ข้อความต้นฉบับในหน้า
"ขอเดชะ ช้าพระพุทธเจ้าทั้ง
หลายได้เห็นแล้วพระเจ้าช้า
อย่างไร
พระราชาจึงทรงถามต่อว่า
"ท่านทั้งหลาย แล้วช้างเป็น
พวกคนตาบอดที่ลูบคล่า คีร
ษะช้าง ได้กราบทูลว่า "ขอเดชะ
ช้างนั้นเหมือนหม้อพระเจ้าช้า
พวกที่ลูบคลำ หูช้าง "ขอเดชะ
ช้างนั้นเหมือนกระด้งพระเจ้าช้า
พวกที่ลูบคลำ งาช้าง “ขอ
เดชะ ช้างนั้นเหมือนผาลพระเจ้า
ช้า,'
พวกที่ลูบคลำทางวงช้าง "ขอ
อดีตกาล
ในอดีตกาล ณ กรุงสาวัตถีนี้เอง มีพระราชาพระ
องค์หนึ่ง วันหนึ่งพระองค์ทอดพระเนตรเห็นช้างทรง
ของพระองค์ มีพระดำริว่า "ยานคือช้างตัวเจริญช่างงาม
ช่างน่าชมจริงหนอ" ขณะนั้นมีคนตาบอดแต่กำเนิดคน
หนึ่งเดินอยู่บริเวณพระลานหลวง พระองค์จึงมีดำริว่า
“คนตาบอดนี้ช่างโชคร้ายเสียจริงที่ไม่ให้เห็นช้างทรงแสน
งามปานนี้ แล้วพระองค์มีดำริต่อไป ตามอุปนิสัยรัก
สนุกของพระองค์ "เออ...เราจะให้คนตาบอดแต่กำเนิด
เท่าที่มีอยู่ทั้งหมด มารวมกันที่นี่แล้วให้อามือจับต้อง
ช้างคนละส่วน ๆ ดูสีว่าพวกเขาจะพูดว่ายังไง"
ตาบอดคลำาาช้าง
เมื่อเหล่าคนตาบอดในกรุงสาวัตถีมาประชุมกันแล้ว
พระราชาจึงให้เจ้าหน้าที่ประจำราชสำนักคนหนึ่งนำช้าง
ทรง มาให้คนตาบอดกลุ่มหนึ่งจับศีรษะช้าง อีกกลุ่ม
หนึ่งให้จับหูช้าง งาช้าง งวงช้าง ตัวช้าง เท้าข้าง หลัง
ช้าง โคนหางช้าง ปลายหางช้าง ต่างกลุ่มต่างแยกจับ
กันคนละส่วนๆ ตามลำดับ ลำดับนั้นพระราชาจึงตรัส
ถามว่า "ดูก่อนคนตาบอดทั้งหลาย พวกท่านได้เห็นช้าง
แล้วหรือ,'
กัลยาณมิตร
เดชะ ช้างนั้นเหมือนงอนไถพระเจ้าช้า"
พวกที่ลูบคลำตัวช้าง “ขอเดชะ ช้างนั้นเหมือน
ฉางชาวพระเจ้าช้า
พวกที่ลูบคลำ เท้าช้าง "ขอเดชะ ช้างนั้นเหมือน
เสาพระเจาชา
พวกที่ลูบคล่าวหลังช้าง "ขอเดชะ ช้างนั้นเหมือน
ครกว่า ข้าวพระเจ้าช้า"
พวกที่ลูบคล่า โคนหางช้าง "ขอเดชะ ช้างนั้น
เหมือนสากพระเจ้าช้า
พวกที่ลูบคลำ ปลายหางช้าง "ขอเดชะ ช้างนั้น
เหมือนไม้กวาดพระเจ้าช้า
และแล้วความโกลาหลก็บังเกิดขึ้นกลางที่ประทับ
คนตาบอดทั้งหลายต่างทุ่มเถียงซึ่งกันและกัน ยังความ
พอพระทัยแก่พระราชาผู้รักสนุกพระองค์นั้นเป็นอย่างมาก
เหมือนคนตาบอด
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ครั้นตรัสเรื่องราวในอดีต
จบแล้ว จึงตรัสต่อว่า
"ดูก่อนภิกบุทั้งหลาย พวกอัญญูเดียรถี ปริพา
ชกเป็นเหมือนคนตาบอด ไม่มีจักษุย่อมไม่รู้จักประโยชน์
ไม่รู้จักความฉิบหาย ไม่รู้จักธรรม ไม่รู้จักสภาพมิใช่ธรรม
G สิงหาคม ๒๕๔๐