ข้อความต้นฉบับในหน้า
2ที่ไม่มังล่าง
เรื่อง: ทิชากร กงเพชร
กา พ: เสรีมลาย ศรี ใย 5
ผักคราด
รายการที่ว่าด้วยเรื่องของ
ผักๆ ก็คงความสดขึ้นไปถึง ๒๐
ชนิดนี้แล้วนะคะ พยายามจ่า
ด้านสรรพคุณเอาไว้บ้างนะคะ
เผื่อเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ เป็น
อะไรจะได้ช่วยเหลือกันได้ไง
ละคะ เพราะพวกเรานักสร้าง
บารมีต่างก็มีชีวิตที่มีคุณค่าด้วยกันทุกคน พอพวกเรามาอยู่รวมกันนี้ก็ทําให้ได้นึกถึง ช่วง
อบรมธรรมทายาทหญิงรุ่น ๑๒ ที่น้องๆ เขาอบรมรวมกัน และก่อนจะจากกันเขาจะมีบท
เพลงที่สร้างสรรค์ ขอยกบางตอนนะคะว่า
"ด้วยความรัก!!ยมสันบนเส้นทาง สว่างไสวในศรัทธา ร่วมกันสร้างพรุ่งนี้ของ
ประชาที่สดใส ให้เป็นจริง ชีวิตเธอมีคุณค่า ปวงประชาเขารออยู่ รอเธอเป็นผู้ก้าวไป
ดั่งมวลไม้ที่งอกงาม ยามถึงคราวชูช่อใบ ไปเกิดจงไปทั่วแดน อยากให้เธอเป็นเทียน
มน้อยที่ส่องแสง สู่หนทางมืดมน เทียนสว่างไสวอยู่ในใจผู้คน ตราบจนนิรันดร,,
สำหรับยอดนักสร้างบารมี เรามีจิตใจที่สว่างไสวด้วยแสงแห่งธรรมกายภายใน ที่
จะนำพาชาวโลกให้พบกับความสว่างไสว พบแสงแห่งธรรมะภายในที่เกิดจากศูนย์กลาง-
กายของพวกเราทุกคน จริงไหมคะ
ผักที่จะแนะนำ ท่านผู้อ่านได้ทาน หรือบางท่านก็คงได้ทานกันแล้ว ก็จะได้ทราบ
หลายๆ รูปแบบไงคะ ผักวันนี้ก็คือ “ผักคราด” ค่ะ หลายคนก็คงงง และตำราบางเล่ม
ก็อาจจะคลาดเคลื่อนเนื่องจากแต่ละท้องถิ่นก็เรียกแตกต่างกัน แต่ขออธิบายเพื่อความ
เข้าใจที่ตรงกัน จะเริ่มตั้งแต่ชื่อก่อนนะคะ
ผักคราด มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า เวแฉกมาร Acmeแฉ ชื่อวงศ์ว่า 0017057
และชื่ออื่นๆ ที่เรียกกันในเมืองไทยเช่น ผักคราด ผักคราดหัวแหวน (ไทยภาคกลางเรียก
ค่ะ) ส่วนภาคเหนือจะเรียกผักเผ็ด ภาคอีสานก็เรียก ผักคาด (ตก “ร” ไปตัวค่ะ) จีน
แต้จิ๋วจะเรียก อึ้งฮวยเกี๊ยค่ะ ขอหลากหลายแต่ก็กลับกลายมาเป็นหนึ่ง คือผัก “คราด”
รู้ชื่อพอสังเขปแล้วตามไปดูต้นซะหน่อยนะคะ
สำหรับลักษณะของผักคราดนี้นะคะ จะเป็นต้นไม้เล็กๆ แต่ใบโต ตระกูลเดียวกับ
ลิ้นปี มักจะเกิดคู่กันตามดินชื้น ริมใบเป็นจักลักษณะคล้ายใบพิมเสน แต่ย่อมกว่าเล็กน้อย
กัลยาณมิตร ๘๔ 1
สิงหาคม ๒๕๔๐
อ่าน ต่อ,หน้า
๗๖