ข้อความต้นฉบับในหน้า
สีเขียว ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ท้องทะเลก็มองดูเป็นสีเขียวไปหมด ด้วยแก้วมณี ไพที่ทำด้วยรัตนะ
ท้องฟ้าเป็นสีครามก็เพราะที่แก้วมรกตส่องมาถึงชมพูทวีปนี้เอง
ในสมัยนั้น แม้พวกเทวดาก็พากันมาประชุม
ตรงไหล่เขาพระสุเมรทางทิศตะวันออกมีแร่เงิน ปรึกษาหารือกันว่า บัดนี้พวกมนุษย์ได้บูชาพระพุทธเจ้า
ทำให้ปุพพวิเทหทวีปส่วนใหญ่จะเป็นสีเงินเพราะแสงสว่างที่ ด้วยการสร้างเจดีย์เป็นพุทธบูชา เราก็ควรจะมีส่วนร่วมใน
เกิดจากแร่เงิน อุตตรกุรุทวีปอยู่ทางทิศเหนือของเขาพระสุเมร บุญใหญ่ครั้งนี้ด้วย ว่าแล้วก็เนรมิตเจดีย์สูง ๑ โยชน์ ครอบ
ตรงไหล่เขานั้นจะมีแร่ทองคำ ทำให้ผืนน้ำ ท้องฟ้า ใบไม้แล เจดีย์ที่มนุษย์ได้สร้างขึ้นครั้งแรก ให้เป็นเจดีย์ที่สำเร็จด้วย
ดูเหมือนเป็นสีทองไปทั้งหมด และทวีปอปรโคยานซึ่งอยู่ รัตนะ ๗ ประการล้วนๆ พระเจดีย์จึงสูง ๒ โยชน์
ทางทิศตะวันตก จะได้รับแสงสะท้อนจากแก้วผลึกซึ่งอยู่ตรง สว่างไสวขจัดความมืดมิดได้หมด ฝ่ายนาคก็อยากได้บุญบ้าง
จึงพากันเนรมิตเจดีย์สูงขึ้นไปอีกเป็นโยชน์ที่ ๓ ใช้อานุภาพ
ไหล่เขาพระสุเมรทำให้แลดูเหมือนเป็นสีน้ำเงิน
ด้วยอานุภาพแห่งความเลื่อมใสในพระรัตนตรัย
อันไม่มีประมาณในครั้งนั้น ทำให้มนุษยชาติได้
66 ไปสู่สุคติสวรรค์กันมากมายนับไม่ถ้วน บน 99
สวรรค์ก็หนาแน่นไปด้วยเหล่าเทพบุตรเทพธิดา
ส่วนในนรกก็เป็นประหนึ่งว่าจะร้าง
บูชาพระรัตนตรัยด้วยรัตนชาติ
ของนาค ทำให้เป็นเจดีย์ที่เป็นแก้ว
อินทนิล แก้วมหานิล และแก้วมณีมีรัศมี
โชติช่วงสว่างไสวสวยงามมากทีเดียว
ต่อมาฝูงครุฑก็ได้พร้อมใจกัน
สร้างเจดีย์ให้สูงขึ้นไปอีกเป็นโยชน์ที่ ๔
โดยใช้แก้วมณีล้วนๆ มาทำเป็นพุทธ
บูชา พวกกุมภัณฑ์ได้ประชุมร่วม
ปรึกษากันเป็นสมานฉันท์ แล้วพร้อม
ใจกันสร้างเจดีย์ให้สูงขึ้นไปอีกเป็น
โยชน์ที่ ๕ โดยใช้รัตนะล้วนๆ มาสร้างเป็นพุทธเจดีย์ ทำให้
เกิดความสว่างไสวมากเป็นพิเศษ พวกยักษ์พร้อมใจกัน
สร้างพระเจดีย์ให้สูงขึ้นไปอีก ๑ โยชน์ ด้วยแก้วผลึก เหล่า
คนธรรพ์เห็นดังนั้น ก็อยากได้บุญบ้าง ได้มาประชุมร่วม
ปรึกษากันว่า ชาวมนุษย์ เทวดา นาค ครุฑ กุมภัณฑ์ และ
ปัจจุบันนี้ รัตนชาติในเมืองมนุษย์เป็นสิ่งที่หาได้
ยากมาก เพราะบุญในตัวของมนุษย์มีไม่มากพอที่จะดึงดูด
สมบัติเหล่านั้นมาใช้ได้ ไปอยู่กับเทวดาบ้าง นาคบ้าง ยักษ์
บ้าง ซึ่งเขาครอบครองเอาไว้ แต่ผู้มีบุญทั้งหลายในสมัยก่อน
เมื่อได้ครอบครองแล้ว ก็ไม่ได้หวงแหนรัตนะเหล่านั้นเอาไว้ ยักษ์ พากันสร้างพระพุทธเจดีย์แล้ว ถ้าพวกเราไม่ได้สร้างเลย
เพราะมองเห็นว่าสิ่งที่ทรงคุณค่ายิ่งกว่ารัตนชาตินั้นยังมีอยู่ ก็นับว่าเป็นผู้ประมาทยิ่งนัก จึงพร้อมใจกันสร้างไพที่ ๗
ชั้นตลอดทางเดิน แล้วใช้ทองคำล้วนๆ สร้างให้สูงขึ้นไปอีก
๑ โยชน์ ทำให้มหาเจดีย์สว่างไสวทั้งกลางคืนกลางวัน รัศมี
ของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว ก็ครอบงำรัศมีของ
มหาเจดีย์ที่สว่างไสวเรืองรองด้วยรัตนชาติไม่ได้ แสงสว่าง
นั้นส่องออกไปทุกทิศทุกทางไกลถึง ๑๐๐ โยชน์ เวลา
ก็คือพระรัตนตรัยนั่นเอง ในสมัยหลังจากพระปทุมุตตรพุทธ
เจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว พุทธศาสนิกชนได้ช่วยกัน
สร้างพระเจดีย์เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุสูงให้ได้ ๑ โยชน์
และสร้างด้วยวัตถุธาตุที่มีค่าที่สุดในโลก ก็คือรัตนชาติ เพื่อ
ถวายเป็นพุทธบูชา เพราะฉะนั้น ใครมีรัตนชาติชนิดไหน ก็
ขนกันมามากมายโดยไม่มีความตระหนี่หลงเหลืออยู่ในใจ มนุษย์จะเอาดอกไม้ของหอมมาบูชาพระเจดีย์ก็ไม่ต้องลำบาก
เลยแม้แต่นิดเดียว เจดีย์นี้สูงหนึ่งโยชน์ แบ่งเป็น ๒ ชั้น ชั้น
ที่ ๑ ๑ สร้างด้วยทองคำบริสุทธิ์ ชั้นที่ ๒ เป็นเจดีย์แก้วมณี ชั้นที่
เป็นเจดีย์เงิน ชั้นที่ ๔ เป็นเจดีย์แก้วผลึก ชั้นที่ ๕ สร้าง
เป็นเจดีย์แก้วทับทิม ชั้นที่ 5 เป็นเจดีย์แก้วลายหรือ
๓
เพชรตาแมว ชั้นบนสุดทำด้วยรัตนะล้วนๆ ทางเดินก็ทำ
๓๖ | กัลยามิตร พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓
เพราะมียักษ์ตนหนึ่ง ชื่อ อภิสัมมตะ อยากได้บุญใหญ่ ได้
อาสาที่จะนำพวงดอกไม้ ขึ้นไปบูชาบนยอดพระเจดีย์ให้
มนุษย์แม้มองไม่เห็นยักษ์ มองไม่เห็นพระเจดีย์ที่สูงเกินกว่า
๑ โยชน์ แต่ก็สามารถมองเห็นพวงดอกไม้ที่ตนเองนำมาบูชา
ทำให้เกิดความปลื้มปีติศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธเจ้ามาก