การบำเพ็ญตนเพื่อสร้างบารมี วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 2 หน้า 21
หน้าที่ 21 / 116

สรุปเนื้อหา

ดำรงชีวิตอยู่อย่างได้บุญได้บารมีมากที่สุดต้องบำเพ็ญตนด้วยเนกขัมมะ (ออกจากกาม) ไม่สนใจเรื่องทางเพศ ไม่คิดครองเรือน ถ้าทำได้ จะเป็นฐานรองรับการสร้างบารมีอื่นๆ ได้เต็มที่ทุกบารมี การครองเรือนเป็นอุปสรรคอย่างยิ่ง ต่อการสร้างบารมีทั้งสิบ เพื่อเดินสู่เส้นทางพระนิพพาน เลิกเวียนว่ายคายเกิด จริงอยู่การได้คู่ครองไม่ดีเป็นอุปสรรคต่อการสร้างบารมีชัดเจน แต่การได้คู่ครองดีก็ใช่จะสร้างบารมีสะดวก ต้องเกรงใจ ห่วงใยซึ่งกันและกัน ยิ่งดีมากก็ยิ่งต้องเกรงใจมาก ดีแค่ไหนก็สู้สร้างบุญบารมีอย่างอิสระตามลำพังไม่ได้แน่นอน ป่าขอให้ข้อคิดแก่ทุกคนที่กำลังเป็นโสดอยู่ไว้ดังนี้นะคะ โดยเฉพาะเพศชายซึ่งเป็นผู้มีสิทธิ์บวชเป็นพระภิกษุ เล่าเรียนทั้ง ปริยัติธรรมและปฏิบัติธรรมได้ ควรรำลึกถึงความมีโชคลาภอันล้นเหลือของตนเอง ยิ่งกว่าถ

หัวข้อประเด็น

- การบำเพ็ญตนเพื่อสร้างบารมี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ดำรงชีวิตอยู่อย่างได้บุญได้บารมีมากที่สุดต้องบำเพ็ญตนด้วยเนกขัมมะ (ออกจากกาม) ไม่สนใจเรื่องทางเพศ ไม่คิดครองเรือน ถ้าทำได้ จะเป็นฐานรองรับการสร้างบารมีอื่นๆ ได้เต็มที่ทุกบารมี การครองเรือนเป็นอุปสรรคอย่างยิ่ง ต่อการสร้างบารมีทั้งสิบ เพื่อเดินสู่เส้นทางพระนิพพาน เลิกเวียนว่ายคายเกิด จริงอยู่การได้คู่ครองไม่ดีเป็นอุปสรรคต่อการสร้างบารมีชัดเจน แต่การได้คู่ครองดีก็ใช่จะสร้างบารมีสะดวก ต้องเกรงใจ ห่วงใยซึ่งกันและกัน ยิ่งดีมากก็ยิ่งต้องเกรงใจมาก ดีแค่ไหนก็สู้สร้างบุญบารมีอย่างอิสระตามลำพังไม่ได้แน่นอน ป่าขอให้ข้อคิดแก่ทุกคนที่กำลังเป็นโสดอยู่ไว้ดังนี้นะคะ โดยเฉพาะเพศชายซึ่งเป็นผู้มีสิทธิ์บวชเป็นพระภิกษุ เล่าเรียนทั้ง ปริยัติธรรมและปฏิบัติธรรมได้ ควรรำลึกถึงความมีโชคลาภอันล้นเหลือของตนเอง ยิ่งกว่าถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งนับครั้งไม่ถ้วน หากได้บวชมีอานิสงส์ถึง ๖๔ มหากัป เวลานี้ยังมีพระพุทธศาสนาและครูบาอาจารย์ที่มีความสามารถให้การอบรมสั่งสอน ควร ได้ศึกษาเล่าเรียน เหมือนเบิกเงินรางวัลมาใช้ ถ้าเกิดเป็นชายไม่ยอมบวชเรียนก็เหมือนชื่อดีอดเดอรี่ลูกรางวัลแล้ว ไม่ยอมเบิกเงิน มาใช้เลย หรือหากสิตว่าเอาไว้ชาติหน้าค่อยสร้างบารมี ชาตินี้ขอสนุกก่อน คิดหรือว่าชาติหน้าจะมีศาสนาเหลืออยู่ให้ศึกษา อีก อย่างหนึ่ง เรื่องสืบพืชพันธุ์ สืบเชื้อสาย สืบตระกูลอะไรที่เป็นค่านิยมกันอยู่นั้น ถ้าใครยกตัวอย่างชีวิตของพระเดชพระคุณหลวง พ่อภาวนาวิริยคุณ หลวงพ่อทัตตชีโวของเรา เมื่อเป็นฆราวาส ท่านเป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว ขออนุญาตบิดาบวชเป็น พระภิกษุตลอดชีวิต ครั้งแรกบิดาไม่ชินยอม อ้างเรื่องสืบตระกูล ท่านชี้แจงว่า หากตระกูลอยู่ยืดยาวออกไปเป็นสิบรุ่นร้อยรุ่น แล้วเกิดลูกหลานรุ่นใดรุ่นหนึ่ง ทำความชั่วความเลวร้ายแรงขึ้นมา ให้ตระกูลมันด้วนเสียแต่เดี๋ยวนี้ ไม่ดีกว่าหรือ บิดาของท่านเป็นผู้มีปัญญา คิดได้ และคอบตกลงทันที ใครห่วงเรื่องนี้ก็ลองคิดตามคำพูดของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ท่านดูค่ะ.... ถ้าใครก็ตามยังห่วงและติดรสความสุขทางเพศ ก็ควรคิดถึงความจริงให้ถ่องแท้ ว่าสิ่งนั้นเป็นความสุขแท้จริง ชั่งยืนถาวร หรือเปล่า เป็นความสุขที่เหมือนความสุขของสุนัขแทะกระดูกตามที่พระพุทธเจ้าตรัสเปรียบเทียบหรือไม่ มันอร่อยน้ำลายของ ตัวมันเองต่างหาก ความรู้สึกทางเพศก็ท่านองเดียวกัน อร่อยความรู้สึกของตนเองที่เกิดขึ้น พระบวมศาสดาตรัสเปรียบเทียบว่า ร่างกายมนุษย์ เหมือนลุงหนังที่หุ้มห่ออุจจาระ ปัสสาวะไว้ ไม่ใช่ของสวยงาม ถ้าเรา คิดตามให้ดีย่อมจะเห็นความจริงข้อนี้ หากเราลองลอกผิวหนังของคนที่เราว่าสวยงาม (แค่นึกภาพ ไม่ใช่จับลอกจริง) มีอะไรบ้างที่น่าลู เป็นก้อนเนื้อ น้ำเลือด น้ำหนอง ของเน่าเสียต่างๆ เป็นปฏิกูลทั้งสิ้น ไม่มีของสวยงามจริงๆ สักแห่งเดียว การสัมผัสทางเพศ จึงเป็นการสัมผัสสิ่งสกปรก ไม่สะอาด ไม่สวยงาม ซึ่งกันและกัน ใช้อวัยวะส่วนที่มีสิ่งสกปรกไหล ออกมาสัมผัสกัน ได้รสอร่อยเพียงเวลาเล็กน้อย แต่ต้องประสมทุกข์ในเรื่องต่างๆ ที่ตามมาอีกยาวนาน บางทีถึงกับสิ้นชีวิต เพราะโรคติดต่อร้ายแรง หรือต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกหลานที่เกิดตามมาด้วยความเหนื่อยยาก บางทีได้กรรมพันธุ์ไม่ดีได้ลูกหลานขี้โรค พิกลพิการมีปัญหา ยิ่งแย่หนัก เมื่อพิจารณาโทษไปร้อยแปดอย่างแล้ว ยังไม่หายอยากเสพกาม ก็จงคิดถึงผู้คนที่บำเพ็ญเนกขัมมบารมี เช่นพระภิกษุสงฆ์ นักบวชประพฤติพรหมจรรย์ในลัทธิต่างๆ พวกเขาเหล่านั้นล้วนเป็นคนเหมือนเรา มีสองมือสองเท้าอย่างเดียวกัน ทำไมเขาจึงมี จิตใจเข้มแข็ง ไม่หวั่นไหว สามารถหักห้าม "กาม เกิดจากความดำริ" คือกามเกิดขึ้น เพราะไปคิดถึงมัน หากเราห้ามใจ ไม่ คิดถึงมันเสียแล้ว จะมีความรู้สึกอยากเสพที่ไหนมาเกิด แต่ใจนั้นเป็นของมีหน้าที่คิด ให้อยู่นิ่ง อยู่ไม่ได้ ต้องหางานให้ทำ คือหาเรื่องมาให้คิด หากไม่หามาให้ ปล่อยให้สิตเอง ใจจะมีลักษณะไหลลงต่ำ ชอบคิดแต่สิ่งเลวๆ เป็นอกุศล เราต้องเอาสติมาทำหน้าที่รักษาใจ คอยควบคุมใจ แล้วให้สติน่า เรื่องดีๆ มาให้ใจคิด เช่น การทำจิตภาวนา การศึกษาเล่าเรียนสิ่งที่มีประโยชน์ต่างๆ การคิดทำการกุศลเรื่องนั้นเรื่องนี้ เหมือนให้ใจ แช่อิ่มอยู่ในสิ่งดีๆ เป็นกุศลมโนกรรมอยู่เป็นนิจ ในที่สุดจะมีลักษณะไม่ดื้อดึง น้อมนำให้อยู่ในอำนาจของเจ้าของได้ง่าย ใจจะไม่ น่าาความเดือดร้อนควบคุมไม่ได้มาให้ เมื่อควบคุมใจให้อยู่ในอำนาจได้แล้ว เรื่องท่าความดี สร้างบุญกุศล สร้างบารมีก็เป็นเรื่องไม่ลำบากยุ่งยากอะไร ท่าได้ โดยง่ายและสะดวก ไม่ชินจิตใจจนทนไม่ได้ ทุกข์ทรมานสาหัส ทนี้สำหรับคนที่พลาดพลั้งมีครอบครัวไปแล้ว ไม่สามารถหวนคืนมาสู่ความเป็นโสดได้อีก ก็ควรทําหน้าที่ในครอบครัวให้ ดีที่สุด และพยายามสร้างบุญสร้างบารมีให้เต็มที่ตามโอกาสที่ทำได้ ป้าขอคุยให้ข้อคิดเป็นครั้งสุดท้ายไว้แค่นี้นะ อาจยาวไปสักหน่อย คงไม่ตำหนินะคะ ก่อนจากกัน ป่าขอชี้แจงแก้ข้อท้วงติงของพวกเราบางคน เรื่องอายุของป่านิดหนึ่ง เมื่อต้นปี พ.ศ. ๒๔๒๔ มีผู้ศึกษา วิชชาธรรมกาย ทำอภิญญาจิตไข้กายธรรมไปที่ต่างๆ ได้ผู้หนึ่ง เป็นเด็กชาย อายุ ๗ - ๙ ขวบ ป่ายังไม่ทราบว่า การใช้ผู้ได้ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More