ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทราบถึงทางแห่งความหลุดพ้น
เมื่อกาฬเทวิลดาบสได้ทราบดังนั้น ก็เหาะลงมาเข้าไปสู่พระราชวัง หวัง
จะได้เห็นพระบรมโพธิสัตว์ พระเจ้าสุทโธทนะทรงจัดอาสนะให้กาฬเทวิลดาบส
แล้วก็นำพระบรมโพธิสัตว์มา เพื่อปรารถนาจะให้พระบรมโพธิสัตว์นั้นมาไหว้
พระดาบส เมื่อพาพระบรมโพธิสัตว์มาถึงพระดาบส แทนที่พระบรมโพธิสัตว์จะไหว้
พระบาททั้งสองของพระโพธิสัตว์กลับขึ้นไปประดิษฐานบนชฎาของพระดาบส
พระดาบสเห็นเหตุการณ์นั้น ก็ระลึกชาติไป ทราบว่ากุมารนี้คือพระบรมโพธิสัตว์
แล้วก็ระลึกถึงอนาคต ก็เห็นว่าพระบรมโพธิสัตว์นี้จะได้ตรัสรู้ธรรมอายุเมื่อ ๓๕ ปี
จึงแย้มยิ้มด้วยความดีใจ
แล้วระลึกชาติต่อไปดูตัวเองว่าจะได้มีโอกาสฟังพระธรรมเทศนาหรือไม่
ก็ทราบว่าตัวเองจะถึงกาละ คือ ตายเสียก่อนแล้วไปเกิดในพรหมโลกชั้นอรูปพรหม
ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย ไม่ไปแสดงธรรมโปรด ท่านก็
ร้องไห้ด้วยความเสียใจที่ท่านจะไม่ได้ทราบหนทางแห่งความหลุดพ้น
พระเจ้าสุทโธทนะรวมทั้งมหาอำมาตย์ทั้งหลาย เห็นพระดาบสหัวเราะ
แล้วร้องไห้ เกิดความแปลกใจ จึงถามพระดาบส ท่านก็บอกว่าที่ท่านแย้มยิ้มครั้ง
แรกนั้น เป็นเพราะเห็นพระบรมโพธิสัตว์นี้ จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ปิติยินดี และที่ร้องไห้เพราะชีวิตของท่านไม่ทันได้ฟังธรรม มัจจุมารมาพรากไป
เสียก่อน
แม้บุคคลที่ฝึกตัวมามากแต่ไม่รู้หนทางอันประเสริฐ ที่จะไปสู่ความหลุดพ้น
ก็เป็นที่น่าเสียดาย
เรื่องที่สอง ครั้งหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จบิณฑบาตที่กรุงราชคฤห์
ทรงเห็นนางลูกสุกรตัวหนึ่ง ทรงแย้มพระโอษฐ์ พระอานนท์เดินตามอยู่ก็สงสัย
จึงทูลถามพระองค์ถึงเหตุที่ทรงแย้มพระโอษฐ์ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า
อานนท์ เธอเห็นลูกสุกรนั้นไหม อดีตลูกสุกรนี้เคยเกิดเป็นแม่ไก่ อยู่ในที่ใกล้ของ
พระภิกษุ ได้ฟังการสาธยายธรรมจากพระภิกษุรูปหนึ่ง เกิดจิตที่เลื่อมใส จุติจาก
แม่ไก่แล้วไปเกิดเป็นพระราชธิดาในตระกูลกษัตริย์ พระราชธิดาเมื่อเจริญวัยแล้ว
เห็นหนอน ที่อยู่ในห้องสุขา พระราชธิดาเอาหนอนนั้นเป็นอารมณ์ทำกรรมฐาน
เมื่อได้บรรลุปฐมฌาน รักษาธรรมที่ได้บรรลุนั้นจนสิ้นอายุขัย เมื่อสิ้นอายุขัยแล้ว
พระราชธิดาไปเกิดในพรหมโลก แต่เนื่องจากความสับสนแห่งคติ เมื่อสิ้นจาก
พรหมโลกแล้วมาบังเกิดเป็นนางลูกสุกรตัวนี้
เรื่องที่สามเป็นเรื่องสุดท้าย ในสมัยพุทธกาล มีเศรษฐีอยู่ ๒ ตระกูล มี
สมบัติมาก ตระกูลหนึ่งมีลูกชาย อีกตระกูลหนึ่งมีลูกสาว ทั้งสองตระกูลนี้มีทรัพย์
ใกล้เคียงกัน คือ ๘๐ โกฏิ ปัจจุบันก็ประมาณ ๘๐๐ ล้าน
เมื่อลูกเจริญวัย พ่อแม่มีความเห็นว่า ทรัพย์ที่มีอยู่ในบ้านมีมากพอที่จะ
ให้ลูกใช้จ่ายได้ตลอดชีวิต โดยไม่ต้องทำมาหากินเลย จึงไม่ให้ลูกศึกษาศิลปวิทยาใดๆ
ที่เป็นประโยชน์เพื่อการประกอบอาชีพ เมื่อทั้งสองเจริญวัยแล้วก็ได้แต่งงานกัน
ต่อมาพ่อแม่ทั้ง ๒ ตระกูล
ตายลง สมบัติ ๑,๖๐๐ ล้าน จึงตก
เป็นของลูกทั้งสองนั้น บุตรเศรษฐีมี
กิจต้องไปเข้าเฝ้าพระราชาทุกวัน ใน
ระหว่างทางพวกขี้เมาเห็นบุตรเศรษฐี
แล้วปรารถนาจะได้ทรัพย์นั้น จึง
เข้าไปตีสนิทสร้างความคุ้นเคย ใน
ที่สุดก็สามารถชักชวนบุตรเศรษฐีมา
ร่วมในวงสุราได้ เศรษฐีและภรรยาใช้
ทรัพย์ที่เป็นมรดกของพ่อแม่
จนกระทั่งทรัพย์นั้นค่อยๆ หมดไปๆๆ
จนต้องขายบ้านตัวเอง และในที่สุดก็
ถูกขับออกจากบ้านมาเป็นขอทาน
อาศัยเศษอาหารอยู่ตามฝาเรือน
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จ
บิณฑบาต เห็นขอทานทั้งสองจึง
แย้มพระโอษฐ์ พระอานนท์ก็ทูลถาม
เหตุนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัส
เล่าถึงเหตุทั้งหมดแล้วแล้วตรัสว่า
หากเศรษฐีและภรรยานี้
ตั้งใจประกอบกิจการงาน ตั้งแต่อยู่ใน
ปฐมวัย จะได้เป็นเศรษฐีอันดับหนึ่ง
ของเมือง หากออกบวชตั้งแต่ปฐมวัย
เศรษฐีนี้จะได้บรรลุธรรมเป็นพระ
อรหันต์ ส่วนภรรยาจะได้บรรลุธรรม
กัลยาณมิตร พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓ | ๒๓