ข้อความต้นฉบับในหน้า
ขณะที่ผู้เขียนได้เขียนเรื่องพระมาลูกติสสะนี้ บ่ายร้อนจัดเกิดกระหายน้ำขึ้นมา จึงแวะไปที่วัดป่าแห่ง
คุณป้าถวิลของพวกเรากำลังป่วยหนักมาก แม้ผู้เขียนจะ หนึ่งนามว่า เมณฑวาสีมหาวิหาร แลเห็นหม้อน้ำตั้ง
รู้จักคุณป้าเพียง ๒ ปีกว่า ผู้เขียนก็รู้สึกสำนึกในพระคุณ
เรียงรายกันประมาณ ๑๐ หม้อ อารามที่กำลังกระหายก็ให้
ของคุณป้าที่เคยได้อบรมสั่งสอนตักเตือนให้ระมัดระวังงาน ดีใจนัก หมายใจว่าจักดื่มกินน้ำเสียให้เต็มอิ่มจึงตรงรี่เข้าไป
เขียนอยู่เสมอ เมื่อครั้งที่คุณป้าถวิลป่วยและเข้าพักรักษาตัว
อยู่ที่สถานพยาบาลของวัด ผู้เขียนได้ไปเยี่ยมและปรารภ
กับคุณป้าถวิลว่าจะเขียนเรื่องสั้น ทั้งที่ขณะนั้นคุณป้ากำลัง
นอนอยู่บนเตียงและสวดมนต์ทำวัตรเย็นไปด้วย ท่านร้อง
ห้ามเสียงหลงว่า “อย่าเขียนเรื่องสั้นนะลูกนะ มันไม่คุ้มกัน
เพราะส่วนใหญ่มันมักจะมีเรื่องหลอกลวงให้หลงงมงายอยู่ด้วย
เท่ากับเราไปหลอกลวงคนอื่นให้หลงผิด มันจะทำให้เราผิดศีล
นรกนั้นน่ากลัวมากมันไม่คุ้มกันระวังไว้ให้ดีนะลูกนะ ป้า
ขอร้องนะลูก อย่าเขียนเลย” ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาผู้เขียน
ก็ทําตามค่าที่คุณป้าถวิลได้ขอร้อง และนึกขอบพระคุณท่าน
อยู่ในใจเสมอมา หากแต่ยังไม่ได้บอก
ขอบคุณท่านด้วยวาจา โอกาสนี้ผู้เขียนก็
ขอใช้คอลัมน์ของดีจากพระคัมภีร์นี้เป็น
สื่อเพื่อขอขอบคุณและขออนุโมทนาบุญ (4
กับคุณป้าถวิลด้วยความเคารพยิ่ง
เรื่องพระอรหันต์มาลกติสสะนี้
ได้คัดย่อมาจาก หนังสือ วิมุตติรัตนมาลี
แล้วเปิดหม้อน้ำทันใด ปรากฏหม้อแห้งผากไม่มีน้ำแม้แต่
หยดเดียว จึงเปิดหม้อต่อๆ ไป ทุกหม้อล้วนแต่ว่างเปล่าไม่
มีน้ำให้เห็นเลย เจ้าพรานใจโหดจึงตะโกนขึ้นด้วยความ
โมโหโกรธายิ่งนักว่า
“เว้ย! เฮ้ย....พระสมณหัวโล้น ใครอยู่ที่นี่บ้างช่าง
เกียจคร้านกันเสียเต็มประดา บริโภคอาหารของชาวบ้าน
แล้วพากันหลับนอนสบายใจ อยู่กันมากมายก่ายกองเต็มวัด
เต็มวา ดูรี! ปล่อยให้น้ำท่าแห้งตุ่มจะตักน้ำใส่ตุ่มไว้บ้างก็ไม่
มีปัญญาทำกัน ช่างกระไร จึงพากันชั่วชาติเห็นปานนี้
ขณะนั้น พระมหาปิณฑปาติกติสสเถรเจ้า ซึ่งเป็น
พิจารณาดูสกลกายอันพะรุงพะรังของมัน
ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ท่านก็ทราบทันทีว่าเป็น
99
อกุศลกรรมที่ทำให้เจ้าพรานป่าผู้มีความกระหาย
น้ำเป็นหนักหนามองไม่เห็นน้ำซึ่งมีอยู่เต็มทุกหม้อ
ซึ่งเขียนโดย พระพรหมโมลี กรรมการมหาเถรสมาคมใน
ปัจจุบัน เป็นหนังสือที่ได้รับรางวัลวรรณกรรมไทย ชั้นที่
ประเภท ร้อยแก้ว ของธนาคารกรุงเทพ จำกัด ประจำปี
๒๕๑๕ มีความย่อดังต่อไปนี้
ในสมัยพุทธกาล ยังมีบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งใน
อดีตชาติเคยตั้งความปรารถนาอันยิ่งใหญ่ในสาวกบารมีญาณ
แต่ด้วยความไม่เที่ยงแท้ในวัฏสงสาร ในชาตินี้เขาจึงได้มา
เกิดในตระกูลพรานไพร ณ โรหนชนบท ครั้นเมื่อเติบใหญ่ก็
มีอาชีพเจริญรอยตามตระกูลของตน วันหนึ่ง เจ้าพราน
ไพรใจเหี้ยมต้องการเดินทางเข้าป่าเพื่อล่าเนื้อสัตว์ เพื่อเอา
ไว้เป็นอาหารที่เหลือกะเอาไว้เร่ขายเพื่อเอาเงินมาเลี้ยงดู
บุตรและภรรยา บังเอิญให้เดินทางลึกไปไกลเกินกว่าที่ตน
เคยไป เที่ยวไล่ฆ่าเก้ง กวาง จนเป็นที่พอแก่ความต้องการ
แล้วจึงหาบกลับบ้าน ครั้นพอหิวขึ้นมาก็ถลกหนังเนื้อนั้นนำ
ไปย่างกินจนอิ่มหนำสำราญ แล้วก็เที่ยวล่าสัตว์ต่อไป เวลา
กัลยาณมิตร พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓ ๖๓