การเลือกอาหารตามวัย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 11 หน้า 81
หน้าที่ 81 / 108

สรุปเนื้อหา

ของชาวตะวันตก ความเชื่อที่ว่า ในเด็กจนถึง วัยหนุ่มสาว (อายุประมาณ ๒๐ ปี) การรับประทานอาหารประเภท เนื้อ นม ไข่ ให้มาก พบว่าถ้าได้ในปริมาณ ที่มากเกินไป จะมีโอกาสเกิดโรคทาง หลอดเลือดได้มาก เช่น ภาวะไขมัน ในเลือดสูง นักวิทยาศาสตร์และแพทย์ ธรรมชาติบำบัด กล่าวว่า เมื่ออายุ ย่างเข้าเลข ๔ จะต้องเพิ่มอาหาร ประเภทผักสด และผลไม้ ลดอาหาร ประเภทโปรตีน ไขมัน และแป้งให้ น้อยลง โดยรับประทานผลไม้ ๔๐% พืชและผักสด ๓๐% อีก ๓๐% ที่ เหลือคืออาหารประเภท โปรตีน ไขมัน แป้ง เช่น ข้าว ถั่ว เนื้อ ที่ต้อง ระมัดระวังคือไขมัน ควรรับประทาน เพียงไขมันที่ติดกับเนื้อและน้ำมันที่ใช้ ผัดในอาหารเท่านั้น ก็เพียงพอแล้ว ในขณะเดียวกัน การบริโภคเนื้อใน ปริมาณที่มากเกินไป ไตจะทำงานหนัก ควรเลือกอาหารประเภท เนื้อปลา กุ้ง จะดีกว่าโปรตีนจ

หัวข้อประเด็น

- การเลือกอาหารตามวัย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ของชาวตะวันตก ความเชื่อที่ว่า ในเด็กจนถึง วัยหนุ่มสาว (อายุประมาณ ๒๐ ปี) การรับประทานอาหารประเภท เนื้อ นม ไข่ ให้มาก พบว่าถ้าได้ในปริมาณ ที่มากเกินไป จะมีโอกาสเกิดโรคทาง หลอดเลือดได้มาก เช่น ภาวะไขมัน ในเลือดสูง นักวิทยาศาสตร์และแพทย์ ธรรมชาติบำบัด กล่าวว่า เมื่ออายุ ย่างเข้าเลข ๔ จะต้องเพิ่มอาหาร ประเภทผักสด และผลไม้ ลดอาหาร ประเภทโปรตีน ไขมัน และแป้งให้ น้อยลง โดยรับประทานผลไม้ ๔๐% พืชและผักสด ๓๐% อีก ๓๐% ที่ เหลือคืออาหารประเภท โปรตีน ไขมัน แป้ง เช่น ข้าว ถั่ว เนื้อ ที่ต้อง ระมัดระวังคือไขมัน ควรรับประทาน เพียงไขมันที่ติดกับเนื้อและน้ำมันที่ใช้ ผัดในอาหารเท่านั้น ก็เพียงพอแล้ว ในขณะเดียวกัน การบริโภคเนื้อใน ปริมาณที่มากเกินไป ไตจะทำงานหนัก ควรเลือกอาหารประเภท เนื้อปลา กุ้ง จะดีกว่าโปรตีนจาก ไข่ นม ถั่ว เพราะย่อยยากกว่า โดยรับประทาน เพียงวันละประมาณ ๕๐ กรัม หรือ ครึ่งขีดก็พอ นอกจากอาหารบำรุง ร่างกายแล้ว สิ่งที่ไม่ควรลืมคือ อาหารบำรุงจิตใจ ให้สุขภาพใจ สมบูรณ์แข็งแรง ควบคู่กันไปด้วย การทำสมาธิ เป็นส่วนสำคัญ และเติมเต็มให้ความแข็งแรงทั้ง สุขภาพกายและใจ ในแต่ละวัน ร่างกายต้อง ผ่านกิจวัตร กิจกรรมต่างๆ มากมาย บางคนไม่มีช่วงเวลาที่หยุดพักเลยก็ ว่าได้ ตามสถิติการวิจัยของนักสรีระ วิทยาพบว่า ร่างกายต้องสูญเสีย พลังงานไปมาก จากการรับประทาน อาหาร การหายใจ ถึงร้อยละ ๗๐ การวิ่ง การเคลื่อนไหวของร่างกาย ทำให้ลมภายในร่างกายเกิดการ เคลื่อนที่ขึ้นๆ ลงๆ การหยุดนิ่งในการนั่งสมาธิ จะทำให้พลังงานความร้อนที่เกิดขึ้น หมุนเวียนภายในตัว กระแสไฟใน สมองไม่มีการเคลื่อนที่ เลือดลมไหล เวียนในระดับระนาบ ในระยะทางที่ สั้นลง ทำให้สูญเสียพลังงานความ ร้อนน้อยลง ร่างกายเก็บสะสม ปริมาณความร้อนได้มากขึ้น ธาตุไฟ ในร่างกายมีความเจริญสมดุลเต็มที่ มี ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้น ทำให้การทำงานของสมอง ปอด และ หัวใจ แข็งแรงเป็นพิเศษ ที่สำคัญคือ ไม่ควรรับประทาน อาหารให้อิ่มจนเกินไป หลังอาหารสัก ครึ่งหรือ ๑ ชั่วโมง จึงค่อยนั่งสมาธิ นอกจากนี้การนั่งสมาธิสามารถแทน การหลับนอนได้เป็นอย่างดี สุขนิสัยในการบริโภค หรือ การโภชนบำบัด ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะ ยุคปัจจุบัน แม้ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าทรงตรัสเกี่ยวกับการ บริโภคไว้ว่า “ภิกษุควรเป็นผู้รู้ประมาณใน โภชนะ ไม่บริโภคเพื่อเล่น เพื่อความ มัวเมา เพื่อประดับตกแต่ง แต่บริโภค เพื่อดำรงอยู่แห่งร่างกาย เพื่อ กำจัดความลำบาก เพื่ออนุเคราะห์ พรหมจรรย์” (สั่ง, สฬา.อาสวิสวรรค มก. ๒๘/๓๙๔) เพื่อความสมบูรณ์ของ ร่างกายและจิตใจแล้ว นอกจากการ เลือกอาหารที่มีประโยชน์เหมาะสมกับ วัย การปฏิบัติสมาธิก็เป็นสิ่งควบคู่กัน เสมือนร่างกายที่ต้องมีเงาติดตามตัว จึงเรียกว่ามนุษย์ที่สมบูรณ์ มีความ แข็งแรงและเข้มแข็ง สามารถสร้าง บารมีได้อย่างมีความสุข จนถึงวัน สุดท้ายของชีวิต กัลยาณมิตร พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๘ | ๗๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More