ข้อความต้นฉบับในหน้า
ไปครอง ซึ่งพระสงฆ์จะกระทำพิธีที่เรียกว่า “กรานกฐิน
หลังจากที่ได้รับผ้ากฐินแล้วในวันเดียวกันนั้น
ถวายแทน
๒) กฐินต้น เป็นกฐินส่วนพระองค์ที่พระเจ้า
แผ่นดินเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระราชทานแก่วัดใด
วัดหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นวัดหลวงหรือวัดราษฎร์ก็ได้
๓) กฐินพระราชทานเป็นกฐินหลวงที่โปรดพระราช
ทานให้แก่หน่วยงานข้าราชการ คฤหบดี พ่อค้าและประชาชน
ผู้กราบบังคมทูลขอพระราชทานผ้าพระกฐินนำไปทอดถวาย
ณ พระอารามหลวงแห่งใดแห่งหนึ่ง
การที่พระภิกษุทั้งวัดจะพร้อมใจยกมอบผ้ากฐินให้แก่
พระภิกษุรูปใดไปครองก็เนื่องจากได้พิจารณาเห็นแล้วว่า
ตลอดระยะเวลา ๓ เดือน ที่จำพรรษาอยู่ร่วมกันนี้ พระ
ภิกษุรูปใดมีคุณสมบัติอันสมควรจะได้รับผ้ากฐิน เช่น เป็นผู้
บำเพ็ญสมณธรรมดีเยี่ยม เป็นผู้มีความรู้ความสามารถโดด
เด่นเป็นที่ประจักษ์ หรือเป็นผู้มีจีวรเก่าคร่ำคร่าที่สุด เป็นต้น
พระภิกษุผู้ได้รับมอบผ้ากฐินนี้เรียกว่า “ผู้กรานกฐิน กฐินราษฎร์ ได้แก่ กฐินที่ราษฎรผู้มีจิตศรัทธา
หรือ “ผู้ครองกฐิน” สำหรับพระภิกษุทั้งหลายที่อยู่ร่วมใน ทั้งหลายจัดนำไปทอดถวาย ณ วัดราษฎร์ทั่วไป
พิธีได้อนุโมทนาต่อผู้กรานกฐินและเจ้าภาพผู้ทอดกฐินแล้วนั้น กฐินราษฎร์นี้นิยมเรียกแยกออกเป็น ๒ ประเภท คือ
ก็ย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้กรานกฐินและพลอยได้รับอานิสงส์-
กฐินด้วย
การรับผ้ากฐินและกรานกฐินนี้ นอกจากจะ
เป็นการแสดงออกถึงการรู้รักสามัคคีในหมู่สงฆ์แล้ว ยัง
แสดงถึงความมีน้ำใจและรู้จักยกย่องเชิดชูผู้กระทำดีให้มี
เกียรติประวัติสืบไปอีกด้วย
ประเภทของกฐิน
การทําบุญทอดกฐินในประเทศไทยเราได้แยกกฐิน
ออกเป็น ๒ ประเภท คือ กฐินหลวง และกฐินราษฎร์
กฐินหลวง ได้แก่ กฐินที่ทำพิธีทอดถวายแก่
พระสงฆ์ที่อยู่จำพรรษา ณ พระอารามหลวงแห่งใดแห่งหนึ่ง
ซึ่งมีอยู่ ๓ ประเภท คือ
๑) กฐินเสด็จพระราชดำเนิน เป็นกฐินหลวงที่
พระเจ้าแผ่นดินเสด็จไปพระราชทานถวายด้วยพระองค์เอง
๑) มหากฐิน เป็นกฐินที่นิยมจัดเครื่องบริวารกฐิน
ต่างๆ มากมาย
๒) จุลกฐิน เป็นกฐินน้อย หรือกฐินรีบด่วน เพราะ
มีเวลาจัดเตรียมการน้อย นิยมทอดกันในวันเพ็ญกลางเดือน
๑๒ อันเป็นวันสุดท้ายของระยะเวลากาลทอดกฐิน
อานิสงส์กฐิน
กฐินทานนี้มีอานิสงส์มาก เพราะเป็นทานพิเศษยิ่ง
กว่าทานอื่นใด ด้วยเป็นทั้ง “กาลทาน” และ “สังฆทาน”
นับเป็นทานชนิดเดียวที่ผู้ให้และผู้รับได้อานิสงส์ด้วยกันทั้ง
สองฝ่าย คือ
ฝ่ายผู้รับ พระสงฆ์ครั้นรับกฐินแล้วย่อมได้รับ
อานิสงส์ตามพระวินัย ๕ ประการ คือ
๑) เที่ยวไปไหนไม่ต้องบอกลา ก็ไม่เป็นอาบัติ
๒) เที่ยวไปไหนไม่ต้องถือเอาไตรจีวรไปครบ
หรือทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์ไปทอด สํารับก็ได้ ไม่เป็นอาบัติ
๕๘ | ศัลยาณมิตร พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓