ข้อความต้นฉบับในหน้า
ที่พระองค์ตรัสอย่างนี้ก็เพราะว่า ตัวของเรา
นี่แหละที่จะเป็นที่พึ่งให้กับตัวเองได้ดีที่สุด คือท่านแนะนำ
ให้เอากายนี้ฝึกฝนปฏิบัติให้เข้าถึงธรรมะภายในให้ได้ จะได้
ยึดเอาธรรมะเป็นที่พึ่ง เพราะสิ่งอื่นไม่ใช่ที่พึ่ง ยังพึ่งได้ไม่
สมบูรณ์ ให้เอาธรรมะที่เราได้เข้าถึงนี่แหละ เป็นที่พึ่งที่ระลึก
เป็นสรณะ อย่าเอาอย่างอื่นเป็นสรณะ เนื่องจากชีวิตของ
เราเป็นทุกข์ มีทั้งทุกข์ประจำแล้วก็ทุกข์ที่จรมา เมื่อชีวิตมี
ทุกข์ก็จำเป็นต้องมีที่พึ่ง และที่พึ่งนั้นต้องสามารถพึ่งได้
ทุกหนทุกแห่ง จึงได้ตลอดเวลา ให้ความอบอุ่น ความ
ปลอดภัยในชีวิตได้ ทั้งภัยในสังสารวัฏ ภัยในอบายภูมิ
ช่วยได้หมด ธรรมะที่เราได้เข้าถึงนั่นแหละจึงจะเป็นที่พึ่งได้
อย่างแท้จริง
พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ๓ อย่างนี้อยู่
ในตัวของเรา มีมาตั้งแต่ดั้งเดิม เมื่อเข้าถึงได้แล้วเราก็จะมี
ความสุข มีความบริสุทธิ์ มีความรู้แจ้ง เราจะรู้เรื่องราว
ของชีวิต แล้วก็รู้หนทางที่จะไปถึงที่หมายได้โดยปลอดภัย
พุทธรัตนะ คือ พระธรรมกายที่ใสเป็นแก้ว ถ้าเรา
เข้าถึงด้วยตัวเอง เราก็จะเห็นท่านได้ชัดใสแจ่มชัดเจนทีเดียว
ลักษณะก็คล้ายๆ พุทธปฏิมากร เกตุดอกบัวตูม ใสเกินใส
ใสเป็นเพชร สวยเกินสวย งามไม่มีที่ติ ประกอบไปด้วย
ลักษณะมหาบุรุษครบถ้วนทุกประการ นั่งขัดสมาธิเจริญ
ภาวนา หันหน้าออกไปทางเดียวกับตัวของเรา เห็นท่าน
แล้วเราจะรู้สึกอบอุ่นใจ รู้สึกปลอดภัยทีเดียว ทุกข์ทั้งหลาย
ก็ดับไปเมื่อเข้าถึงพุทธรัตนะ จนกระทั่งเราลืมความทุกข์
ทั้งหลายไปเลย นึกไม่ออกว่าเมื่อสักครู่นี้ เรามีความทุกข์
ได้อย่างไร เพราะพระรัตนตรัยนั่นล่ะเป็นแหล่งกำเนิดแห่ง
ความสุขทั้งปวง
ธรรมรัตนะ คือ ดวงธรรมใสๆ ที่อยู่ในกลางกายของ
พุทธรัตนะ เป็นที่รวมพระธรรมคำสอน ๘๔,๐๐๐ พระธรรม
ขันธ์ ความรู้ทั้งหมดในทางพระพุทธศาสนาก็กลั่นออกมา
จากกลางธรรมรัตนะนี่แหละ
สังฆรัตนะ คือ ธรรมกายละเอียดที่ซ้อนอยู่ในกลาง
ดวงธรรม รักษาธรรมรัตนะเอาไว้
รัตนะทั้ง ๓ นี้เป็นที่พึ่งที่ระลึกอย่างแท้จริงของเรา
และของชาวโลกทั้งหลาย ถ้าเห็นได้อย่างนี้ก็เรียกว่า เห็นธรรม
เข้าถึงได้อย่างนี้ก็เรียกว่า ถึงไตรสรณาคมน์ คือใจแล่น
เข้าไปถึงสรณะทั้ง ๓ ภายใน ไปเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับท่าน
จะเข้าถึงท่านได้ใจก็ต้องหยุด ต้องนิ่ง ดังนั้น หยุดนิ่งจึงเป็น
สิ่งสำคัญที่จะทำให้เข้าถึงรัตนะทั้ง ๓ ได้ เราต้องหมั่น
ฝึกฝนใจให้หยุดนิ่งให้ได้ เอาตัวของเรา เอากายของเรา
นี่แหละเป็นที่ฝึกฝนอบรมจิต เป็นทางผ่านของใจให้เข้าถึง
พระรัตนตรัยภายใน นี่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับชีวิตเราทีเดียว
ถ้าหาก ไม่มีพระพุทธเจ้ามาบังเกิดขึ้น ไม่มีหลวง
พ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ มารื้อฟื้นคำสอนขึ้นมาใหม่ ไม่มี
คุณยายอาจารย์อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงของเรามาสืบทอด
สั่งสอนกันต่อ ๆ มาแล้ว เราก็คงไม่รู้ว่าในตัวของเรามี
พระรัตนตรัย ไม่รู้วิธีการที่จะเข้าถึงพระรัตนตรัย เราก็ยาก
ที่จะพบสรณะที่แท้จริงไปจนตลอดชีวิต ก็จะมีชีวิต
สะเปะสะปะกันไปวันๆ วิ่งวุ่นไปตามความทะยานอยาก
ยินดียินร้ายกันเรื่อยไป เดี๋ยวมีสุขเดี๋ยวมีทุกข์ ใจไม่คงที่ มี
ขึ้นมีลงตลอดเวลา
แต่ผู้รู้ทั้งหลายท่านจะสอนตรงกันหมด คือ สอนให้
หยุดจากความอยากทั้งปวง หยุด ตรงกับคำว่า นิโรธ ซึ่ง
แปลว่า หยุด ก็คือเอาใจนั่นหยุดลงไปตรงศูนย์กลางกายฐานที่
๗ เอากายหรือเอาตัวของเรานี่แหละเป็นฐานที่ตั้งสำหรับ
หยุดใจ หยุดจากทุกสิ่ง หยุดแม้กระทั่งความคิด หยุดอยู่ภายใน
ให้ใจกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวของเรา กลับมาอยู่ในฐานที่ตั้ง
ดั้งเดิมของใจคือศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เพราะตำแหน่งนี้
เป็นที่บังเกิดขึ้นของรัตนะทั้ง ๓ ที่เป็นนิจจัง เป็นสุขัง เป็น
อัตตา คงที่ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นแหล่งกำเนิดแห่งความสุข
ล้วนๆ ไม่มีทุกข์เจือเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วก็เป็นตัวตน
ที่แท้จริงของเรา
เพราะฉะนั้น เราต้องพยายามทำใจหยุดนิ่งให้ได้
ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมกันให้เต็มที่ เพื่อจะได้เข้าถึง
พระรัตนตรัย อันเป็นที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริงอยู่ภายในตัวของ
เราทุกคน
กัลยาณมิตร พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓ ๓