ข้อความต้นฉบับในหน้า
ให้ขอ พระองค์จะพระราชทานให้ ซึ่งพระเจ้าโอกกากราชก
นึกไม่ถึงว่าพระอัครมเหสีจะคิดการใหญ่ ทูลขอพระ
ราชสมบัติจากพระเจ้าโอกกากราชให้กับพระโอรส พระองค์
ทรงกริ้วมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ทั้งพระอัครมเหสีก็ทูลเตือนว่า
“เป็นกษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ” พระเจ้าโอกกากราชจึงจำใจ
ต้องยกราชสมบัติให้กับพระราชโอรสองค์เล็ก
ส่วนพระราชโอรส พระราชธิดาที่ประสูติจากพระ
มเหสีองค์ก่อน ทั้ง ๗ พระองค์ จำเป็นต้องไปหาที่ประทับ
ใหม่ พระเจ้าโอกกากราชจึงตรัสกับพระโอรสพระธิดาว่า
“พ่อพลาดไปแล้ว ขอให้ลูกไปหาที่อยู่ใหม่ เมืองนี้ต้องยกให้
กับน้องคนเล็ก” ในที่สุดก็ต้องอพยพ เคลื่อนย้ายออกจาก
เมืองเดิม โดยมีข้าทาสบริวารติดตามไปด้วยเป็นจำนวน
หมื่นจำนวนแสน เพื่อไปหาเมืองใหม่ ในครั้งแรกพระราชโอรส
พระราชธิดาตั้งใจว่าจะไปยึดเอาเมืองอื่น เพราะกำลัง
ไพร่พลมาก แต่หลังจากที่ทรง
ใคร่ครวญแล้ว ก็คิดว่าไม่สมควรและ
ไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง จึงคิดจะหา
พื้นที่เพื่อสร้างเมืองใหม่ ก็พากัน
เดินทางขึ้นไปทางเหนือ ทางภูเขา
หิมพานต์ ในที่นั้นได้ไปพบกับฤๅษี
ตนหนึ่ง ฤาษีก็ทูลถามว่า จะเสด็จไป
ไหนกัน ทำไมจึงต้องพากันมา
มากมายเช่นนี้ เมื่อฤๅษีได้ทราบ
ความจริงแล้ว และเห็นว่าพระราชโอรส
พระราชธิดาเป็นผู้มีบุญมาก จึงบอก
ให้สร้างบ้านตั้งเมืองอยู่ในที่นี้ อันเป็น
ที่อยู่ของตน ซึ่งเป็นที่ราบกว้างใหญ่
มีป่าไม้อยู่ใกล้เขตป่าหิมพานต์ กว้าง
ถึงร้อยโยชน์ ยาวร้อยโยชน์ นี่คือ
เรื่องราวของการสร้างเมืองกบิลพัสดุ
ต่อมาก็มีกษัตริย์ครองราชสมบัติมา
ตามลำดับ สืบมาตั้งแต่โอรสของ
พระเจ้าโอกกากราช จนกระทั่งถึง
พระเจ้าสีหนุ ซึ่งเป็นปูของเจ้าชาย
สิทธัตถะ
จากค่าา บรรยายของท่าน
อาจารย์บรรจบ ที่ผ่านเข้ามาในโสตประสาท กับสิ่งที่สายตา
ได้สัมผัส คือ ผืนดินกว้างใหญ่ ทุ่งหญ้าท้องนาเขียวขจี
สองฟากถนนที่รถแล่นผ่านไป ภาพผู้คนที่แต่งกายด้วย
ส่าหรีสีสันสดใส ทำให้จินตนาการที่เกิดขึ้นนั้นแจ่มชัด
ราวกับบุคคลในอดีต ออกมาโลดแล่นอยู่ตรงหน้า บางทีเรา
อาจกำลังซ้ำรอยเกวียน รอยช้างม้า และรอยเท้าของผู้คน
ในยุคสร้างเมืองกบิลพัสดุอยู่ก็เป็นได้
อาจารย์บรรจบยังได้เล่าถึงพุทธประวัติฉบับย่อๆ
อย่างละเอียดให้พวกเราฟังอีกด้วย ขณะที่รถบัสนำเราใกล้
กรุงกบิลพัสดุเข้าไปทุกที เริ่มต้นจากพระเจ้าสีหนุ ซึ่งเป็นปู
ของเจ้าชายสิทธัตถะ พระเจ้าสีหนุ มีพระโอรส ๕ องค์ คือ
สุทโธทนะ สุกโกทนะ อมิโตทนะ โธโตทนะ ฆนิโตทนะ
พระธิดา ๒ พระองค์ คือ ปณิตา และ อมิตา
ในคัมภีร์ปฐมสมโพธิกถา ได้กล่าวถึงการ
Àทว่ากษัตริย์ต้นวงศ์หมายถึง
กษัตริย์
พระองค์แรกของมนุษย์ตามคัมภีร์พระท
^4 ศาสนา ที่ใต้บันทึกไว้พระนามว่า พระเจ้า-AA
มหาสมมต คือ พระชาติหนึ่งของพระสัมมา
สัมพุทยเว้าของเรานั่นเอง
ครองราชย์ของพระเจ้าสุทโธนะ โอรส
องค์โตของพระเจ้าสีหนุไว้อย่าง
ละเอียดว่า เมื่อพระเจ้าสุทโธทนะมี
พระชนม์ ๑๖ พรรษา พระเจ้าสีหนุก็
อยากให้ลูกขึ้นครองราชย์ แต่การจะ
เป็นกษัตริย์ที่สมบูรณ์ได้จะต้อง
อภิเษกสมรสก่อน
พระเจ้าสีหนุดให้พราหมณ์
๘ คน ไปหาหญิงสาวที่มีลักษณะงาม
แบบเบญจกัลยาณี มาเป็นคู่อภิเษก
หญิงที่ต้องตามลักษณะที่กำหนดไว้ คือ
หญิงที่มีความงาม ๕ อย่าง มี ๑.
ผมงาม
๒. กระดูก (ฟัน)งาม ๓.
หลายเมตร กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕
๒๗