดาก็ยังพูดยืนยันเหมือนเดิมอีกว่า ศีลของท่านดาบส
นั้นด่างพร้อยเสียแล้ว ขณะนั้นเอง ได้มีบุรุษผู้หนึ่งทั้งถอน
ดอกบัวและกินเหง้าบัวด้วย ต่อหน้าท่านดาบสและเทพธิดา
ดาบสถามเทพธิดาว่า แล้วทำไมท่านไม่ว่ากล่าวบุรุษคน
นั้นด้วยหละ นางตอบว่า บุรุษผู้นั้นเป็นคนทุศีลอยู่แล้ว ไม่
เกิดประโยชน์อันใดหากจะไปเตือนเขา แต่ท่านเป็นคนที่
บริสุทธิ์ เราจึงต้องมาเตือนท่าน เปรียบได้กับบุรุษนั้นเหมือน
ผ้าขี้ริ้วที่สกปรกอยู่แล้ว แม้จะมีรอยเขื่อนอีกก็ไม่มีใครที่
คิดอยากจะทําความสะอาดอยู่ดี แต่ท่านเหมือนผ้าขาว
บริสุทธิ์ สะอาด แม้มีรอยเปื้อนเพียงนิดเดียวมันก็ไม่ดี
ดาบสได้ฟังดังนั้นก็ชื่นใจ จึงกล่าวกับเทพธิดาว่า ถ้าอย่าง
นั้น หากเราได้ทำสิ่งที่ไม่ดีงามอีก ท่านจงเตือนเราเถิด
กัลยาณมิตร /TT?
..........
692-
แต่เทพธิดากลับพูดในลักษณะที่ว่า ท่าน
ต้องใช้ปัญญาพิจารณาเอาเอง เราไม่ได้มี
หน้าที่มาคอยเตือนท่านนี่ แล้วนางก็หายไป
หลวงพี่ท่านบอกว่า น.ร.อภิญญาก็เหมือน
กัน แม้มีที่ตำหนิเพียงเล็กน้อยก็ไม่ดีแล้ว
ให้เราเสียสละในชาตินี้ เราจะได้ภูมิใจว่า
ตลอดชีวิตของเราได้ทำแต่สิ่งที่ดีๆ ทั้งนั้น
เลย ไม่ได้ทำในสิ่งที่ไม่ดีเลย เวลาที่ใคร
มาเตือนก็ขอให้เราดีใจว่า เพราะเราเป็น
คนมีค่า สะอาดบริสุทธิ์ คนเขาถึงได้มา
เตือนเพื่อไม่ให้เรามีที่ตำหนิ นุ่นชอบตอน
ที่หลวงพี่พูดว่า ให้เราพอใจที่ได้นึกตน
พอใจในการรักษาศีล พอใจที่ได้ปฏิบัติธรรม
แล้วเราจะมีความสุข นุ่นคิดตามไปก็เห็นจริงว่า ถ้าเรา
พอใจในสิ่งที่เราทำา ก็จะมีความสงบ อย่างเช่นการรักษาศีล
คนหนึ่งรักษาด้วยความเต็มใจ พอใจ กับอีกคนที่รักษาศีล
ด้วยความมั่นใจ คนแรกจะมีความสุข ส่วนคนที่สองก็อึด
อัดเป็นทุกข์ใจ ถ้าเราอยากจะมีความสุขก็ต้องหัดให้พอใจ
ในสิ่งที่เราได้ทำา ให้ใช้ปัญญาพิจารณาอย่างแยบคายว่าสิ่ง
ที่เราท่าดีอย่างไร เราจะได้เต็มใจท่า สิ่งนั้น จริงใจกับหน้าที่
ของเรา และก็จะทำมันได้ดีด้วย
เอ! นั่นว่า การรู้จักใช้ปัญญาพิจารณานี้สำคัญนะคะ
อย่างถ้าเราอยู่กับหมู่คณะ ถ้ารู้จักดูและรับแต่สิ่งที่ดีของ
คนรอบข้าง เราก็จะสุขใจมากเลยแล้วก็ยินดีที่จะอยู่ร่วม
กับทีมตลอดไป ส่วนสิ่งที่ไม่ดีเราก็ไม่ต้องไปรับหรือสนใจ
มัน มองผ่านไปบ้าง แหม! ก็มีข้อเสียของเรา เราก็มอง
ม่านหรือยังรู้จักให้อภัยตัวเองเลยนี่นา...น่นอยู่ที่นี่คิดถึง
คุณแม่จังเลยค่ะ นั่นจะพยายามทำตัวให้ดีจนกว่าจะถึงวัน
ที่คุณแม่ได้ภาคภูมิใจในตัวนุ่น และสบายใจไม่ต้องเป็น
ห่วงนั้นอีก ขอให้คุณแม่รักษาสุขภาพร่างกายให้ดีนะคะ
สิงหาคม ๒๕๕๐
ด้วยความเคารพรัก
ลูกมุ่น