ข้อความต้นฉบับในหน้า
กระเพาะสาวไส้ต่างถูกกดนั้นเนื่องจากนั่งอยู่บนเก้าอี้เป็น
เวลานาน
ผลจากการถูกจำกัดเนื่องด้วยงาน ทำให้ร่างกาย
ท่อนบนเหน็ดเหนื่อย เพราะหัวใจและปอดทำงานหนักใน
การลูบฉีดเลือดให้สมอง ในขณะที่ท่อนกลางอยู่เฉย นับ
แต่อวัยวะทั้งหลายที่อยู่ใต้กระบังลมลงมา ข้างบนเครียด
ข้างล่างหย่อน ตอนบนหนัก ตอนล่างเบาเช่นนี้ นานไป
เกิดการ “เสียแรงล่วง” “เสียการสมดุล” ท่าให้การไหล
เวียนของเลือดไม่สะดวก ก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บร้อยแปด
ตามมา
ในคัมภีร์เคลื่อนย้ายเส้นเอ็นของจีนโบราณ ได้
อธิบายวิธีฝึกฝนร่างกายให้แข็งแรง มีภาพประกอบหลาย
ภาพ แต่น่าเสียดายว่า ภาพเหล่านั้นได้สูญหายไร้ร่องรอย
ไปช้านานแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีกายบริหารบำบัดที่มี
พื้นฐานมาจากหลักการดังกล่าว และมีความเชื่อกันว่าวิธี
นี้พัฒนาผันแปรมาจาก “คัมภีร์เคลื่อนย้ายเส้นเอ็น” ซึ่ง
นักวรยุทธในสมัยก่อนฝึกฝนกันนั่นเอง
“การแกว่งแขน” คือวิธีกายบริหารบำบัด ที่มีเพียง
แต่ท่าให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรงเท่านั้น ยังทําให้อาการ
เจ็บป่วยหาย โรคได้ผ่อนคลาย เรามีวิธีเริ่มต้นโดยยืนตรง
ขาเหยียดตรงปลายเท้าออกแรงจิกพื้น สองขายืนแยกออก
จากกันกว้าง เท่าช่วงไหล่ สองแขนห้อยอยู่ข้างตัวตาม
ธรรมชาติ นิ้วชิดกัน ฝ่ามือหันไปทางหลัง ท้องน้อยทดเข้า
เอวตั้ง หลังยก อกคอคลาย หัวและปากท่าให้เป็นไป
ตามธรรมชาติ
โปรดอย่าลืมว่าส้นเท้าจะต้องเหยียบกดแน่นกับพื้น
ให้ตัวเองเกิดความรู้สึกว่ากล้ามเนื้อต้นขาและที่น่องอยู่ใน
ภาวะตึงเครียด
สองตาเลือกจับอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่งเบื้องหน้า ปัด
ความคิดฟุ้งซ่านออกให้หมด ตั้งสมาธิ รวมศูนย์ความ
สนใจอยู่ที่ขาทั้งคู่
แกว่งแขน เริ่มด้วยแกว่งไปข้างหน้าเบาๆ ไม่ต้อง
ออกแรง ระดับความสูงของแขนให้เป็นไปตามธรรมชาติ
ให้อยู่ในตำแหน่งท่ามุมกับล่างตัวประมาณ ๓๐ องศา ใน
ตอนนี้ให้สนใจนับ จำนวนเที่ยว และจะต้องสนใจใช้แรง
ที่ปลายเท้า ส้นเท้าและท่อนขา
ครั้นเมื่อสองแขนแกว่งลงมาอยู่ในท่าห้อยข้างล่าตัว
ก็ให้แกว่งไปข้างหลัง หนัก ควรออกแรงสักหน่อย แกว่ง
จนเมื่อกล้ามเนื้อมีปฏิกิริยาสะท้อนกลับเกิดขึ้นแล้ว จึง
แกว่งกลับคืนในตอนนี้ ระดับแขนควรอยู่ในตำแหน่งท่า
มุมประมาณ 50 องศากับล่างตัว
11H
สิงหาคม ๒๕๔๐
เคลื่อนไหวแกว่งแขนช้ำเรื่อยไป จำนวนเริ่มจาก
น้อยไปสู่มาก ค่อยๆ เพิ่มขึ้นทีละน้อยจากครั้งละ ๒๐๐-
เที่ยว จะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง
๓๐๐
ที่สำคัญคือต้องยืนหยัด ไม่ควรหวังให้ผลโดยเร็ว
เมื่อบริหารได้ที่ จะมีอาการเรอ ผายลม สองขาปวดเมื่อย
เหงื่อออก หน้าแดง ซึ่งแสดงว่าการบีบตัวของกระเพาะ
ล่าได้เพิ่มขึ้น สมรรถภาพในการย่อยดีขึ้น ขาเมื่อยแสดง
ว่าเลือดลมไปถึงท่อนล่างแล้ว ไม่มีสภาพเป็นบนหนักล่าง
เบาแล้ว
กัลยาณมิตร