ชีวิตประเสริฐ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 11 หน้า 106
หน้าที่ 106 / 108

สรุปเนื้อหา

ชีวิตประเสริฐ ชาติกำเนิดมิใช่เป็นเครื่องบ่งบอกว่า บุคคลนั้นจะเป็น คนดีหรือคนเลว แต่คนจะดีหรือเลวย่อมขึ้นอยู่กับการกระทำของ บุคคลนั้น แม้คนจะพูดดีแต่ทำไม่ดีดังที่พูด ก็ขาดการยอมรับหรือ เป็นที่เชื่อถือได้ แต่บุคคลที่พูดดีมีสาระและสามารถทำได้ดีดั่ง ที่พูด บุคคลนั้นย่อมได้รับการนับถือว่าเป็นบุคคลที่ประเสริฐยิ่ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า “ผู้ใดไม่มี ศีล สมาธิ ปัญญา มีใจไม่มั่นคง เป็นคนเกียจคร้าน ไม่ปรารภความเพียร แม้จะมี ชีวิตอยู่ตั้งร้อยปี ก็สู้คนที่มีศีล สมาธิ ปัญญา มีจิตใจมั่นคง มี ความเพียรสม่ำเสมอ ถึงจะมีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว ก็ได้ชื่อว่า ประเสริฐกว่า" ชีวิตของคุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ตราบเท่าวันละสังขารด้วยวัย ๙๒ ปี ย่อมถือว่าท่าน เป็นบุคคลประเสริฐยิ่งเพราะวันคืนที่ล่วง

หัวข้อประเด็น

- ชีวิตประเสริฐ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

หน้าสุดท้าย นวธรรม ชีวิตประเสริฐ ชาติกำเนิดมิใช่เป็นเครื่องบ่งบอกว่า บุคคลนั้นจะเป็น คนดีหรือคนเลว แต่คนจะดีหรือเลวย่อมขึ้นอยู่กับการกระทำของ บุคคลนั้น แม้คนจะพูดดีแต่ทำไม่ดีดังที่พูด ก็ขาดการยอมรับหรือ เป็นที่เชื่อถือได้ แต่บุคคลที่พูดดีมีสาระและสามารถทำได้ดีดั่ง ที่พูด บุคคลนั้นย่อมได้รับการนับถือว่าเป็นบุคคลที่ประเสริฐยิ่ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า “ผู้ใดไม่มี ศีล สมาธิ ปัญญา มีใจไม่มั่นคง เป็นคนเกียจคร้าน ไม่ปรารภความเพียร แม้จะมี ชีวิตอยู่ตั้งร้อยปี ก็สู้คนที่มีศีล สมาธิ ปัญญา มีจิตใจมั่นคง มี ความเพียรสม่ำเสมอ ถึงจะมีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว ก็ได้ชื่อว่า ประเสริฐกว่า" ชีวิตของคุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ตราบเท่าวันละสังขารด้วยวัย ๙๒ ปี ย่อมถือว่าท่าน เป็นบุคคลประเสริฐยิ่งเพราะวันคืนที่ล่วงไปนับตั้งแต่วัยเด็กซึ่ง ถือกำเนิดในชนบท ครอบครัวมีอาชีพทำนาแต่เป็นชีวิตที่ทรง คุณค่าเพราะท่านสอนตนเองฝึกตัวเองตลอดมา เป็นคนที่มี ความกตัญญูต่อบิดา มารดา ครูบาอาจารย์อย่างยิ่ง เป็นคน ขยันเข้มแข็ง อดทนสู้งานตั้งแต่วัยเด็ก มีความเด็ดเดี่ยวและ มักน้อยสันโดษ รักความสะอาด รักระเบียบวินัย รักการ ปฏิบัติธรรมมุ่งค้นคว้าศึกษาวิชชาธรรมกายและรักที่จะสร้าง สั่งสมบารมีให้เพิ่มพูนยิ่งๆ ขึ้นไป เพราะมีเป้าหมายชีวิต ไม่ยอมเป็นบ่าวเป็นทาสของกิเลสพญามาร ท่านรักบุญและกลัวบาปเน้นการประพฤติพรหมจรรย์ ฝึกฝนตนเองให้มีความบริสุทธิ์ทั้งกาย วาจา ใจ และไม่ชอบเรื่อง ชู้สาวโดยเฉพาะในหมู่พี่น้อง วงศ์บุญและไม่ชอบให้ศิษย์ที่ เรียนธรรมะแล้วเอาไปทำ ท่านเมตตาพร่ำสอนให้เราสร้างบารมีเป็นหมู่คณะ มีความ สามัคคีกันและมีเป้าหมายอันสูงสุดคือจะนำพาบุคคลทั้งหลาย มุ่งตรงต่อพระนิพพานที่สุดแห่งธรรม โดยรวมแล้วท่านไม่เพียงแต่พร่ำสอนศิษย์เท่านั้น แต่ ทุกคำที่พูดซึ่งเป็นคำที่เรียบง่ายต่อการเข้าใจท่านก็ได้ทำแล้ว และทำให้ดูเป็นตัวอย่างตลอดชีวิตของท่านทีเดียว ซึ่งทุกคน ต่างก็ตระหนักดีว่าท่านเป็นผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกายและ รวบรวมลูกหลานศิษย์ของท่านเป็นหมู่คณะให้ได้สร้างบารมี ร่วมกัน สมดังคำของพระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ได้ กล่าวไว้ว่า “ไม่มียายก็ไม่มีหลวงพ่อ ไม่มีวัดพระธรรมกาย และ ไม่มีพวกเราที่ได้มาสร้างบารมีร่วมกันอย่างเป็นสุขเช่นทุกวันนี้” แม้ท่านจะละสังขารไปแล้วก็ตาม ท่านก็ยังมีกุศโลบายให้ศิษย์ ทั้งหลายได้บุญอย่างต่อเนื่อง เป็นนักสร้างบารมีที่เข้มแข็งไม่ โศกเศร้าอาลัยในตัวท่าน ไม่ต้องจัดงานให้ฟุ่มเฟือยสิ้นเปลือง แต่เป็นพิธีการที่เรียบง่ายและศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นการปฏิบัติบูชา อย่างแท้จริง คุณยายอาจารย์ฯเคยกล่าวไว้ว่า “ยายแก่แล้ว จะอยู่ กับพวกเราไม่เท่าไร ใครจะเอาบุญกับยายก็รีบทำเสียนะ” และ กล่าวย้ำกับลูกหลานศิษย์ทุกคนเลยว่า “สิ่งที่ยายได้พูดสอนไว้นั้น ขอให้จดจำนำไปปฏิบัติให้ดี ต่อไปจะเป็นสมบัติติดตัวเราข้าม ภพข้ามชาติ ขอให้เก็บรักษาสมบัติที่ยายให้นี้ให้ดีที่สุด ต่อไป ภายหน้าจะได้เอาตัวรอด” นี่คือบทสรุปชีวิตอันประเสริฐของคุณยายอาจารย์ที่ เกิดมาเพื่อสร้างบารมีและเกื้อกูลต่อชาวโลกทั้งหลาย ซึ่งพวก เราทุกคนต่างภาคภูมิใจที่ได้เป็นศิษย์ของท่านและขอตั้งจิตมั่น ที่จะยึดถือคำสอนและการกระทำของท่าน น้อมนำมาปฏิบัติ เพื่อความเป็นสิริมงคลของตนสืบไป เลอะๆ เทอะๆ นอกลู่นอกทางยกตน ข่มท่าน ทั้งๆ ที่ไม่มีภูมิธรรมจริง “มาฝึกตนทำตามคำสอนของท่าน ชีวิตที่ประเสริฐย่อม เกิดขึ้นแก่เรา”
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More