ข้อความต้นฉบับในหน้า
อรถ สามารถ
เอตก จ ภควตาดี อิมินาส ภาคบวนตาที่เป็น รูปปาน อเนก
อองเย เยสุ อุปจิตปุญญสมการภารโต สตบุญญลักษณ งวดท.งง
ปุริสลูกขอเคลียอนุพยญชนพยาม ปภาเกตุมาลาที่ปฏิบัณฑิต
รูปกายปกติ ที่บิดา โหติ, อรหาติ อิมินาสส อนวเลสและปปทานที่เป็น
อาสากร ปทฎฐาเสพตญญาณาธิคมปริที่บนโต
อสาธารณาเอกสารสาวกพุทธธมมาซื้อจีนเคยยาปริเมธมุมกายสมบัตติ
โหติ, ตกเป็นปี โลกียสรีภาพ พหุมภาโว, คหฏฐปรเตห์ อภิคมนียคา
ทสพลง เวลาชชน
งดก
b
๔. ในพระคัมภีร์อรรถกถาขุททกนิกาย อิติวุตตกะ
ชื่อ ปรมัตถทีปนี เล่มที่ ๒๗ หน้า ๑๓ ว่า
เอตฺถ จ ภควตาติ อิมินาสส ภาคยวนตตาไปเนน
กปปาน อเนเก อสงไขยเยสุ อุปจิตปุญญสมภารภาวโต
สตปุญญลักขณธรสุส ทวดที่สมหาปุริสลักขณอสีติอนุ
พยัญชนพยาม ปภาเกตุมาลาที่ปฏิมณฑิตา อนุญญสาธารณา
รูปกายสมฺปตฺติ ที่ปิตา โหติ, อรหยาติ อิมินาสส อนวเสส
กิเลสปุปหานทีปเนนอาสวกขยปทุฏฐานสัพพัญญุตญาณาธิ
คมปริทีปนโต ทสพล จตุเวสารัชชนอสาธารณญาณอฏฐาร
สาเวณิกพุทฺธธมฺมาทิอจินเตยยาปริเมยุยธมฺมกายสมฺปตฺติ
ทีปิตา โหติ ฯ
แปลว่า : ด้วยบทว่า ภควตา นี้ ท่านแสดงถึงความถึงพร้อม
ด้วยพระรูปกาย อันไม่สาธารณ์แก่บุคคลอื่น อันประดับด้วย
มหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ อนุพยัญชนะ ๘๐ และพระ
เกตุมาลามีรัศมีแผ่ไปได้ประมาณ ๑ วา ของพระผู้มีพระ
ภาคเจ้านั้น ผู้ชื่อว่าทรงบุญลักษณะไว้ตั้ง ๑๐๐ เพราะทรงมี
บุญสมภารที่ทรงสั่งสมไว้หลายอสงไขยกัป ด้วยการแสดง
ว่าพระองค์ทรงคายภาคยธรรมได้แล้ว ด้วยบทว่า อรหตา
นี้ ท่านแสดงถึงความถึงพร้อมด้วยพระธรรมกายที่เป็น
อจินไตย อาทิ พลญาณ ๑๐ เวสารัชชญาณ ๔ อสาธารณ
ญาณ ๖ และอาเวณิกพุทธธรรม (ธรรมเฉพาะพระพุทธเจ้า)
๑๘ เพราะแสดงการบรรลุสัพพัญญุตญาณมีการสิ้นอาสวะ
เป็นปทัฏฐาน โดยการแสดงการละกิเลสที่ไม่มีส่วนเหลือ
ขยายความ : เครื่องกำหนดหมายหรือลักษณะที่ทำให้เราได้
ทราบว่าผู้นี้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตามหลักฐานใน
คัมภีร์ดังกล่าวข้างต้น พอสรุปได้ ๒ ประการ คือ
@).
ลักษณะรูปกาย ซึ่งเป็นเครื่องกำหนดหมาย
ภายนอกที่เราสามารถมองเห็นได้ด้วยมังสจักษุ (ตาเนื้อ)
| พ ร ก แนน 1.1, ๒๕๕
รูปกายของพระองค์ต้องประกอบด้วยลักษณะมหาบุรุษ ๓๒
ประการ และประดับด้วยอนุพยัญชนะ คือ ลักษณะพิเศษเล็กๆ
น้อยๆ อีก ๘๐ ประการ หาผู้ใดเปรียบปานมิได้ และ
รุ่งเรืองด้วยพระรัศมีที่แผ่ซ่านออกจากพระสรีระกายตาม
ปกติอีกประมาณวาหนึ่ง อันเกิดแต่การสั่งสมบุญมานับภพ
นับชาติถ้วน จึงเป็นที่ดึงดูดนัยนาคือมังสจักษุและ
ทิพยจักษุของเหล่ามนุษย์และเทวาทั้งหลาย
๒. ลักษณะของพระธรรมกายภายในของพระองค์
อันเกิดจากการสั่งสมบารมีธรรมของพระองค์ตลอดสี่
อสงไขยแสนกัลป์ ที่พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนีกล่าว
ไว้ว่า ประดุจรูปพระพุทธปฏิมากร เกตุดอกบัวตูม ใส
เหมือนกระจกคันฉ่องส่องหน้า มีพระรัศมีสว่างไสวหา
ประมาณมิได้ งามยิ่งนักหาผู้เสมอเหมือนได้ยาก แต่ในที่นี้
ท่านกล่าวเฉพาะคุณลักษณ์คือ คุณธรรมพิเศษภายในของ
พระธรรมกายอีกมากมาย มี ทศพลญาณ ๑๐ จตุเวสารัช
ชญาณ ๔ อสาธารณญาณ ๖ อาเวณิกพุทธธรรม ๑๘ ประการ
เป็นต้น ซึ่งมีเฉพาะพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น ไม่ทั่วไป
แก่พระธรรมกายของพระปัจเจกพุทธและสาวกพุทธทั้งหลาย
สุดที่จะพรรณนาพระคุณสมบัติภายในแห่งพระธรรมกาย
สัมพุทธเจ้าให้หมดสิ้นได้ ดังที่ท่านกล่าวไว้ในอรรถกถา
จังก็สูตร มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ว่า
แม้พระพุทธเจ้าจะพึงกล่าวคุณของพระพุทธเจ้า
หากกล่าวคุณของกันและกันไปตลอดกัป
กับจึงสิ้นไปในระหว่างเป็นเวลาช้านาน
พระคุณของพระตถาคตหาสิ้นไปไม่ ฯ
พระธรรมกายนี้เป็นองค์พระสัมพุทธเจ้าที่แท้จริงอัน
มาพร้อมด้วยคุณพิเศษดังกล่าว อันบุคคลผู้เจริญสมาธิ
ภาวนาจนเข้าถึงพระธรรมกายภายใน แล้วอาศัยปัญญา
จักษุอันเป็นโลกุตตระ(ตาธรรมกาย) จึงจะสามารถเห็น
พระธรรมกายของพระพุทธองค์ได้ ดังที่ท่านกล่าวไว้ใน
อรรถกถาขุททกนิกาย สุตตนิบาตว่า “นายธนิยเห็นแล้ว ซึ่ง
พระธรรมกาย ของพระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยปัญญาจักษุ
เป็นต้น” การเห็นแบบนี้เป็นการเห็นพระสัมพุทธเจ้าที่แท้จริง
ควรแก่ความเลื่อมใสของผู้มีปัญญาเห็นประจักษ์ คือเห็นได้
ด้วยญาณทัสสนะ ดุจเห็นได้ด้วยตาเนื้อ ฉะนั้น
พระคุณลักษณ์ภายในแม้จะสุ่มลึกยากที่จะรู้ได้ แต่