กรรมและนิมิตก่อนตาย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 2 หน้า 16
หน้าที่ 16 / 116

สรุปเนื้อหา

คราวนี้ป่ารู้สึกสงสารท่านจับใจ มาคอยรับป่าหลายวันเต็มที่ แล้ว คนอื่นๆ จะมาเพียงครั้งเดียว สองครั้งเป็นอย่างมาก แต่แม่มา ทุกคืน ๒-๓ สัปดาห์ จึงพูดกับท่านว่า “หนูไปกะแม่แล้วค่ะ” แล้วป้าก็วิ่งตามท่านไปขึ้นรถ พร้อมทั้งตื่นนอนขึ้นมาทันที วันนั้นไปโรงพยาบาลด้วยอาการเพียบหนัก แน่นมากแทบหายใจไม่ ออก น้ำและอาหารไม่ต้องพูดถึงกินไม่ได้เลย คิดแต่ว่าเมื่อคืนกาย ละเอียดขึ้นรถไปกับแม่แล้ว ไปโรงพยาบาลครั้งนี้คงไม่ได้กลับบ้านแน่ นี่ป้าเอามาเล่าเป็นตัวอย่างจริงให้คุณฟังว่า คนเราก่อนตายจะ มีนิมิตหมายให้เห็นอย่างใดอย่างหนึ่งใน ๓ ประการ คือ ๑. กรรมอารมณ์ คือ สิ่งอะไรที่อยากจะทำอยู่ในใจเรื่อยๆ แต่ ยังทำไม่สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือร้ายก็ตาม ใกล้ตายจะเห็น เหมือนตนเองได้ทำสำเร็จลง ถ้าเห็นเป็นเรื่องร้ายสำเร็จ ต

หัวข้อประเด็น

- กรรมและนิมิตก่อนตาย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๑๔ คราวนี้ป่ารู้สึกสงสารท่านจับใจ มาคอยรับป่าหลายวันเต็มที่ แล้ว คนอื่นๆ จะมาเพียงครั้งเดียว สองครั้งเป็นอย่างมาก แต่แม่มา ทุกคืน ๒-๓ สัปดาห์ จึงพูดกับท่านว่า “หนูไปกะแม่แล้วค่ะ” แล้วป้าก็วิ่งตามท่านไปขึ้นรถ พร้อมทั้งตื่นนอนขึ้นมาทันที วันนั้นไปโรงพยาบาลด้วยอาการเพียบหนัก แน่นมากแทบหายใจไม่ ออก น้ำและอาหารไม่ต้องพูดถึงกินไม่ได้เลย คิดแต่ว่าเมื่อคืนกาย ละเอียดขึ้นรถไปกับแม่แล้ว ไปโรงพยาบาลครั้งนี้คงไม่ได้กลับบ้านแน่ นี่ป้าเอามาเล่าเป็นตัวอย่างจริงให้คุณฟังว่า คนเราก่อนตายจะ มีนิมิตหมายให้เห็นอย่างใดอย่างหนึ่งใน ๓ ประการ คือ ๑. กรรมอารมณ์ คือ สิ่งอะไรที่อยากจะทำอยู่ในใจเรื่อยๆ แต่ ยังทำไม่สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือร้ายก็ตาม ใกล้ตายจะเห็น เหมือนตนเองได้ทำสำเร็จลง ถ้าเห็นเป็นเรื่องร้ายสำเร็จ ตายไป ย่อมเกิดในทุคติ ถ้าเห็นภาพทำความดีสำเร็จ กุศลจิตเกิด ตายไปก็ เกิดในสุคติภูมิ ๒. กรรมนิมิตอารมณ์ ได้แก่ เห็นภาพกรรมที่เคยทำเสร็จไว้ แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือชั่ว เรื่องดี เช่น ใส่บาตร ถือศีล ฟังเทศน์ ทำจิตภาวนา ฯลฯ เรื่องชั่ว เช่น ฆ่าสัตว์ ลักขโมย ทำชั่วทางเพศ หรืออื่นๆ เมื่อเห็นภาพตามอดีตกรรมที่ทำไว้ คนใกล้ตายผู้นั้นมักจะ ทำอาการตามภาพที่เห็น เห็นภาพดีก็สวดมนต์ พูดสั่งคนเตรียมของ ไปวัด เห็นพระภิกษุแสดงธรรม ฯลฯ เห็นภาพชั่ว เช่นตนเองร้อง ครวญคราง ทำเสียงเหมือนสัตว์ที่ตนเองเคยฆ่า ด่าทอคนที่เห็นในภาพ สั่งให้คนเก็บของที่สักขโมย จี้ปล้นเอามา ฯลฯ ๓. คดีนิมิตอารมณ์ คือ เห็นภาพสถานที่ที่ตนเองจะไปเกิดใหม่ ถ้าจะไปเกิดเป็นเดรัจฉาน เช่นปลา จะเห็นเป็นท้องน้ำ เกิดเป็นวัว ควาย จะเห็นเป็นท้องทุ่ง ถ้าเกิดดีๆ เป็นมนุษย์จะเห็นครรภ์ของมารดา หรือเห็นบ้านเรือนมนุษย์ เห็นเปลวไฟ ศาสตราวุธ หรือคนรูปร่างน่ากลัว ก็แปลว่าตายไปแล้วไปนรก ถ้าเห็นเทพบุตร นางฟ้า หรือวิมาน ก็แปลว่าตายแล้วไปสวรรค์ อารมณ์ สำหรับป่าได้เห็นอย่างที่เล่าข้างต้น ก็แปลว่าไปสวรรค์ เพราะเห็นแต่สถานที่ดีๆ สวยงาม น่ารื่นรมย์ เรียกว่า คตินิมิต การเห็นแต่สวรรค์ชั้นเตี้ยๆ อาจเป็นเพราะกายฝัน (กายมนุษย์ละเอียด) ออกจากร่างไปตามสภาพการนอนหลับ จึงเห็น แต่ภพภูมิในระดับนิมิตเดียวกัน ถ้าออกจากร่างด้วยอำนาจสมาธิ หรือกายตาย จึงจะไปตามควรแก่กรรมของตน อีกอย่างหนึ่ง สวรรค์ชั้นสูง เช่น ชั้น ๓ ชั้น ๔ จะเป็นที่อยู่ของผู้ปฏิบัติธรรมหนักอยู่ในการเจริญภาวนา ไม่สนใจเรื่อง ของมนุษย์ เหมือนชาวสวรรค์ชั้น ๑-๒ ส่วนที่ว่า ทำไมมีแต่ญาติที่ตายแล้วในสวรรค์มารับ เท่าที่ป่าทราบ ทางสวรรค์นั้น โดยเฉพาะชั้นที่หนึ่ง จาตุมหาราชิกา และชั้นที่สอง ดาวดึงสา มีการทำงานแบ่งเป็นหลายแผนก เช่น แผนกรับคนใกล้ตายที่มีบุญจะได้ไปอยู่สวรรค์เลย โดยไม่ต้อง ผ่านยมโลกให้พญายมราชตัดสิน แผนกจดบันทึกการทำบุญในวันสำคัญของเมืองมนุษย์ เพื่อเสนอในที่ประชุมเทพยดาได้อนุโมทนา ฯลฯ ทั้งนี้เพราะในสวรรค์มีอาหารทิพย์ที่เกิดจากบุญของตนเอง สมัยเป็นมนุษย์ทำทานด้วยเครื่องบริโภคไว้ จึงไม่มีการทำมาหากิน ไม่ต้องมีอาชีพ และกายทิพย์ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ไม่มีความแก่ ความอ่อนแอ มีแต่หมดบุญ หรือหมดอายุจึงตาย(จุติ)เลย เทวดาที่ไม่ประมาท เห็นว่าเมื่อมีเวลาว่างมาก ก็จะรับทำงานหน้าที่ต่างๆ ตามที่เทวดาผู้เป็นใหญ่มอบหมายให้ เพื่อให้ ได้บุญกุศลเพิ่ม ที่ชอบเรื่องบำเพ็ญเพียรทางจิตภาวนาก็จะนั่งบำเพ็ญเรื่อยไป เพราะมีเวลาว่างมาก ไม่ง่วง ไม่เหนื่อย ไม่เพลีย เหมือนกายมนุษย์ เพียงแต่กายทิพย์ทำได้ไม่เข้มแข็งเท่ามนุษย์ ส่วนพวกเทวดาประมาท ก็จะชวนกันเที่ยวเตร่ เล่นการละเล่นต่างๆ สนุกสนานเพลิดเพลิน เพราะในสวรรค์มีสิ่งที่เป็น อิฏฐารมย์มากมาย โดยเฉพาะที่ชั้นดาวดึงส์ หมดบุญแล้วก็จุติ ส่วนที่ทำบุญเพิ่มจะมีอายุยืนนานเพิ่มขึ้นตามบุญ หรือถ้าบุญมาก พิเศษ เช่นบุญจากการภาวนาที่ได้ผลการปฏิบัติ สามารถเลื่อนไปอยู่สวรรค์ชั้นสูงขึ้น ในแผนกงานต้อนรับผู้มีบุญที่ใกล้จะตาย เจ้าหน้าที่ฝ่ายนั้นจะให้หมู่ญาติเป็นผู้ไปรับ เพื่อให้คนตายสบายใจ ไม่ตื่นตระหนก กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔ra)
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More