ข้อความต้นฉบับในหน้า
และนึกว่า “ดวงอาทิตย์นี้มันขึ้นมาจากตรงไหน แล้วเราจะ
ขี่ควายไปถึงได้ไหมหนอ” สำหรับชีวิตของเด็กลูกชาวนา
ซึ่งคุ้นเคยกับดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ทุกๆ วันอยู่นั้น คงไม่
บ่อยนักที่จะมีใครนึกแบบคุณยาย เป็นการนึกที่อาจหาญอยู่
ในที ในขณะเดียวกัน ก็เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงแววแห่ง
ความเป็นบัณฑิตนักปราชญ์ ที่สนใจใคร่รู้แม้กระทั่งในสิ่งที่
เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันจนชินตา ดูเหมือนว่าความเวิ้งว้างสุด
ลูกหูลูกตาของท้องนาที่มีรวงข้าวพลิ้วไหว จรดไปถึง
ปลายขอบฟ้าอีกฟากหนึ่งนั้น เป็นประดุจห้องเรียนอัน
กว้างใหญ่ ที่ท่านใช้ศึกษาด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพิงการ
ศึกษาระบบใดๆ
วิถีชีวิตของชาวนา หล่อหลอมรวมกับคุณสมบัติ
ประจำตัวของคุณยาย ทำให้ท่านฉายแววแห่งความเป็นคน
ขยัน เป็นบัณฑิต เอาจริงเอาจัง เด็ดเดี่ยว มีความรับผิดชอบสูง
ช่างสังเกตและผูกพันอยู่กับธรรมชาติ เป็นอุปนิสัยประจำ
ตัวมาตั้งแต่เด็กๆ
กตัญญู
เมื่อคุณยายอายุได้ประมาณ
๑๒ ปี พ่อก็ล้มป่วยลง ในวันที่เป็น
วาระสุดท้ายของพ่อนั้น ลูกๆ ทุกคน
ได้อยู่ดูใจพ่อ เพื่อกราบขอขมาเป็น
ตะโกนว่า “ใครไม่ได้ยิน ให้หูหนวก ๕๐๐ ชาติ”
คุณยายนั้นท่านเคารพรักพ่อแม่มากนั่นประการหนึ่ง
อีกประการหนึ่งท่านไม่ต้องการให้มีเวรผูกไปข้ามภพข้ามชาติ
ท่านเล่าในตอนนี้ด้วยภาษาง่ายๆ ว่า “ยายกลัวจะหูหนวก ๕๐๐
ชาติ ตั้งใจไว้ว่าจะต้องไปขอขมาพ่อให้ได้” นี่คือความตั้งใจ
ของเด็กอายุ ๑๒ ขวบ ถ้าเป็นเด็กคนอื่น วันเวลาที่ผ่านไป
ก็คงจะค่อยๆ ลืมเรื่องนี้ไปในที่สุด แต่คุณยายท่านนอกจาก
จะไม่ลืมแล้ว ท่านยังเฝ้าพยายามสืบเสาะค้นหาว่า มีสำนัก
อาจารย์ใดสามารถสอนให้ไปหาพ่อได้ ในที่สุดราวๆ ปีพ.ศ.
๒๔๗๐ คุณยายอายุได้ ๑๘ ปี ท่านก็ได้ข่าวว่าวัดปากน้ำ
ภาษีเจริญ สอนคนให้เข้าถึงธรรมกายได้ และเมื่อเข้าถึงแล้ว
ก็สามารถไปพบญาติพี่น้องที่ตายไปแล้วได้
เรียนรู้ธรรมะ
สิ่งแรกที่คุณยายทำหลังจากได้ยินข่าวหลวงพ่อวัด
แม้ว่าคุณยายจะไม่รู้หนังสือ แต่คุณยายรู้จักตนเอง
(( รู้จักทุกสิ่ง จากธรรมะซึ่งเป็นของจริง ของจริง ๆ
ซึ่งควรคู่กับคนจริงเท่านั้น
ครั้งสุดท้าย แต่คุณยายอยู่ในนาข้าวกลับมาไม่ทันขอขมา
ท่านถือเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญและตั้งปณิธานในวาระนั้นทันทีว่า
จะต้องไปตามหาพ่อในสัมปรายภพเพื่อไปขอขมาท่านให้ได้
ที่เป็นอย่างนั้นเพราะครั้งหนึ่งพ่อเคยโกรธคุณยาย เรื่องมี
อยู่ว่าปกติพ่อจะดื่มเหล้าวันละ ๑๐ สตางค์ วันหนึ่งพ่อเมา
นอนอยู่บนแคร่ใต้ถุนบ้านเหมือนอย่างเคย แล้วบ่นพึมพำ
ตามประสาคนเมาได้ที่ แม่คงจะรำคาญจึงตะโกนขึ้นว่า
“ไอ้นกกระจอก มาอาศัยรังเขาอยู่ มัวแต่บ่นน่ารำคาญ” พ่อ
โกรธก็พูดขึ้นกับลูกว่า “ได้ยินไหม แม่ของเอ็งกำลังด่าข้า”
พ่อตะโกนถาม ลูกทุกคนก็เงียบ คุณยายคงจะกลัวว่าหาก
ไม่มีใครตอบอะไรพ่อก็จะโกรธ หากจะตอบว่าได้ยิน พ่อกับ
แม่ก็คงจะทะเลาะกันบานปลาย ท่านจึงเสี่ยงเอาตัวเองเข้ารับ
เพราะถึงอย่างไรพ่อคงโกรธท่านไม่นาน คิดเช่นนั้นแล้วก็
ตอบพ่อไปว่า แม่เขาไม่ได้ว่าพ่อหรอก พ่อกำลังโมโหก็เลย
ปากน้ำคือ ท่านตั้งใจสมาทานศีล ๕ และตั้งใจแน่วแน่ที่จะ
ออกจากบ้านไปเรียนธรรมะ ท่านไม่ได้ตัดสินใจไปทันที ยัง
คงทำงานหนักเก็บออมทรัพย์สิน โชคดีที่ครอบครัวท่านไม่
เคยเป็นหนี้สินใครและที่นาก็เป็นของตัวเองไม่ต้องเช่าจากใคร
จึงเก็บออมได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เมื่อท่านอายุครบ ๒๕ ปี
กัลยานิมิตร พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓ ๑๓