ข้อความต้นฉบับในหน้า
๒๒
การสัญจรของชาวอินเดีย
นี่คืออีกสาเหตุหนึ่งที่อาจหา ให้
การเดินทางล่าข้า
ก่อนออกเดิน
ทางผู้เขียนและคุณสมใจ
ใช้เวลาระหว่างรอความ
พร้อมของคณะ ข้าม
ถนนไปยังฝั่งตรงข้าม
ของโรงแรม เพื่อไปใช้
บริการส่ง ธ-m3แกว่าจะสอบถามราคา ตกลงราคา ตกลง
สกุลเงินที่จ่ายและอัตราแลกเปลี่ยนกันได้ ก็ใช้เวลานานพอ
สมควร เนื่องจากเราต้องการจ่ายเป็นเงินไทย ซึ่งในที่สุด
เจ้าของร้านหนุ่มหนวดงามก็ตกลงรับเงินไทยของเรา ตกลง
ราคากันนาทีละ ๒๐ บาท รู้สึกว่าราคาค่อนข้างโหดร้ายไป
หน่อย เมื่อคิดเทียบค่าบริการในบ้านเรา ชั่วโมงละ ๒๐
บาทเอง แถมขณะที่เครื่องกำลัง 5631-07 หา พอช ที่ต้องการ
ก็ใช้เวลานานมากราวกับเป็นใจให้เจ้าของร้าน ความอดทน
ของเราที่จะรอไม่มากพอ ด้วยทุกคนในคณะพร้อมแล้ว
และเกิดความรู้สึกเสียดายเงิน เราจึงไม่ได้ส่ง ธ-mail ทำได้
แค่ลงเพจข้อความสั้นๆ เท่านั้น เพื่อนัดหมายให้รถมารับเมื่อ
เรากลับถึงเมืองไทย ก่อนออกจากร้าน เราบอกเจ้าของร้าน
ว่าเรารอไม่ไหวแล้ว เขาก็คิดราคากันเอง “๒๐ บาทจะนายจ๋า”
เวลาบ่ายโมงเศษ รถบัสสีขาวคันใหญ่ ๒ คัน แล่น
ตามกันไปบ่ายหน้าสู่เมืองกุสินารา ทิ้งสุมพินี
แดนประสูติไว้เบื้องหลัง เหมือนชีวิตคนเรา
เมื่อเกิดมาแล้วก็บ่ายหน้าสู่ความตาย ไม่ว่า
จะช้าจะเร็ว ทุกคนต้องได้พบกับวันสำคัญ
วันนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จะด้วยความ
เต็มใจหรือไม่ก็ตาม สำหรับบางคนอาจให้
เมษายน พ.ศ. ๒๕๗๙
M750
ความสำคัญกับวันเกิดของตนมากกว่าวันไหนๆ ในรอบปี
ทุกปีใหม่เมื่อเปิดปฏิทินก็จะต้องเปิดดูก่อนว่าวันที่เกิด
ของเราตรงกับวันอะไร อาจจะนึกเลยเถิดต่อไปว่า ปีนี้
จะฉลองวันเกิดที่ไหน อย่างไร
แต่บางคนกลับให้ความสำคัญของวันตาย
มากกว่า แม้จะไม่รู้ว่าจะมาถึงเมื่อใด ก็เตรียมการ
ต้อนรับวันนั้นด้วยความไม่ประมาท ไม่ทำความชั่ว
ทั้งปวง หมั่นสร้างแต่ความดี พร้อมกับทำใจให้ผ่องใส
ด้วยการเจริญภาวนา เพราะความสำคัญของวันนั้น
คือวันชี้ขาด แพ้ชนะ ขาดทุนกำไร ของงบดุลบุญ
และบาป ที่เกิดมาสร้างไว้ในชาตินี้ วินาทีสำคัญก่อนที่
จะเปลี่ยนภพภูมิใหม่ พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตดชีโว
เรียกว่า “ศึกชิงภพ”
เนื่องจากความจำเป็นที่ถูกจำกัดด้วยเวลาในการ
เดินทาง ทำให้คณะของเราต้องเดินทางไปยังสถานที่
ปรินิพพานก่อน แทนที่จะเป็นสถานที่ตรัสรู้ และแสดง
ปฐมเทศนา สำหรับผู้เขียนแล้วคิดว่านอกจากจะเป็นความ
ลงตัวเรื่องเวลาแล้ว ยังทำให้ได้คิดว่า เวลาบนโลกมนุษย์นี้
สั้นนัก ๘๐ พรรษาของพระองค์ ไม่นานเลย เมื่อวานและ
วันก่อนเรายังอิ่มเอมกับบรรยากาศในสถานที่ประสูติ ใน
สถานที่ที่พระองค์เคยประทับเมื่อวัยเยาว์อยู่เลย พรุ่งนี้เราก็
จะได้ไปสักการะสถานที่ที่พระองค์ปรินิพพานแล้วรู้สึกใจหาย
อย่างไรชอบกล อดนึกถึงเวลาของตัวเองไม่ได้ อดที่จะถาม
ตัวเองไม่ได้ว่า เวลาที่มีอยู่ได้ใช้อย่างคุ้มค่าแล้วหรือยัง?
บ่ายจัดแล้ว แต่แดดยังคงร้อนแรง รถบัสของเรา
จอดคอยที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง เพื่อตรวจพาสปอร์ต
ประทับตราก่อนเข้าสู่อินเดีย อากาศอบอ้าวเหลือเกิน คุณวิไล
ไกด์ใจดีของเรา ลงจากรถไปซื้อไอศกรีมเป็นถ้วยๆ มาแจก
พวกเรา รูปร่างภายนอกก็เหมือนไอศกรีมบ้านเรา รับมา
หนึ่งถ้วยด้วยความดีใจ เปิดฝาออกมาเห็นสีเหลืองนวลเป็น
ครีม หน้าตาน่ารับประทาน เดาว่าคงเป็นไอศกรีมวานิลา
768
ตราผ่านด่านตรวจคน
เข้าเมืองของอินเดีย
ใช้ช้อนตักเข้าปากทันที
และทันทีที่
ประสาทสัมผัสรับกลิ่นทำงาน ทำให้ต้องรีบ
กลืนไอศกรีมค่าานั้นโดยเร็ว ด้วยความ
คาดไม่ถึงว่าที่อินเดียนี่ แม้แต่ไอศกรีมก็ใส่
เครื่องเทศ 1!1
คณะของเราเดินทางจากด่าน