ข้อความต้นฉบับในหน้า
เรื่องเด่น
นิตยา จรุงจิตต์
ด้วยพลังแห่งนักสู้ ผู้ไม่รู้จักค่าว่าท้อ
และแม้ว่าคุณยายจะไม่รู้หนังสือ แต่
คุณยายรู้จักตนเอง รู้จักทุกสิ่ง จาก
ธรรมะซึ่งเป็นของจริง ของจริงซึ่ง
ควรคู่กับคนจริงเท่านั้น
วัยเด็ก
คุณยายเกิดเมื่อวันพุธ ขึ้น ๑๐
ค่ำ เดือนยี่ ปีระกา พ.ศ. ๒๕๕๒
เป็นบุตรคนที่ ๕ ในจำนวนพี่น้อง
ทั้งหมด 4 คน เมื่อครั้งคุณยายยัง
เป็นเด็ก ท่านเป็นเด็กที่ขยันขันแข็ง
รับผิดชอบการงาน ท่านช่วยพ่อแม่
ทำงานในนาตั้งแต่อายุไม่ถึง ๑๐ ขวบ
จันทร์ตามตะวัน
ดวงตะวันทอแสงอรุณงามตา ให้ความสว่างแก่โลกในยาม
เช้า เด็กหญิงผู้มีแววตาสุกใสทอดสายตามองไกลไปยังดวงตะวัน
เฝ้าใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งจะไปให้ถึงดวงสว่างกลมโตนั้น สำหรับ
บางคนอาจคิดว่านั่นเป็นฝันที่ไกลเกินจริง แต่สำหรับคนจริงไม่มี
ฝันใดที่ไกลเกินไป
คุณยายอาจารย์ มหารัตน
อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้ให้กำเนิด
วัดพระธรรมกาย เป็นแบบอย่างของ
คนจริง ที่มีความตั้งใจมั่น เด็ดเดี่ยว
ทุกช่วงจังหวะชีวิตของคุณยาย เป็นต้น
แบบของการดำเนินชีวิตที่สมบูรณ์พร้อม
คุณยายได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ชีวิตหนึ่งนั้นสามารถสร้าง
ความดีได้อย่างไม่มีขีดจำกัด
ชีวิตอันยิ่งใหญ่ จิตใจอันงดงามของคุณยาย ซ่อน
อยู่ภายในวิถีชีวิตที่เรียบง่าย สันโดษ ในร่างกายที่ผอมบาง
หากแต่แววตาสุกสว่าง ฉายแววแห่งความเด็ดเดี่ยว เปี่ยม
๑๒ กัลยาณมิตร พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔
ชีวิตประจำวันของท่านเริ่มต้นตั้งแต่
อรุณรุ่งยังไม่ทันเบิกฟ้า เพราะท่าน
ออกไปท้องนาตั้งแต่ตี 4 ของทุกวัน
ท่านจะไม่ยอมให้วัชพืชใด ๆ เข้ามา
ปนอยู่ในนาข้าวของท่านเป็นเด็ดขาด
ทั้งยังดูแลเอาใจใส่อย่างดีตั้งแต่ยัง
เป็นต้นกล้าไปจนกระทั่งกลายเป็นรวง
ข้าวสีทอง เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวนา
ข้าวของท่านก็จะได้ข้าวมากกว่าของ
เพื่อนบ้าน ความขยันขันแข็งของ
ท่านไม่ใช่เห็นกันเฉพาะในครอบครัว
เท่านั้น แต่เป็นที่เลื่องลือไปทั้งหมู่บ้าน
จนได้รับสมญาว่า “จันทร์แข้งเหล็ก”
คุณยายเล่าว่า เมื่อเด็กๆ
นั้นท่านเป็นคนไม่ค่อยกลัวอะไร มี
คราวหนึ่งท่านพร้อมกับญาติพี่น้องไป
เจอผีในระหว่างทาง ขณะที่กำลังเดิน
บนสะพาน ทุกคนวิ่งหนีด้วยความกลัวและถึงกับจับไข้หัว
โกนกันระนาว แต่คุณยายท่านยืนดูอยู่เฉยๆ โดยไม่รู้สึกกลัว
และไม่ได้เจ็บป่วยอะไร
สมัยเด็ก เวลาต้อนควายไปนาในตอนเช้า ท่านมัก
จะชอบมองดูดวงอาทิตย์ที่กำลังจะโผล่พ้นขอบฟ้าในยามเช้าตรู่