ข้อความต้นฉบับในหน้า
ขยายความ : ความตอนนี้พระอรรถกถาจารย์ท่านอธิบาย
เกี่ยวกับการเจริญมรณสติกัมมัฏฐาน คือ ให้ระลึกถึงความ
ตายว่า แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงสมบูรณ์พร้อมด้วย
รูปกายที่วิจิตรด้วยมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการเป็นต้น ที่
สำเร็จมาจากบุญที่ทรงสั่งสมมาตลอดสื่อสงไขยแสนกัลป์
ดังที่ตรัสไว้ในลักขณสูตรเป็นต้น และ มีพระธรรมกายที่
สถิตอยู่ภายในรูปกาย ที่สำเร็จมาจากรัตนะอันประเสริฐ
อันทรงคุณานุภาพ มีศีลขันธ์ สมาธิขันธ์ ปัญญาขันธ์
วิมุตติขันธ์ วิมุตติญาณทัสสนขันธ์ ที่บริสุทธิ์ด้วยอาการทั้งปวง
เพราะละกิเลสพร้อมทั้งวาสนาเลียได้ ถึงกระนั้นเมื่อถึงกาล
แห่งพระชนมายุก็ยังต้องดับขันธปรินิพพาน ไปโดยพลัน
ไม่ต้องกล่าวถึงเหล่าสัตว์ที่เหลือที่เพียบพร้อมไปด้วยกิเลส
ตัณหาเล่า นี้เป็นความโดยย่อ ต่อไปนี้ผู้เขียนจะได้ขยาย
ความเฉพาะบทต่อไป
คำว่า สมิทธ ในคำว่า คุณรตนสมิทฺธธมฺมกาโย นี้
แปลว่า สำเร็จ สมบูรณ์ หรือ ท่าจาก เช่น บ้านทำมาจากไม้
ช้อนทำจากแสตนเลสเป็นต้น เป็นการบอกถึงโครงสร้าง
หรือส่วนประกอบหลักที่สำคัญโดยรวมๆ หรือถ้าจะแปล
ภาษาชาวบ้าน ก็แปลว่า เข้าถึง คือ ใส่เช้าไป คือ ทำจากสิ่ง
นั้นโดยมาก เช่น ถ้าพูดว่า น้ำพริกถ้วยนี้ ถึงพริกถึงชิงดี ก็
หมายความว่า ใส่พริกใส่ขิงไปมากจนรู้สึกเผ็ดจัด เป็นต้น
ฉะนั้น เนื้อความในอรรถกถาและฎีกาตอนนี้ จึง
เป็นการบอกถึงวิธีการเช้าถึงพระธรรมกายไปโดยปริยาย
ตามวิธีการที่หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านได้ค้นพบ ดังนั้น
เนื้อความตอนนี้ถ้าจะแปลลงในหลักปฏิบัติ จึงได้ความว่า
พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีพระธรรมกายที่เข้าถึง (สมีทฺธ) ได้ด้วย
คุณรัตนะ คือ ศีลขันธ์ สมาธิขันธ์ ปัญญาขันธ์ วิมุตติขันธ์
วิมุตติญาณทัสสนขันธ์
คำว่า ขันธ์ ในคำว่า ศีลขันธ์ เป็นต้น ซึ่งแปลว่า
กอง กลุ่ม ก้อน หรือ มีคุณ ตามหลักปฏิบัติธรรม
ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านใช้คำว่า ดวง หมายถึง ดวงศีล
ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ และดวงวิมุตติญาณทัสสนะ
ที่มีลักษณะกลมใสประดุจแก้วมณีโชติรสใสสว่างเย็นตาเย็นใจ
ดูนุ่มนวลคล้ายมีชีวิต สามารถนำผู้เข้าถึงไปสู่สุคติหรือ
ทำลายกิเลสทั้งปวง ถ้าเป็นพระสัมพุทธเจ้าก็ละกิเลสพร้อม
ทั้งวาสนาเสียได้ (สห วาสนาย สุพเพส กิเลสาน ปหุ่นตฺตา)
ดับขันธ์แล้วจึงไปสู่พระนิพพานได้ ฉะนั้นศีลขันธ์หรือดวง
ศีลเป็นต้น จึงได้ชื่อว่า “คุณรัตนะ” (คุณรตเนหิ สมิทฺธ) แก้ว
ที่มีคุณจริง ไม่ใช่แก้วภายนอกเอาไว้ประดับ หรือลูไว้อย่าง
มากก็ให้แสงสว่างเย็นตาเท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายพระสูตรที่กล่าวถึง ภิกษุผู้
มีธรรมกายที่เข้าถึงได้ด้วยพระธรรมขันธ์ ๕ จึงจะเป็นเนื้อ
นาบุญของโลก ไม่มีนาอื่นยิ่งกว่า ทานที่ให้ในท่านที่
ประกอบด้วยพระธรรมขันธ์ ๕ จึงมีผลมาก ดังที่พระพุทธ
องค์ตรัสไว้ใน วัจฉโคตตสูตร อังคุตตรนิกาย ติกนิบาตว่า
“ดูก่อนวัจฉะ อีกประการหนึ่ง เราย่อมกล่าวว่า
ทานที่ให้แก่ท่านผู้มีศีลมีผลมาก ที่ให้ในคนทุศีล หามีผลมาก
ไม่ ทั้งท่านผู้มีศีลนั้นเป็นผู้ละองค์ ๕ ได้แล้ว ทั้งเป็นผู้
ประกอบด้วยองค์ ๕
ละองค์ ๕ เหล่าไหนได้ คือ (นิวรณธรรมมี ๕ อย่าง
คือ) ๑. กามฉันทะ ๒. พยาบาท ๓. ถีนมิทธะ ๔.
อุทธัจจกุกกุจจะ ๕. วิจิกิจฉา ท่านผู้มีศีลละองค์ ๕ เหล่านี้
ได้แล้ว
เป็นผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ เป็นไฉน คือ
(พระธรรมขันธ์ ๕) ๑. ประกอบด้วยศีลขันธ์ที่เป็นของ
พระอเสขะ (อเสเขน สีลฤชนเธน สมนนาคโต โหติ) ๒.
ประกอบด้วยสมาธิขันธ์ที่เป็นของพระอเสขะ ๓. เป็นผู้
๔๖ | ทางเป็น กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๔
ประกอบด้วยปัญญาขันธ์ที่เป็นของพระอเสขะ ๔. เป็นผู้
ประกอบด้วยวิมุตติขันธ์ที่เป็นของพระอเสขะ ๔. เป็นผู้
ประกอบแล้วด้วยวิมุตติญาณทัสสนขันธ์ ที่เป็นของพระอเสขะ
ท่านผู้มีศีลเป็นผู้ประกอบแล้วด้วยองค์ ๔ เหล่านี้ เรากล่าวว่า
ทานที่ให้แล้วในท่านผู้ละองค์ ๔ ทั้งเป็นผู้มาตามพร้อม
แล้วด้วยองค์ ๕ เหล่านี้ ย่อมมีผลมาก"
นี้เป็นข้อความตามพุทธวจนะที่ทรงแสดงถึงทานที่