นพรัตน์และความสำคัญ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 11 หน้า 37
หน้าที่ 37 / 108

สรุปเนื้อหา

และมุตตา แก้วมุกดา(pearl ราชินีแห่งท้องทะเล) ส่วนรัตนชาติอีกอย่างหนึ่ง ที่คนไทยเรียกว่า นพรัตน์ หมายถึงรัตนชาติ ๙ ชนิด มี เพชร ไพลิน ไพฑูรย์ เพทาย โกเมน ทับทิม มรกต บุษราคัม และมุกดา สิ่งเหล่านี้ เป็น สัญลักษณ์ของสิริมงคล ส่วนใหญ่แล้วจะมีกายสิทธิ์แฝงอยู่ เพราะกายสิทธิ์เหล่านี้ชอบอยู่อาศัยในรัตนชาติซึ่งเป็นของใสๆ ใครได้เป็นเจ้าของแล้ว จึงนับว่าเป็นผู้มีโชคมีลาภ เพราะ กายสิทธิ์ช่วยดึงดูดเงินทอง ลาภยศมาให้เราได้อย่างอัศจรรย์ ผู้ที่ค้าขายอัญมณี หากซื้อขายด้วยสุจริตแล้วละก็ เงินทอง จะไหลมาเทมาไม่ขาดสาย เป็นพ่อค้าผู้ร่ำรวยมั่งคั่งใน ปัจจุบันชาตินี้ทีเดียว โบราณได้ผูกคำคล้องจองกัน เพื่อให้จำชื่อนพรัตน์ ได้อย่างง่ายๆ เอาไว้ว่า เพชรดี มณีแดง(ทับทิม) เขียวใสแสง มรกต เหลืองใสสด บุษราคัม แดงแก่ก่ำ โกเมน

หัวข้อประเด็น

- นพรัตน์และความสำคัญ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

และมุตตา แก้วมุกดา(pearl ราชินีแห่งท้องทะเล) ส่วนรัตนชาติอีกอย่างหนึ่ง ที่คนไทยเรียกว่า นพรัตน์ หมายถึงรัตนชาติ ๙ ชนิด มี เพชร ไพลิน ไพฑูรย์ เพทาย โกเมน ทับทิม มรกต บุษราคัม และมุกดา สิ่งเหล่านี้ เป็น สัญลักษณ์ของสิริมงคล ส่วนใหญ่แล้วจะมีกายสิทธิ์แฝงอยู่ เพราะกายสิทธิ์เหล่านี้ชอบอยู่อาศัยในรัตนชาติซึ่งเป็นของใสๆ ใครได้เป็นเจ้าของแล้ว จึงนับว่าเป็นผู้มีโชคมีลาภ เพราะ กายสิทธิ์ช่วยดึงดูดเงินทอง ลาภยศมาให้เราได้อย่างอัศจรรย์ ผู้ที่ค้าขายอัญมณี หากซื้อขายด้วยสุจริตแล้วละก็ เงินทอง จะไหลมาเทมาไม่ขาดสาย เป็นพ่อค้าผู้ร่ำรวยมั่งคั่งใน ปัจจุบันชาตินี้ทีเดียว โบราณได้ผูกคำคล้องจองกัน เพื่อให้จำชื่อนพรัตน์ ได้อย่างง่ายๆ เอาไว้ว่า เพชรดี มณีแดง(ทับทิม) เขียวใสแสง มรกต เหลืองใสสด บุษราคัม แดงแก่ก่ำ โกเมนเอก สีหมอกเมฆ นิลกาฬ(ไพลิน) มุกดาหาร หมอกมัว แดงสลัว เพทาย สังวาลย์สาย ไพฑูรย์ เพราะอะไรเราถึงพูดเรื่องแก้ว เนื่องจากเป็นสิ่งที่ คนทุกยุคทุกสมัย เข้าใจว่าเป็นสิ่งที่ดี ผู้ได้ครอบครองแล้ว ย่อมมีสิริมงคล และนำความสุขความเจริญมาให้ แม้กระทั่ง เหล่านาค ยักษ์ ครุฑ คนธรรพ์ หรือเทวดาทั้งหลาย ก็ยัง ปรารถนาเป็นเจ้าของรัตนชาติ พวกกายทิพย์เขาไม่ใช้เงิน เพราะเงินตราเป็นของใช้ได้เฉพาะมนุษย์ แต่พวกกายทิพย์ เขามีรัตนชาติเป็นสมบัติ หากเป็นเทวดาผู้มีบุญมาก ก็จะ ได้วิมานเงิน ท่านเรียกว่า รชตวิมาน บุญมากขึ้นไปหน่อย จะได้วิมานทอง คือสุวัณณวิมานหรือกนกวิมาน บุญมากยิ่ง ไปกว่านั้นอีกอยู่สวรรค์ชั้นสูงที่ละเอียดประณีตมากขึ้น ก็มี วิมานแก้ว หรือเรียกว่า รัตนวิมาน คือทั่วทั้งวิมานจะเป็น แก้วรัตนะล้วนๆ เป็นแก้วใสเปล่งประกาย ดึงดูดดวงตา ดวงใจของผู้ได้พบเห็น ภูเขารัตนชาติ ท่านผู้อ่านมักจะได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสมัย พุทธกาลว่า มีภูเขาทองเคยผุดขึ้นมาหลังบ้านของชฏิลเศรษฐี อัศจรรย์ เพราะบังเกิดขึ้นได้ยากสำหรับมนุษย์ อันที่จริงแล้ว ในพระไตรปิฎกได้กล่าวเรื่องราวของภูเขาที่เป็นทองภูเขาแก้ว หรือภูเขาเพชรเอาไว้มากมาย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา ภูเขารัตนชาติที่ในพระไตรปิฎกกล่าวถึงก็คือ บริเวณสระอโนดาตซึ่งอยู่ในป่าหิมพานต์ ล้อมรอบ ไปด้วยยอดเขา ๕ ยอด คือ ยอดเขาสุทัสสนะ ยอดเขาจิตต กูฏ ยอดเขากาฬะ ยอดเขาคันธมาทน์ และยอดเขาไกรลาส ในยอดเขา ๕ ยอดเหล่านั้น ยอดเขาสุทัสสนะ เป็นภูเขาทอง สูง ๓๐๐ โยชน์ ภายในโค้ง มีทรวดทรงคล้ายปากกา ตั้ง ปิดบังสระอโนดาตเอาไว้ ยอดเขาจิตตกูฏ เป็นภูเขาที่มีรัตนะ ๗ ประการมากที่สุด ยอดเขากาฬะ เป็นยอดเขาที่มีแร่ พลวงมากที่สุด ยอดเขาคันธมาทน์ สำเร็จด้วยเพชรตาแมว ภายในมีสีเหมือนถั่วเขียว ตั้งตระหง่านโชติช่วง เหมือน ถ่านเพลิงที่ลุกโพลง หนาแน่นไปด้วยไม้หอมนานาพันธ์ แล้วยังมีโอสถซึ่งเป็นยารักษาโรคได้สารพัด โดยเฉพาะ วันอุโบสถข้างแรมจะเรืองแสงเหมือนถ่านไฟคุตลอดเวลา ยอดเขาไกรลาส เป็นภูเขาเงินล้วนๆ ยอดเขาทั้งหมดนั้น มีทรวดทรงสูงเสมอกันกับ ยอดเขาสุทัสสนะ ตั้งปิดบังสระอโนดาตเอาไว้ แม่น้ำทุกสาย จะไหลไปที่ภูเขาเหล่านั้น แล้วก็ไหลไปลงสระอโนดาตแห่ง เดียว ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์โคจรไปทางใต้บ้าง ทาง เหนือบ้าง ส่องแสงไปที่สระนั้นทางระหว่างภูเขา ไม่โคจร ไปตรงๆ สระอโนดาต จึงเป็นสระที่แสงจากพระอาทิตย์ส่อง ไม่ถึง จึงมีความใสเย็นเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้น สระนั้นจึงชื่อว่า สระอโนดาต มีแผ่นมโนศิลาและหรดาล ปราศจากเต่าปลา มีน้ำใสแจ๋วเหมือนแก้วผลึก มีท่าลงสนาน ซึ่งเป็นที่ที่ พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันตขีณาสพ และ เหล่าฤๅษีผู้มีฤทธิ์ท่านมักจะมาสรงสนาน แม้เหล่าเทวดา และยักษ์ก็มาเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน เขาพระสุเมรศูนย์รวมแห่งรัตนชาติ นอกจากนี้ ที่พระภูเขาพระสุเมรซึ่งเป็นแกนกลาง ของจักรวาล บนยอดเขาเป็นพื้นที่ราบเรียบเต็มไปด้วยรัตน ๗ ประการ มีทวีปทั้ง ๔ เรียงรายล้อมเขาพระสุเมรเอาไว้ พร้อมกับจอบเพชรเป็นอุปกรณ์ในการขุดเอามาใช้ ซึ่งใช้ ชมพูทวีปอยู่ทางทิศใต้ ที่ไหล่เขาพระสุเมรมีมรกตส่องแสง อย่างไรก็ใช้ไม่หมด ได้ยินได้ฟังแล้วก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่า มาทางโลกมนุษย์ ทำให้ชมพูทวีปซึ่งก็คือโลกของเราจึงเป็น อัลยาณมิตร กฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓ | ๓๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More