ข้อความต้นฉบับในหน้า
ออกจากกันใยก็ยังหนาแน่นพอที่จะ
ยึดเหนี่ยวกันไว้ได้ ตามคำกล่าวของ
เพลงๆ หนึ่งที่ว่า “ตัดบัวเหลือเยื่อใย
ตัดใจไม่เหลือเลย” ครั้นจะมาว่ากันถึง
ความหอม ความหอมของบัวก้านหรือ
บัวหลวงดูเหมือนจะหอมกว่า ความ
หอมนั้นแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
กลิ่นของบัวสายจะหอมแหลม หอมชัด
อยู่ในวงจำกัด ในขณะที่บัวหลวงหอม
อ่อนๆ หอมชื่นและหอมไกล กลิ่นของ
บัวหลวงจะอวลกรุ่นละเอียดอ่อนจน
ละอองของกลิ่นสามารถคลอไปกับ
กระแสอากาศได้ ดังนั้นแม้กลิ่นจะหอม
ไม่มากแต่กลับหอมได้ไกล สมตามคำ
อุปมาที่ว่ากลิ่นบัวหลวงดั่งกลิ่นศีล หอม
ไกล หอมทวนลมชวนให้เป็นสุขอย่างยิ่ง
ได้ฉะนั้น เรื่องนี้ช่างตรงกับนิยาย
ปรัมปราหรือตำนานของกรีกโบราณที่ว่า
ณ กาลครั้งหนึ่ง ชายฉกรรจ์
ของกรีกโบราณได้
คำพังเพยของกรีกพูดถึงผู้คนที่ลืมถิ่นที่
อยู่อาศัยหรือหลงใหลไปกับสิ่งหนึ่งสิ่งใด
ว่าเป็น He who cats the Lotos. (โลโตส
ภาษากรีกแปลว่า บัวหลวง)
แต่จะเป็นไปได้หรือไม่ที่คำ
พังเพยนั้นถูกตีความผิดเพี้ยนไปจาก
ความเป็นจริงด้วยกาลเวลา เพราะ
ที่จริงพระพุทธศาสนาเคยย่างกรายไป
ถึงกรีกเช่นเดียวกัน จึงหากจะตีความ
กลับกันว่า Lotos หรือบัวหลวง นั้น
เปรียบได้ดังนี้
๑ พระพุทธปรัชญาแก่นของ
ความสุขที่ค้นหาพบด้วยการธุดงค์ออก
สู่รุกขมูลดุจชายเหล่านั้นออกเที่ยวไปใน
ป่ารกชัฏ
๒ เมื่อได้ขบเคี้ยวดอกบัว คือ
ได้ลิ้มรสความสุขแห่งพุทธะ
๓
ความหลงใหลของชายผู้
ไม่คืนเรือน คือ การเข้าถึงรสแห่งธรรม
แล้วดื่มจนละแล้วจากชีวิตฆราวาส
พากันลี้หายไปในป่า
ชัฏไม่กลับคืนสู่เรือน
อันเป็นที่รักแห่งตน
เมื่อผู้คนพากัน
ติดตาม กลับพบว่า
ชายฉกรรจ์เหล่านั้น
ล้วนอยู่ดีมีสุขอยู่ใกล้ๆ
บริเวณนาบัวใหญ่
แห่งหนึ่งในป่าชัฏนั้น
ชายเหล่านี้พากัน
หลงไหลในกลิ่นบัว
เป็นสุขกับกลิ่นบัว
พากันขบกินรากบัว
อย่างเอร็ดอร่อยจน
ไม่คิดที่จะย้อนกลับ
คืนเรือนตน จนเป็น
ไม่อาจคืนสู่ชีวิตสามัญฉันผู้ครองเรือนได้
ซึ่งถ้าผู้เขียนจะคิดอย่าง
เข้าข้างตัวเองก็น่าจะเป็นไปได้ว่า บัว
ทำให้เกิดปัญญาและปัญญาพาไปพระ
นิพพานเหมือนถ้อยคํา หลวงปู่เจ้า
อาวาสวัดน้อยนางหงส์ท่านกล่าวไว้
ส่วนบัวทำให้เกิดปัญญาอย่างไรเอาไว้
คุยกันต่อไปเรื่อยๆ นะคะ
กัลยาณมิตร พฤษจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๗ | ๓๑