ข้อความต้นฉบับในหน้า
เหยือกมีมากถึง 4 ชิ้น ซึ่งก็ต้องติดหมายเลขย่อยของ
เปลือกไม้แต่ละชิ้นให้ครบจำนวนทุกชิ้นที่มีอยู่ในเหยือกใบนั้น
เช่น ป 12 Fragm6n! 1 (เหยือกใบที่ ๑๒ ชิ้นที่ ๑) แต่
เนื่องจากเหยือกแก้วเหล่านี้เป็นของใหม่ที่ไม่มีคุณค่าทาง
ประวัติศาสตร์ หรือเนื้อหาของต้นฉบับ เจ้าหน้าที่จึงไม่ใส่
หมายเลขของเหยือกลงไปในชั้นเปลือกไม้ก็มี และเรียง
หมายเลขเปลือกไม้แต่ละชิ้นใหม่แทน เช่น ม้วนไม้ที่อยู่ใน
เหยือกใบที่หนึ่ง มีม้วนเดียว ก็ใส่ 39m6n! 1 ก็จะเป็น
เโ39m6n! 2 และ 1[39m6n! 3 ต่อไปเรื่อยๆ ถ้าเป็นเปลือกไม้
ชิ้นใหญ่ เจ้าหน้าที่จะแบ่งเนื้อหาใน TT39mon! ออกเป็น
ส่วนหรือ เวลโ! เช่น เโล996ก! 3 [2311 5 เป็นต้น
เรื่องที่ละเอียดอ่อนและยากแก่การตัดสินใจก็คือ
เปลือกไม้บางม้วน มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกันหมด แต่บางม้วน
เนื้อหาไม่สัมพันธ์กันเลย เพราะตัดลอกมาจากของเก่า
คนละที่กัน ซึ่งจะต้องมีการศึกษาเนื้อหาต่างๆ ในเปลือกไม้
แต่ละชั้นว่าเกี่ยวพันกันอย่างไรให้กระจ่างอีกทีหนึ่ง และนี่คือ
งานของปราชญ์รุ่นใหม่
คุยกับซาโลมอน
จากหน้าต่างของชั้นสองของอาคารใน
มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ดร.ซาโลมอนมองเห็นนักศึกษากำลัง
เดินข้ามถนนไปมาระหว่างตึกเรียนบ้างก็หยุดยืนคุยเป็นกลุ่มๆ
แต่เขาไม่อาจจะสนใจทัศนียภาพนอกหน้าต่างได้นาน
เพราะขณะนี้ บนโต๊ะของเขามีแผ่นไม้ม้วนเก่าแก่เหมือนถูก
ทอดทิ้ง เนื้อไม้มีรอยเขื่อนเป็นดวงๆ บางส่วนพอง บาง
ส่วนหลุดหลุยแทบไม่มีชิ้นดีราวกับผ้าขี้ริ้ว
เขาจะไม่สนใจเปลือกไม้เก่าแก่เหล่านี้เลย ถ้ามัน
ไม่ใช่ต้นฉบับที่เก่าแก่ที่สุดของศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดคือ
พระพุทธศาสนา ชาโลมอนจึงต้องพิถีพิกันกับการถนอม
เปลือกไม้และพากเพียรแปลเนื้อหาที่เขียนเป็นภาษาโบราณ
ของอัฟกานิสถานให้จงได้
เมื่อสองปีที่แล้ว มีผู้บริจาคนิรนามยกคัมภีร์
เปลือกไม้เก่าแก่ของพระพุทธศาสนานี้ให้แก่หอสมุดอังกฤษ
มันอยู่ใน
ยู่ในหม้อดินเหนียวขนาดใหญ่ ๕ ใบ พอได้มาแล้ว
เจ้าหน้าที่ของหอสมุดอังกฤษ ก็มองดูไปทั่วโลกว่าใครจะมี
ความสามารถถอดข้อความอักษรโบราณนี้ออกมาเผยแผ่ให้
éo ทั้งการอิสระ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๔
ชาวโลกรู้ ดร.ซาโลมอน แห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตัน สหรัฐ-
อเมริกานั้นเองที่ได้รับเกียรตินี้ เพราะเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญ
ภาษาโบราณของอินเดีย คือ ภาษาสันสกฤต โดยเฉพาะคันธารี
ซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่นที่ใช้ตัวหนังสือขะโรษฐีเป็นแบบเขียน
มีเขาและคนเพียงไม่กี่คนในโลกเท่านั้นที่จะสามารถทำงาน
ที่ไม่มีใครทำ นี้ได้สำเร็จ
ความเก่งกาจของชาโลมอนเป็นที่ประจักษ์ในหมู่
นักวิชาการภาษาโบราณของโลก ถึงแม้มีอายุเพียง ๔๘ ปี
เขาก็ได้รับรางวัลกุกเก็นไฮม์ (0.956ก16 (๓) อันทรง
เกียรติจากความสามารถในการอ่านภาษาและภาษาพื้นบ้านได้
๑๒ ภาษา ยืนยันได้จากหนังสือที่แน่นขนัดอยู่บนชั้นหนังสือ
ในห้องทำงานของเขา มีทั้งตำราภาษาสันสกฤตและภาษา
เก่าแก่อื่นๆ ที่หลายคนเกิดมาไม่เคยได้ยิน ลองดูชื่อหนังสือ
ที่เขาอ่านลักสองเล่มก็จะรู้ว่าเขาเก่งแค่ไหน เล่มแรก The
Ongin of Wing (บ่อเกิดการเขียน) และ ค63ding A16
โ’ธร! (อ่านอดีต)
เราลองมาคุยกับนักปราชญ์ของโลกคนนี้กันเถิด
ถาม : ทําไมคุณถึงสนใจภาษาเก่าๆ?
จาโลมอน: ผมดำเนินตามรอยคุณปู่ของผม ท่านเป็นนัท
วิชาการและเป็นคณบดีคณะปรัชญา มหาวิทยาลัยฮัมบวร์ก
ที่เยอรมนีผมเหมือนคุณพ่อและคุณปูตรงที่เราเริ่มเรียนภาษา
ละดิน ตั้งแต่ชั้นมัธยม แล้วเราก็เริ่มชอบศึกษาของเก่าและ
วัฒนธรรมเก่าแก่ของโลกเหมือนกัน
ถาม : คุณสนใจภาษาสันสกฤตตอนไหน?
ชาโลมอน ตอนที่ผมเข้ามหาวิทยาลัย พอผมหัดอ่านจารึก
ที่เขียนเป็นภาษาสันสกฤตได้ ผมก็รู้สึกรักภาษาใหม่นี้ทันที
และรู้ตัวว่าตนเองมีความสามารถพิเศษทางด้านนี้
ถาม : คุณว่าสันสกฤตเรียนง่ายไหม?
จาโลมอน: ตอนเรียนภาษานี้ใหม่ๆ ผมรู้สึกเหมือนกับเข้าไป
อยูในมุมที่ไกลลิบลับไม่ทัน เนื้อรู้ตัว แต่ผมก็หลงใหลมันมาก
ยังไงๆ ผมก็ต้องเรียน พอคิดอย่างนี้แล้ว ผมก็รู้สึกว่าได้ทั้ง
พรและคำสาปที่จะให้ผมทำสิ่งนี้ให้สำเร็จให้จงได้เพราะมัน
เหมือนกับเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ
ถาม : พอคุณรู้ภาษาสันสกฤตแล้ว คุณทำอะไรต่อ?
จาโลมอน: ผมก็เอาความรู้นี้ไปลงมีอทํางานที่ทั้งหนักและ
เหนื่อยยาก คือ วิเคราะห์แยกระเบียบวิธีของภาษาท้องถิ่น