ข้อความต้นฉบับในหน้า
ความงามของกัททกาปิลานี แม้จะ ไปในอบายภูมิ ข้าพเจ้าจึงคิดว่า
ปราศจากอาภรณ์ตกแต่งประดับ เมื่อเรามาถึงทาง ๒ แพร่งนี้แล้ว ก็
ประดา ยามปกติก็ยังคงคุณค่าแห่ง ควรจะแยกทางกันเดิน เพื่อป้องกัน
ความงามโดยธรรมชาติไม่เปลี่ยน ความเข้าใจผิดของบุคคลทั้งหลาย
แปลง แต่ไม่ว่าความงดงามของสตรี ในบัดนี้เถิด”
ตรงหน้าจะงดงามปานใด หัวใจที่ “ข้าแต่พระคุณเจ้า ขึ้นชื่อ
สั่งสมด้วยบุญบารมีมาตลอดทุกภพ ว่าสตรีนั้นย่อมเป็นมลทินของบรรพ
ทุกชาติของปิปผลิก็ไม่หวั่นไหว เขา ชิต ดิฉันเข้าใจในความหมายที่พระ
รำพึงคิดขึ้นมาว่า
ดิฉันในบัดนี้”
ขณะที่บุคคลทั้งสองกำลัง
เดินแยกทางกันไปนั้น ผืนแผ่นดิน
อันกว้างใหญ่ที่เคยทอดตัวสนิทนึ่ง
มาเป็นเวลานานเหมือนกับไม่เคย
รับรู้เรื่องราวใดๆ กลับเกิดปาฏิหาริย์
สะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นเสียงดังกัม
ปนาทหวั่นไหว ประหนึ่งจะกล่าว
วาจาให้โลกได้รับรู้ว่า
“ผืนแผ่นดินยันกว้างใหญ่ไม่มี
คุณเจ้าพูดมาแล้ว และเห็นด้วยทุก
“ภัททกาปิลานี ผู้กำลังเดิน ประการ ขอท่านจงเดินไปทางหนึ่ง
ตามหลังเรามานี้ เป็นสตรีที่มีคุณ ส่วนดิฉันก็จะเดินแยกไปอีกทางหนึ่ง ประมาณนี้ สามารถรองรับภูเขา
ค่าควรคู่กับชมพูทวีปทั้งหมด
และ เช่นกัน”
สิเนรุ ภูเขาจักรวาลไว้ได้ทั้งหมด
หากว่าตัวเรากับเธอในสภาพของ ภัททกาปลานกล่าวเช่นนั้น แต่ไม่อาจรองรับคุณความดี และ
นักบวชยังอยู่ด้วยกันเช่นนี้ ใครที่ แล้ว จึงกระทำในสิ่งที่แสดงถึง ความบริสุทธิ์หมดจดแห่งจิตใจของ
พบเห็นก็จะติดว่าเราทั้งสองสามี ความเคารพต่อบุคคลที่เคยได้ชื่อว่า บุคคลทั้งสอง ซึ่งมีมากมายล้นคณา
ภรรยา แม้บวชแล้วก็ไม่แยกจากกัน
ซึ่งเป็นเรื่องไม่สมควร และผู้ที่คิด
เช่นนี้ก็จะตกนรก เพื่อเป็นการตัด
ปัญหาเสียแต่แรกเรากับเธอก็ควร
จะแยกจากกันเสียในบัดนี้
คิดเช่นนี้แล้วก็พอดีเดินมาถึง
ทางแยก ๒ แพร่ง เขาจึงหยุดรอ พอ
ภัททกาปิลานีเดินมาถึง จึงกล่าว
ขึ้นว่า
เป็นสามี โดยการเดินเวียนประทัก
ษิณรอบนักบวชปิปผลิ ๓ รอบ พร้อม
กราบลงในทิศทั้ง ๔ คือ ข้างหน้า
แม้พื้นพสุธาก็สุดที่จะรองรับได้หมด
ลิ้น”
ส่วนเบื้องบนนภากาศ ก็
ข้างหลัง ข้างขวา และข้างซ้าย ใน ปรากฏลายฟ้าแลบแปลบปลาบ ทั้ง
ที่ตุดจึงประณมมือขึ้นกล่าวกับปิปผลิ
วา
ภูเขาจักรวาลก็โอนอ่อนด้วยอานุภาพ
แห่งบุญบารมีของบุคคลทั้งสอง
“ข้าแต่พระคุณเจ้า ตลอด บันดาลให้เป็นไป
ระยะเวลาอันยาวนานนับเป็นแสนกัป
อัศจรรย์จริงหนอ นี่แหละ
เราทั้งสองค่างได้เคยเป็นมิตรที่มี คุณความดีที่ยิ่งใหญ่ ที่ทั้งแผ่นฟ้า
“ภัททกาปิลาน ในสภาพ ความรักใคร่สนิทสนมกันเรื่อยมา และผืนแผ่นดินก็ยังหวั่นไหว ไม่
นักบวชของเราสองคน ข้าพเจ้าคิด วันนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ความชอบ อาจสงบนิ่งได้เช่นที่เคยเป็นมา
พอกันฐานมิตรจะต้องพรากจากกัน
ว่าหากบุคคลใดก็ตามได้เห็นเธอ
เป็นยอดหญิงที่มีความงามเป็นหนึ่ง เพื่อแสวงหาในสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า ท่าน
ในชมพูทวีป เดินตามหลังข้าพเจ้า เป็นชายเป็นชาติเบื้องขวา ทางข้าง
ไปในทุกที่ทุกแห่งหน เขาจะต้อง ขวาจึงเป็นทางของท่าน ส่วนดิฉัน
คิดว่า สองสามีภรรยาแม้จะออก เป็นหญิงเป็นชาติเบื้องซ้าย ทาง
บวชแล้วก็ยังแยกจากกันไม่ได้ และ
เบื้องซ้ายจึงเป็นทางของดิฉัน ดิฉัน
ผู้ที่คิดเป็นอกุศลนี้จะต้องมีชีวิตตก จึงขอลาท่าน เดินไปตามทางของ
(อ่านต่อฉบับหน้า)
กัลยาณมิตร'
๑๑๒ เหาคม ๒๕๔๐