ข้อความต้นฉบับในหน้า
ตามรอยหลวงพ่อวัดปากน้ำ
ต่อจากหน้า ๘๖
กายธรรมพระโสดาบัน
กายธรรมพระโสดาบันละเอียด
กายธรรมพระสกทาคามี
กายธรรมพระสกทามีละเอียด
กายธรรมพระอนาคามี
กายธรรมพระอนาคามีละเอียด
กายธรรมพระอรหัต
กายธรรมพระอรหัตละเอียด
ดังนั้น เพื่อความเข้าใจในเรื่องของธรรมกายยิ่งขึ้น
ตามรอยฯ จึงนำเรื่องราวของธรรมกายที่หลวงพ่อได้กล่าวไว้
ในพระธรรมเทศนาของท่าน มาให้ท่านผู้อ่านได้ศึกษา
คำว่า “ธรรมกาย” นั้นมีกล่าวยืนยันไว้ในพระไตรปิฎก
หลวงพ่อได้ค้นคว้ามายืนยันไว้ในพระธรรมเทศนาของท่าน
ดังนี้
ธรรมกายคือพระพุทธเจ้า
“กายมนุษย์เป็นพระพุทธเจ้าไม่ได้ จะเป็นพระพุทธเจ้า
ได้ ต้องเป็นธรรมกาย ธรรมกายเท่านั้นเป็นพระพุทธเจ้าได้
พระองค์รับสั่งด้วยพระองค์เองว่า
“ธมฺมกาโย อห อิติปิ เราตถาคตคือธรรมกาย
ธรรมกายนั้นเป็นพระพุทธเจ้า เป็นพระตถาคตแท้ๆ
ไม่ใช่อื่น อีกนัยหนึ่งในพระสุตตันตปิฎกแท้ๆ ดำรัสไว้ว่า
‘เอต โข วาเสฏฐา ธมฺมกาโยติ ตถาคตสฺส อธิวจน์
ดูก่อนวาเสฏฐโคตรทั้งหลาย คำว่าธรรมกาย ธรรม
กายนั้นเป็นตถาคตโดยแท้
รับสั่งอย่างนี้ ธรรมกายนั้นเองคือพระตถาคตเจ้า"
(จาก ภัตดานุโมทนาคาถา ๙ พฤษภาคม ๒๔๙๗)
ธรรมกายเป็นชื่อตถาคด
“พระสิทธัตถะทรงกระทำความเพียรอยู่ถึง ๖ พรรษา
จึงพบรัตนะอันลี้ลับขับซ้อนอยู่ในพระองค์ คือธรรมกาย มี
สัณฐานเหมือนพระปฏิมากร เกตุดอกบัวตูม มีสีใสเหมือน
กระจก ปรากฏอยู่ในศูนย์กลางกาย
ที่ว่านี้มีหลักฐานในอัคคัญญสูตร ที่พระองค์ตรัสแก่
วาเสฏฐสามเณรว่า ตถาคตสฺส เหต์ วาเสฏฐาธิวจนํ ธมฺม
กาโย อา อิติปิฯ ในสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค
ยืนยันความว่า ดูกรวาเสฏฐสามเณร คำว่าธรรมกาย ธรรม
กายนี้เป็นชื่อตถาคตโดยแท้”
(จาก พุทธคุณ ธรรมคุณ ดังฆคุณ)
คถาคดคือธรรมกาย
“พระองค์รับสั่งกับวักกสิภิกขุว่า
“อเปหิ วกุกล วักกสิจงถอยออกไป
อิมป์ ปูดีกาย ทสฺสน์ มาดูไปเล่าร่างกายตถาคตที่เป็น
ของเป๋อยเน่า
โย โข วกุกลิ ธมฺนํ ปสฺสติ โส ม ปสฺสติ แน่ะ สำ
แดงวักกสิ ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเราตถาคต
ธมฺมกาโย อห์ อิติปิ ผู้ตถาคตคือธรรมกาย
นั้นแน่ะ บอกตรงนั้นแนะว่า เราตถาคตคือธรรมกาย
ธรรมกายนั้นเองเป็นตัวตถาคตเจ้า
(จาก พุทธรัตนะ ๒๖ เมษายน ๒๔๗๗)
นอกจากค่าวกล่าวยืนยันที่มีกล่าวไว้ในพระไตรปิฎกแล้ว
หลวงพ่อยังได้อธิบายเรื่องราวของธรรมกายไว้ในพระธรรม
เทศนาของท่านอีกหลายตอน เช่น
“ธรรมกาย คือพุทธรัตนะ
ธรรมกายละเอียด คือสังฆรัตนะ
กัลยาณมิตร
สิงหาคม ๒๕๔๐