ข้อความต้นฉบับในหน้า
สำหรับฉบับนี้ จึงขอเขียนในหัวข้อว่า “เพียงความ
ทรงจำากับธรรมะและหน้าที่” เพราะมีเพียงสามประการนี้
เท่านั้นที่ผู้อยู่เบื้องหลังต้องระลึกไว้เสมอ ประการแรกคือ
การรำลึกถึงการทำงานของบุคคลผู้ไม่ปรากฎกายหยาบให้
มองเห็นว่าเคยเป็นมาเช่นไร ประการสองกับ “ธรรมะ" ที่
กล่าวคือในขณะที่ร่างกายทรุดโทรมราวกับไม่รู้สึกสิ่งใดแต่
จิตใจกลับมิได้เป็นเช่นนั้น
รางวัลของการทุ่มเทชีวิตไปกับรูป รส กลิ่น เสียง
ทรัพย์สินเงินตราและฐานันดร จึงเป็นเพียงความหวาดหวั่น
พรั่นกลัวและความเสียดายเวลาที่ไม่ได้ใช้ให้ถูกทิศทางและ
ต่อเชื่อมใจของผู้ล่วงลับกับคนสืบต่องานอันเป็นธรรมะที่จะ
ประสานดวงใจของคนผู้มีเป้าหมายเดียวกันไว้ให้เป็นหนึ่งเดียว
ความอ้างว้างว้าเหว่ที่แม้จะมีคนแวดล้อมมากมาย แต่ก็ไม่มี
ใครเข้าใจความรู้สึกภายในได้จริง ไม่มีใครสามารถยืนยัน
ประการที่สามคือ “ภาระหน้าที่" ที่ผู้อยู่ข้างหลังจะต้อง ให้ความมั่นใจในชีวิตหลังความตายที่ตัวเองแต่ผู้เดียวเดิน
ทุ่มเทชีวิตท่ากันต่อไปอย่างไม่มีคำว่าย่อท้อ ท้อแท้ หรือ
แม้แต่ความน้อยเนื้อต่ำใจ เพราะการจากไปของคุณป้า
เท่ากับเป็นการย้ำว่างานในการเกิดมาเพื่อช่วยเหลือ เพื่อ
พามนุษย์ให้พ้นภัยแห่งวัฏสงสารนั้นได้ดื่มกินลมหายใจของ
นักท่างานไปแล้วอีกหนึ่งคน
และยังเป็นการยืนยันอีกว่า “เวลาในโลกมนุษย์นี้
ถูกกำหนดไว้สั้นนัก" อีกซ้ำยังถูกแวดล้อมด้วยกฎเกณฑ์ต่างๆ
อีกมากมาย เช่น ความไร้เดียงสาของวัยเยาว์ ความ
อ่อนแอของอินทรีย์ที่กว่าจะเข้าใจในวิสัยอันย้อนยอก
หลอกลวงของโลกได้ ร่างกายก็อ่อนล้าไม่เป็นไปและไม่
เป้นใจกับภูมิปัญญาจนไม่อาจจะยังงานอันยิ่งใหญ่ให้ลุล่วง
ใกล้เช้าไปทุกขณะวินาที
แต่สำหรับ “ป้าหวิน" ชีวิตที่มอดไปของ
เป็นความทรงจำให้คนรุ่นหลังรำลึกถึงความอาจหาญในการ
ประกาศธรรม ความเป็นผู้เสียสละ เหมือนที่ผู้เขียนเคยพูด
กับป้าว่า “ป้าจ๋า ป้าท่าอย่างนี้เหนื่อยเกินไปนะ ป้าอายุมาก
แล้ว" ค่า ตอบที่ได้มาก็คือ “ลูกเอ๊ย ทุกชีวิตมีความหมายกับ
วิชชาธรรมกายของเรา จะละจะเลยใครสักคนที่อุตส่าห์เข้า
มาหาเราให้เขาทุกข์อยู่กับความมืดนะป่าท่าไม่ได้นะลูก” ซึ่ง
ทำให้ผู้เขียนต้องเงียบไป ป้ายังพูดต่ออีกว่า “ที่เรา
สัญญากันไว้นะ อย่าลืมก็แล้วกัน ป่าไม่สบายมากอยู่ หนู
รวมทั้งกลลวงที่ท่าให้เห็นว่าความยิ่งใหญ่ในเงินตรา
ฐานันดรเป็นที่สุดและเป็นทั้งหมดของชีวิตจนเป็นเหตุให้
ทุ่มเทเรี่ยวแรงไปตรงนั้น ครั้นเมื่อได้มาก็เริ่มรู้สึกว่า “ไม่ใช่”
แต่พอรู้เท่านั้นว่าจริงๆ ชีวิตมิได้ปรารถนาความสุขเช่นนั้น
ก็ช้าเกินการเสียแล้ว เพราะความแข็งแรงถูกใช้ ถูกย่อย
สลายไปบนความไม่จีรังเสียสิ้น สิ่งที่เหลืออยู่ คือ ความ
หวาดกลัวในมรณภัย ความพลัดพราก ความกลัวโลกหลัง
ความตาย เพราะรู้แล้วว่าร่างกายกับจิตใจมิได้ไปด้วยกัน
เป็นพระเชียร กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๙ ๗๙.