ข้อความต้นฉบับในหน้า
ข้าพเจ้าเริ่มตั้งค่าถามกับตัวเองตั้งแต่เมื่อไร ไม่แน่ใจนัก ข้าพเจ้ารู้เพียงว่า....
มีเด็กมากมายใช้ชีวิตไม่ต่างจากข้าพเจ้า ตื่นนอนก่อนไก่โห่ กุลีกุจอไปโรงเรียน เรียน เรียน เรียน
ท่องจำตำราเป็นเล่ม ตกเย็นกลับบ้าน กระดิกตัว ๒-๓ ที ก็ต้องนอนอีก รุ่งขึ้นก็กลับไปเรียนเหมือนเคย
ถึงวันศุกร์ แทนที่จะมีความสุข ก็ต้องเรียนพิเศษ พิเศษมาก ถึงพิเศษที่สุด วนเวียนอยู่อย่างนี้ จากวันเป็นเดือน
จากเดือนเป็นปี ไม่นานก็เป็นผู้ใหญ่ แล้วก็ต้องปากกัดตีนถีบทำมาหากิน มันทำให้ข้าพเจ้าอยากรู้ว่า จะได้อะไร
ขึ้นมา หากสิ่งที่ทุ่มเทแข่งขันกันไปสุดฤทธิ์ แหลกสลายไปพร้อมๆ กับร่างกายที่โดนรถชนตายในวันพรุ่ง
ไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้านายกรัฐมนตรีคนที่ ๓๒ ของประเทศไทย จะเป็นข้าพเจ้า ไม่ใช่เรื่องน่าอัศจรรย์
หากข้าพเจ้าอาจต้องตกระกำลำบาก แบกข้าวสารในโรงสีที่ไหนสักแห่ง อนาคตแม้เพียง ๑ นาทีข้างหน้า ไม่ใช่
เรื่องง่ายที่จะคาดเดา
ความเหน็ดเหนื่อยตรากตรำ จำเจ ทำให้ข้าพเจ้าหันมามองตนเอง ข้าพเจ้าจะมีทางหลุดพ้นจากวงจรที่
นับหน้าถือตาด้วยสินค้าแบรนด์เนม ด้วยผลการเรียนที่ยอดเยี่ยมไร้ที่ติ ด้วยกองประกาศนียบัตรอันแสดงถึง
ความสามารถเปี่ยมล้นหรือเปล่า หรือข้าพเจ้าต้องปล่อยชีวิตให้เลยตามเลยกับสิ่งที่เป็นอยู่
หลายครั้งที่ข้าพเจ้ารู้สึกเหนื่อยล้าจากการแข่งขัน ข้าพเจ้ามักจะวนเวียนเพียรหาค่าตอบที่ดีที่สุด
ในโลกใบนี้ ยังพอมีลักทางไหม ที่ทำให้ผู้ก้าวเดินไป มีความสุข สมหวังกับสิ่งที่ตนมีอยู่ มีที่สักแห่งไหม ที่จะ
เปลี่ยนหยาดเหงื่อหรือความทุ่มเทที่ทำลงไป ไม่ให้สูญเปล่าไปพร้อมกับกาลเวลาที่ล่วงเลย
จนเช้าวันนั้น...ข้าพเจ้าได้รับค่าตอบโดยบังเอิญ
ข้าพเจ้าไปโรงเรียนตามปกติ ยืนรอรถประจำทางอยู่นานสองนานก็ยังไม่มาเสียที ข้าพเจ้าจึงเดิน
เข้าไปในตลาดนัดเล็กๆ กะว่าจะหาอะไรทานรองท้องเสียหน่อย ข้าพเจ้าเห็นพระรูปหนึ่งเดินผ่านมา ในความ
มืดสลัวของบรรยากาศ มือทั้งสองของท่านอุ้มบาตรสีดำสนิท สงบเสงี่ยมสง่างาม ท่านเดินผ่านหลังข้าพเจ้าไป
พร้อมๆ กับฝากภาพแห่งความสงบนิ่ง แต่เปี่ยมไปด้วยอิสรภาพใต้ผ้ากาสาวพัสตร์สีส้มสดใสไว้ตลอดเวลา
หลังจากวันนั้น...ข้าพเจ้าใช้เวลาที่พอมี ค้นคว้าเรื่องราวต่างๆ ในพระพุทธศาสนา จากห้องสมุดบ้าง จาก
ญาติๆ ที่ไปวัดเป็นปกติบ้าง และด้วยการแนะนำจากญาติผู้ใหญ่หลายๆ ท่าน ฤดูร้อนปีนั้น ถึงคุณพ่อจะคัดค้าน
แต่ข้าพเจ้าก็ตัดสินใจเด็ดเดี่ยว ที่จะเปลี่ยนชีวิตของตัวเอง ด้วยตนเอง
มาวันนี้ ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรมะ ใช้ทุกลมหายใจที่ทอดผ่านไปให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่
วันพรุ่งนี้....ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่ที่แน่ๆ มันจะเป็นวันที่ข้าพเจ้าก้าวออกมาจากวังวน ครบ
รอบปีที่ ๖ พอดิบพอดี
เมื่อวาน....เรามาจากต่างครอบครัว ต่างฐานะ ด่างสังคม ต่างความคิด ต่างเป้าหมาย เรามีเพียงความ
มุ่งหวังที่คล้ายกัน ความมาดหมายที่ทำให้เรามี...
วันนี้...วันที่เราต่างร่วมหลอมรวมดวงใจให้เป็นหนึ่ง ด้วยธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
วันที่เราไม่ต่างกันอีกต่อไป ภายใต้ร่มเงาของบวรพุทธศาสนาเพื่อ....
พรุ่งนี้....ที่โลกใบนี้ จะไม่มีทั้งเธอและฉัน จะมีแต่เราเท่านั้น เราที่ไม่ต่างกัน
กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๔