ข้อความต้นฉบับในหน้า
วงกบไม้ ที่บรรจุภาพทุ่งกว้างยามราตรีไว้เช่นกัน เพื่อนๆ ในหมู่บ้านต้องตัดสินใจไม่ต่างอะไรกับฉัน หลายคน
ตัดสินใจได้แล้วว่า จะออกมาช่วยพ่อแม่ทำงาน ส่วนฉันยังคงลังเล ซ้ายทีขวาที เนื่องด้วยไม่กล้า หรืออะไรก็
บอกไม่ถูกเหมือนกัน
การตัดสินใจของฉันนั้น ช่างคล้ายกับการทำข้อสอบแบบปรนัยเสียจริง ฉันต้องกากบาทข้อที่คิดว่าถูกที่สุด
จากข้อ ก. เรียนต่อ (น้องๆ อดมื้อกินมื้อ) ข้อ ข. ออกมาช่วยพ่อแม่ (ทิ้งอนาคตตัวเองไว้กับปลักที่ไอ้เพิ่ง
โปรดปรานนัก) ข้อ ค. ไปอยู่กับป่าที่หนองคาย (ไม่ได้เจอครอบครัว ไม่เป็นภาระแก่ครอบครัว และไม่สามารถ
ช่วยครอบครัวได้เลยแม้แต่น้อย) ดูเป็นโจทย์ที่ยากมากสำหรับเด็ก ๑๒ ขวบ จบการศึกษาสูงสุด ประถมศึกษาปี
ที่ ๖ จากโรงเรียนวัดเล็กๆ ในชนบท แต่ฉันเมื่อได้รับอิสระในการทำ ก็จะทำให้ดีที่สุด
หลังจากวันนั้นไม่นาน พ่อเรียกฉันไปคุยเรื่องนี้อีกครั้ง เราทั้งสองเดินออกไปตามคันนา ภูเขาไกลสุด
สายตาจ้องหน้าฉันกับพ่อตาไม่กะพริบ ใต้เงาจันทร์ ท่านลูบหัวฉัน แล้วถามว่าจะเอาอย่างไรต่อไป ฉันเงียบ
ท่านไม่เร่งรัด จับมือฉันเอาไว้ แล้วเดินเล่าชีวิตที่ผ่านมาของท่าน หลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างที่ท่านพานพบ มีทั้ง
สุข ทุกข์ สบาย ลำบาก สับสนปนเปกันไป ฉันมองหน้าท่าน ถามท่านว่า ยังมีทางอื่นอีกไหมครับ พ่อสบตาฉัน
แล้วพูดว่า จะบวชเรียนไหมล่ะ เล่าเรียนให้ดีๆ เป็นกำลังให้พระศาสนา “พ่อแม่ก็สบายใจ พ่อกับแม่จะได้เกาะ
ชายผ้าเหลืองไปด้วย ฉันกอดเอวพ่อไว้แน่น แล้วกระซิบกับท่านเบาๆ ว่า พ่อ ผมจะบวชเรียนครับ" ฉันลงมือ
กากบาททับข้อ ง. บวชเรียน ที่ถูกเพิ่มมากะทันหันโดยไม่มีความลังเล
๑ อาทิตย์ให้หลัง พ่อแม่พาฉันไปบวชในตัวอำเภอ ในเมื่อฉันตั้งใจมาแล้ว ก็คิดว่าจะทำให้สุดความสามารถ
ในที่สุด ฉันก็ทำได้ ด้วยการสอบธรรมชั้นนวกภูมิได้คะแนนที่ถือว่ายอดเยี่ยมมาก ในวันรับใบประกาศ ฉันแอบ
เห็นรอยยิ้มของโยมพ่อโยมแม่เมื่อท่านมาเยี่ยมที่วัด มันทำให้ฉันมั่นใจยิ่งขึ้นในทางที่เลือกเดิน
อยู่มาวันหนึ่ง หลวงพ่อเจ้าอาวาสเรียกฉันไปพบ ท่านถามว่า อยากเข้าไปเรียนปริยัติ ในภาคกลางไหม
ที่นั่นเขามีศูนย์อบรมใหญ่ วิชาความรู้ก็หลากหลาย มีทั้งบาลี นักธรรม พระอภิธรรม ท่านเห็นฉันตั้งใจจึงอยาก
ส่งไป ฉันกลับไปนอนคิดหนึ่งคืน จึงได้คำตอบ
วันที่ฉันจากมา...ทั้งโยมพ่อโยมแม่ น้องทั้ง 5 คน มาส่งฉัน ฉันยังจำคำพูดที่โยมพ่อฝากไว้ได้ดี โยมพ่อ
พูดว่า ชาตินี้ พ่อมีลูกเป็นพระมหา ก็ภูมิใจแล้ว คำๆ นั้น เป็นแรงใจในการเล่าเรียนศึกษาธรรมะของฉันเสมอๆ
จากนั้น ๒ เดือน ฉันได้เป็นนักเรียนบาลีเต็มตัว ฉันเริ่มเรียนวิชาบาลีไวยากรณ์ พร้อมๆ กับวิชาแปล
มคธเป็นไทยไปด้วย
วันนี้...ฉันภูมิใจยิ่งกว่าโยมพ่อเสียอีกที่สามารถนำพัดเปรียญกลับไปฝากท่านได้สำเร็จและที่สำคัญกว่านั้น....
ตอนนี้ ฉันเข้าใจแล้วว่า เป้าหมายชีวิตที่แท้จริงคืออะไร?
ดูนั่นสิ! กวะรอกตัวน้อยกำลังสนุกสนานเพลิดเพลินกับการกระโดดจากคาคบหนึ่ง ไปสู่ไม้กิ่งหนึ่ง ดูโน่น!
นกเล็กๆฝูงใหญ่ต่างร่วมกันบรรเลงบทเพลงเริงร่าทั้งก้มหน้าก้มตาดื่มหยดน้ำหยาดเล็กจากธารกว้างอย่างสำราญใจ
ผมว่าพวกมันคงมีความสุขไม่แพ้ผมแน่ๆ เลย ที่นี่ช่างเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้มและความเปรมปรีดิ์อย่างแท้จริง
อากาศก็สดชื่นแจ่มใส ท้องฟ้าสีครามดูโล่งกว้าง ไม่มีตึกสูงๆ มาเกะกะให้รกลูกตาเล่น มีแต่ความร่มรื่นชื่นหัวใจ
ของไพรพฤกษ์ปกคลุมทั่วอาณาบริเวณ ผมสามารถสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วทิ้งตัวลงบนผืนหญ้าเขียวขจี นอนฟัง
เสียงกระซิบของสายลม นอนมองปุยเมฆสลับสับเปลี่ยนเรือนร่างของตนจนเพลิดเพลินเป็นความทุกข์ทุกสิ่งทุกอย่าง
ช่างพร้อมใจกัน ให้ฉันเรียกช่วงเวลานี้ว่า “ความสุข, หลังจากต้องตรากดร่า กับการเรียนตลอดสัปดาห์
๒๒. กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๕