ข้อความต้นฉบับในหน้า
ท่านก็ตัดสินใจลาแม่
และพี่น้องเดินทางมาอยู่
กับญาติ กรุงเทพฯ
โดยมอบทรัพย์สินแก้ว
แหวนเงินทองทั้งหมด
ไว้กับที่บ้าน ที่นาใน
ส่วนของท่านก็ยกให้
พระน้องชาย
เมื่อมาอยู่
กรุงเทพฯ คุณยายสืบ
ทราบว่ามีตระกูล
อุปัฏฐากวัดปากน้ำ
ตระกูลใหญ่ เป็นเศรษฐีย่านสะพานหัน ชื่อคุณนายเลี้ยบ
ท่านคิดว่าตัวเองมาจากบ้านนอกไม่มีใครรู้จัก อยากจะไป
เรียนธรรมะขั้นละเอียดอยู่ในวัด หากไม่มีผู้ใหญ่ช่วยฝากฝัง
ให้ก็คงยาก จึงตัดสินใจไปสมัครเป็นคนใช้บ้านคุณนายเลี้ยบ
ทันที ท่านทำงานทุกอย่างด้วยความตั้งใจ และเป็นระเบียบ
เรียบร้อยที่สุด อย่างไม่มีที่ติ อันเป็นคุณสมบัติประจำตัว
ท่านมาแต่ไหนแต่ไร จนคุณนายเลี้ยบทั้งรักทั้งผูกพันกับ
คุณยาย ให้ความไว้วางใจถึงขนาดให้เป็นผู้ถือกุญแจ ดูแล
ห้องกำปั่นเก็บสมบัติ
ต่อมาที่บ้านคุณนายเลี้ยบได้เชิญ อุบาสิกาทองสุก
สำแดงปั้น ซึ่งเป็นอาจารย์สอนธรรมะที่หลวงพ่อวัดปากน้ำ
ส่งออกเผยแผ่ ให้มาสอนที่บ้าน คุณยายนั้นเมื่อทราบว่ามี
ครูสอนธรรมะมา ท่านก็พยายามขวนขวาย เข้าไป
ปรนนิบัติรับใช้ ดูแลอุบาสิกาทองสุกอย่างดีที่สุด ทั้งซักเสื้อผ้า
จัดที่นอน อย่างสะอาดสะอ้านเรียบร้อย ตลอดจนอาหาร
การกินต่างๆ ด้วยความประณีต แม้ว่าท่านจะต้องเหนื่อย
เพิ่มขึ้นอีกเป็น ๒ เท่า จนคุณยายทองสุกเอ็นดู และเมตตา
ขออนุญาตเจ้าของบ้าน ให้คุณยายเข้าไปเรียนธรรมปฏิบัติ
พร้อมกับเจ้าของบ้านด้วย
ในช่วงแรกๆ การนั่งสมาธิของท่านยังไม่เข้าที่นัก
ท่านต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อไม่ให้ถูกตำหนิได้ว่าเสียงาน อีก
ทั้งต้องพยายามทำงานให้เสร็จเร็วขึ้น เพื่อจะได้หาโอกาส
ไปนั่งธรรมะตามลำพัง ที่ต้องแอบนั่งเพราะความเกรงใจ
เจ้านาย กังวลว่าท่านอาจมีงานให้ช่วย แต่เรามานั่งสมาธิอยู่
๑๔ | กัลยาณมิตรพฤศจิกายน พ.ศ. bike
ทำให้ท่านต้องคอยกังวลอยู่ตลอดเวลาที่นั่งสมาธิ แต่ท่าน
ก็อดทนไม่ย่อท้อ เพราะความตั้งใจของท่านนั้นเด็ดเดี่ยว
กว่าที่อุปสรรคใดๆ จะมาขวางกั้นไว้ได้เสียแล้ว ในที่สุด
ความพยายามของท่านก็เป็นผล ท่านได้เข้าถึงธรรมกาย
และคุณยายทองสุกก็สอนให้ท่านไปตามหาพ่อ ช่วยพ่อให้
พ้นจากนรก และกล่าวขอขมาพ่อ ตามที่ท่านตั้งใจไว้
ความตั้งใจของท่าน บรรลุผลสำเร็จได้ เพราะคุณ
ยายท่านเป็นนักวางแผนชั้นเยี่ยม อีกทั้งท่านรู้จักรอคอย
จังหวะเวลาที่เหมาะสม และจัดการเรื่องราวต่างๆ ให้
เรียบร้อยเป็นเปลาะๆ อย่างไม่ให้มีอะไรติดค้าง ไม่ให้ห่วง
หน้าพะวงหลัง คุณยายทำงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอน มั่นคง
และชัดเจน ที่บ้านเดิมของท่าน ท่านก็สละมรดก
ทรัพย์สมบัติต่างๆ ไม่ได้เผื่อเหลืออะไรไว้เลย แบบเดียวกับ
พระโพธิสัตว์ผู้มุ่งอมตะธรรม เมื่อมาถึงกรุงเทพฯ ท่านก็
สละความสะดวกสบายในชีวิตท่าน จากเดิมที่ไม่เคยต้องรับ
ใช้ใคร ที่นาก็มีเป็นของตัวเอง ทรัพย์สมบัติก็มี หนี้สินก็ไม่
เคยก่อไว้แม้แต่น้อย เรียกว่าท่านสามารถใช้ชีวิตอย่างอิสระ
ไปได้จนตลอดชีวิตของท่าน ท่านสละทุกอย่างยอมตนมา
เป็นคนรับใช้ เพื่อธรรมะเพียงประการเดียว
สละชีพเพื่อธาตุธรรม
แม้ว่าเป้าหมายแรกที่ท่านจากบ้านมาจะบรรลุผล
สำเร็จแล้ว แต่เมื่อท่านทราบว่า วิชชาธรรมกายเป็นของจริง
เป็นความรู้ที่ยิ่งใหญ่กว้างขวาง ก็ปรารถนาจะรู้ให้มากยิ่ง