ดิฉันจบการศึกษาจากออชาดพาร์คไฮสคูล ออชาดพาร์ค
นิวยอร์ก ในช่วงเวลาที่ดิฉันศึกษาอยู่ที่ไฮสคูล ดิฉันมักมีความคิดที่จะมี
อาชีพในอนาคตที่ได้ทำงานและก็ได้ช่วยเหลือประชาชน หลังจากเข้า
เรียนต่อที่บัฟฟาโลเสตท คอลเลจ ได้ ๑ ปี ดิฉันก็ตัดสินใจที่จะเรียน
เพื่อจะจบหลักสูตรปริญญาตรี ทางด้านงานสังคมสงเคราะห์จาก
มหาวิทยาลัยมอนทานา มิสซูลาเมาท์ ดิฉันเข้ารับการศึกษาในช่วง
เดือนกันยายน ค.ศ. 1993 ถึง เดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ. 1998
วารสาร : ทำไมคุณถึงเดินทางมาประเทศไทย คุณเริ่มสนใจใน
พระพุทธศาสนาและการปฏิบัติธรรมได้อย่างไร แล้วคุณทำอย่างไร
ถึงได้มามีส่วนร่วมกับวัดพระธรรมกายได้?
ธรรมธิดา : ดิฉันเดินทางมาเมืองไทย เดือนกรกฎาคม ในปี ค.ศ. 1997
มาฝึกงานด้านสังคมสงเคราะห์ เพื่อใช้ในการจบภาคการศึกษา เข้ารับ
ปริญญาของดิฉัน ดิฉันเลือกประเทศไทย เพราะต้องการมีประสบการณ์
นานาชาติในด้านงานของสังคม และศึกษาพระพุทธศาสนา ดิฉันมี
ความสนใจในพระพุทธศาสนาตั้งแต่เมื่อมีอายุได้ ๒๑ ปี จากการที่ได้
อ่านหนังสือหลากหลายชนิดหลากหลายเล่ม ในเรื่องหัวข้อทางด้าน
พุทธปรัชญา และการนั่งสมาธิ ดิฉันชอบเรื่องของอริยสัจ ๔ และมรรค
มีองค์ ๘ เป็นอย่างมาก รวมทั้งปรัชญาทางพระพุทธศาสนา โดยทั่วๆ
ไปแล้วสิ่งเหล่านี้ดึงดูดความสนใจของดิฉันจริงๆ ในช่วงที่ดิฉันมีเวลา
ว่างตอนที่อยู่มหาวิทยาลัย ดิฉันเพลิดเพลินกับการอ่านปรัชญา
พระพุทธศาสนา และเริ่มที่จะสะสมหนังสือ ดิฉันได้เข้าร่วมการปฏิบัติธรรม
เมื่อดิฉันมีอายุได้ ๒๓ ปี และก็ได้ปฏิบัติธรรมต่อเนื่องมาโดยตลอด
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เมืองมิสซูลา รัฐมอนทานานั้น เป็นสถานที่
สวยงามและเงียบสงบ ซึ่งสิ่งนี้ช่วยให้ดิฉันประสบความสำเร็จเมื่อเริ่ม
นั่งสมาธิเป็นครั้งแรก
๓
เมื่อดิฉันเดินทางมาที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก ดิฉันได้เข้า
เรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลักสูตรวิชาหนึ่งชื่อว่า วิชาพุทธ
ศาสนาและสังคมไทย ต้องเข้าเรียนทุกวันๆ ละ ๓ ชั่วโมง ในช่วงเวลา
ดังกล่าว ดิฉันและเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งก็ได้ไปที่วัดมหาธาตุฯ เพื่อเรียน
รู้เกี่ยวกับการนั่งสมาธิ ดิฉันเริ่มอ่านและสะสมหนังสือมากมายเท่าที่
ดิฉันจะทำได้ ในส่วนที่เกี่ยวกับวิชาทางพระพุทธศาสนา
หลังจากจบหลักสูตรดังกล่าวดิฉันไปที่ศูนย์พัฒนาเพื่อนมนุษย์
ในสลัมคลองเตย เพื่อจะทำงานกับเด็กด้อยโอกาสที่โรงเรียนของพวกเขา
และที่สถานที่พักของผู้ป่วยโรคเอดส์ ในช่วงเวลานั้นดิฉันยังคงมีการฝึก
สมาธิอย่างต่อเนื่องตามปกติ และอ่านหนังสือทางด้านพระพุทธศาสนา
ในช่วงที่ดิฉันมีเวลาว่าง การนั่งสมาธิช่วยให้ดิฉันสามารถที่จะอดทนกับ
หลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่น่าชมไม่น่าดู ซึ่งดิฉันได้พบเห็นในระหว่างที่
ทำงานในสลัมและที่สถานที่พักของผู้ป่วยโรคเอดส์ การฝึกสมาธิช่วยให้
ดิฉันมีความยืดหยุ่นในความคิดและก็มีสภาวะทางจิตใจที่สดชื่น และ
เปิดกว้าง ในขณะที่จะต้องจัดการกับสถานการณ์ต่างๆ ที่ค่อนข้างจะ
ยากลำบาก ดิฉันมอบความรักและความเมตตาไปให้กับทุกๆ คนที่ดิฉัน
มีโอกาสได้ช่วยเหลือ ตัวอย่างเช่น เมื่อดิฉันทำงานกับคนที่ใกล้จะตาย
๕๐ | กัลยาณมิตร พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓
My mother and father are both retired and currently
reside in West Seneca, New York.
I graduated from Orchard Park High School,
Orchard Park, New York. During my years in high
school, I always had the idea of having a future
career working with and helping people. After at-
tending a year at Buffalo State College, I decided to
pursue a Bachelor's degree in Social Work, from the
University of Montana, Missoula MT. I attended from
September 1993 - May 1998.
Kalmag : Tell us why you came to Thailand,
how you became interested in Buddhism and
meditation and how you got involved with the
Dhammakaya temple?
Ms.Barie : I came to Thailand in July 1997, to do a
social work internship for the completion of my de-
gree. I chose Thailand, to have an international
experience in the field of social work and to study
Buddhism. I became interested in Buddhism when
I was 21 years old, through reading various books
on the subject of Buddhist philosophy and medita-
tion, I really liked the Four Noble Truths and the
Eightfold Noble Path, and the philosophy of Bud-
dhism, in general, really attracted my interest. Dur-
ing my leisure time at the University, I enjoyed read-
ing books about Buddhist philosophy and started a
collection. I joined a meditation workshop when I
was 23 years old, and have been meditating ever
since, Missoula, Montana is a very beautiful and
serene place and this helped me to be successful
when I first began meditation.
When I first came to Thailand, I attended
a class at Thammasat University, called Buddhism
and the Thai society. The class met everyday for
three hours. During this time, a classmate and I
attended Wat Mahatat for meditation instruction. I
began reading and collecting as many books as I
could on the subject of Buddhism.
After the course ended, I went to the Hu-
man Development Center, in the slums of Klong
Toey to work with disadvantaged children at their
schools, and an AIDS hospice. During this time I