ข้อความต้นฉบับในหน้า
ตั้งใจเล่าเรียนศึกษาพระพุทธวจนะเป็น
ดูกรเจ้าผู้มีบาปหนา! เจ้าสานึกตัวแล้วหรือยัง
ว่าบาปกรรมที่เจ้าหาไว้นั้น มีโทษมหันต์ทารุณ
เจ้ามีสภาพเป็นเหมือนเปรตอสุรกายทันตาเห็น
เป็นที่ประจักษ์เช่นนี้
พระบาลีเทวทูตสูตร ตอนที่มีข้อความว่า - - ร้ายกาจอย่างไร ในชาตินี้ยังสามารถบันดาลให้ 99
มาลกติสสะ” เมื่อบวชเรียนใหม่ก็มีความ
อย่างดี วันหนึ่งเมื่อพระอุปัชฌาย์สอนถึง
ดูกรเธอผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร
ทั้งหลาย! นายนิรยบาลทั้งหลาย ย่อม
พากันจับสัตว์นรกซึ่งมีกรรมอันเป็นบาป
หยาบช้าลามกนั้นโยนทุ่มลงไปในมหา
นรกอีกครั้งหนึ่ง
พระมาลูกติสสะ ก็ให้มีใจ
หวาดหวั่นเป็นยิ่งนัก จึงกราบเรียนท่าน
พระอุปัชฌาย์ขึ้นกลางคันว่า
“ข้าแต่พระเดชพระคุณ !
อกุศลกรรมให้โทษทุกข์ถึงเพียงนี้ทีเดียว
หรือ อโห...มหานรกนี้เป็นแดนชั่วร้ายที่
มีภัยร้ายกาจน่าเกรงกลัวนัก อะไรก็ไม่
จนถึงที่ตั้งมหานรกขุมใหญ่
สามารถแลเห็นสภาพแห่ง
มหานรกนั้นโดยชัดเจน แล้ว
ท่านก็ยื่นมือลงไปหยิบเอาไฟ
ในมหานรกขึ้นมาหน่อยหนึ่ง
ประมาณเท่าแสงหิ่งห้อยด้วย
กำลังแห่งอริยฤทธิ์ แล้วก็ทิ้ง
ลงไปบนกองไม้สดนั้นพลัน
เปลวเพลิงก็ติดกองไม้สดและ
ลุกโชติช่วงอย่างรวดเร็ว
ประดุจว่ากองไม้ซึ่งสดอยู่นั้น
น่ากลัวเท่ากับการที่จะต้องถูกไฟในมหา
นรกนั้นแผดเผาอยู่เนืองนิตย์ กายแลจิต
ของสัตว์นรกเหล่านั้นคงได้รับความเร่าร้อนกระสับกระส่าย
ร้ายแรงเช่นนั้นจริงหรือ หากมีจริงแล้วทำไมจึงไม่มีใครเคย
เป็นไม้แห้งกรอบอันเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี บัดเดี๋ยวกองไม้
อย่างมากมายบอกไม่ถูกทีเดียว ว่าแต่มหานรกมีไฟอัน ใหญ่นั้นก็ไหม้ยับด้วยอานุภาพแห่งไฟมหานรกซึ่งมีเพียง
เห็นเล่าท่านพระอาจารย์"
“เอ๊ะ...ทำไมท่านจึงคิดเช่นนั้น พระบาลีซึ่งออกมา
จากพระโอษฐ์แห่งองค์สมเด็จพระชินสีห์สัมมาสัมพุทธเจ้า
แห่งเรา สิ่งนั้นย่อมมีปรากฏอยู่จริง ถ้าเธออยากรู้อยาก
เห็นจะเป็นไรไปเล่า เธอจงไปเรียกสามเณรทั้งหลายให้ช่วย
กันหากิ่งไม้ในป่า แล้วเอามาสุมกองไว้บนหินดาดกองใหญ่
ได้กิ่งไม้สดๆ ทั้งหมดยิ่งดี อย่าช้า ประเดี๋ยวเธอจะได้รู้ว่า
มหานรกและไฟอันร้ายแรงในมหานรกนั้นมีหรือไม่มี
เมื่อถูกพระอุปัชฌาย์ที่เคารพรุกรานเอาเช่นนี้
พระมาลูกติสสะก็ให้มีจิตคิดหวาดเกรงและเสียใจ รีบลุกขึ้น
กราบลาไปทำตามคำสั่งทันที เมื่อเสร็จแล้วก็เข้าไป
กราบเรียนพระอาจารย์ ท่านพระมหาปิณฑปาติกติสสะองค์
อรหันต์ผู้ทรงฌานอภิญญา ก็เดินมุ่งหน้าไปที่กองไม้ใหญ่
นั้นและนั่งลงใกล้ๆ แล้วเข้าฌานอภิญญา สำรวมจิตให้แผ่น
ปฐพีบันดาลแยกออกเป็นสองภาค ปรากฏเป็นช่องลึกลงไป
เท่าแสงหิ่งห้อย เหตุการณ์นี้นำความอัศจรรย์ใจมาให้แก่
สามเณรน้อยใหญ่และพระมาลูกติสสะอดีตพรานไพร ซึ่งพา
กันยืนห้อมล้อมดูอยู่ในที่นั่นเป็นอันมาก
“เห็นแล้วหรือยังว่าไฟนรกนี้น่ากลัวร้ายกาจเพียงใด
จงเร่งบำเพ็ญสมณธรรมซึ่งเป็นธุระในพระบวรพุทธศาสนา
ให้เต็มที่เถิด ผู้ที่บำเพ็ญธุระในพระบวรพุทธศาสนาจน
สำเร็จเป็นพระอริยบุคคลแล้วเท่านั้น จึงจะสามารถปิดกั้น
ประตูมหานรกได้ คือว่าเมื่อตายไปแล้วย่อมไม่เกิดในมหา
นรกเช่นที่พวกเธอเห็นเมื่อสักครู่”
"ธุระในพระพุทธศาสนานี้มีเท่าไร ขอพระเดชพระคุณ
โปรดแจ้งให้ทราบโดยไวเถิด เกล้ากระผมยินดีจะปฏิบัติ แม้
ยากลำบากแสนสาหัสเพียงใดก็จักไม่ท้อถอยเลย” พระมา
ลกติสสะผู้ซึ่งเคยทำบาปเอาไว้มาก เรียนถามด้วยความ
กลัวภัยนรกเป็นหนักหนา
“ธุระในพระศาสนาแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัม
พุทธเจ้าของเรานี้มีอยู่ ๒ ประการ คือ
กัลยา มิตร พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓ ๖๘