ข้อความต้นฉบับในหน้า
เหล่านี้จึงขาดความรู้ทางธรรมะ
เมื่อการอบรมธรรมะไม่สมบูรณ์ คนก็เกิดคิดผิด
เห็นผิด เช่นเห็นว่า เมื่อทุกคนมีกรรมเป็นของตน ก็ปล่อย
ทุกอย่างให้ไหลไปตามยถากรรม และก็ยึดคติ “รู้รักษาตัว
รอดเป็นยอดดี” เป็นหลัก คำสอนเช่นนี้ที่จริงไม่ผิด แต่ยัง
ไม่ครบหมด หรือลูกเพียงครึ่งเดียว
หลวงพ่อว่าควรสอนกันเสียใหม่ว่า เมื่อเรารู้แล้ว
ว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แล้วก็ทำแต่ความดี เท่านั้นยังไม่พอ
เมื่อเห็นใครในสังคมทำชั่ว ก็ต้องช่วยกันแก้ไขด้วย ถ้า
แก้ไขไม่ได้ ก็ต้องป้องกันคนชั่วไม่ให้เข้าไปมีอำนาจ หรือ
ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร ผู้นำา หรือผู้ปกครองในสังคม
การกระทำเช่นนี้จึงจะถือได้ว่า เป็นการรับผิดชอบ
ต่อสังคมโดยส่วนรวม เพราะป้องกันไม่ให้คนเลวเข้ามาก่อ
ความเดือดร้อนและความหายนะขึ้นในสังคมได้
และเป็นคัมภีร์กู้ชาติที่ได้ผลที่สุด
เพราะในสังคมที่ปัญหาทั้งหมด อยู่ที่ความบกพร่อง
ของ "คน" นั้น
การแก้ปัญหาที่ “ใจ” จึงจะเป็นการถูกต้องร่องรอย
ส่งเสริมคนดี อุดหนุนคนดี กีดขวางคนชั่วไม่ให้
เข้ามาเป็นใหญ่
การดูว่าคนดีเป็นอย่างไร ก็ดูจากทิศทั้ง 5 ดูจาก
ความปลอดพ้นจากอบายมุข ดูจากนิสัยรักบุญ รักวินัย
และความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่นดังกล่าวแล้ว
แม้ว่ากาลเวลาจะทำให้คนไทยมีนิสัยที่แปรเปลี่ยน
ไปจากอดีต แต่โดยพื้นฐานแล้วคนไทยก็ยังมีความเมตตา
อาทรต่อเพื่อนมนุษย์ เพียงแต่ปรับความรับผิดชอบในเชิง
สัมพันธ์กับทิศทั้ง 5 เท่านั้น สังคมไทยก็เห็นจะดีขึ้นได้โดย
ไม่ยากนัก
ความฝัน
วัดพระธรรมกาย นั้น ดูไปแล้วเหมือนผูกพันอยู่กับ
เป็นความฝันที่ต้องเกี่ยวข้องกับคนมากมาย
เป็นความฝันที่แตกต่าง และท้าทายผู้ศึกษา
หลวงพ่อทั้งสอง ไม่เคยดีดจะเดินไปสู่ความสุข
อย่างโดดเดี่ยว ท่านว่า ต้องไปเป็นทีม มนุษย์ สัตว์ ฝูง
วิหคนกกา ท่านอยากขนไปด้วยกันให้หมด
ไปสู่เป้าหมายอันเจิดตระการ ณ เบื้องหน้า
แม้ไม่มีใครเห็น หรือแม้อยากจะมองเห็น แต่ก็ลู
เหมือนวัดพระธรรมกายจะไม่เคยหยุดความฝันของตนเอง
เพราะอุดมการณ์ที่มองไปถึงสุดจักรวาล จึงทำให้
เกิดวัดพระธรรมกาย เกิดพนาวัฒน์ เกิดสวนบัว และวัดกัล
ยาณมิตร บ้านกัลยาณมิตร เป็นเครือข่ายมากมายหลายแห่ง
แม้อุดมการณ์นั้นไปไกลนักหนา แต่ถ้าตกลงมาก็ยัง
แคดวงดาว
ถ้าหวังแค่ดาว ตกลงมาก็กระแทกดินละสิ
ริ้วรอยแห่งวัยที่หางตาของหลวงพ่อหัตตะ บ่งบอก
ความเนิ่นนานของการต่อสู้ ตั้งแต่วันที่เริ่มพลิกผืนธรณีเพื่อ
สร้างวัดพระธรรมกาย การบุกตะลุยในสนามรมแห่งความดี
และความชั่ว ความเข้าใจถูกและความเข้าใจผิด
ริ้วรอยแห่งความอ่อนระโหยโรยแรง อาจบังเกิด
ได้ในบางครั้ง แต่แสงตาที่กล้าแข็ง ไม่แตกต่างจาก
คุณยายอาจารย์ของท่านเอง
คุณยายผู้บากบั่น ทำวิชชาโดยไม่ย่อท้อท่านนั่งสมาธิ
วันละ ๑๒ ชั่วโมง กลางวัน 5 ชั่วโมง กลางคืน 5 ชั่วโมง
คุณยายว่า “คนที่เป็นหัวหน้าคนได้ ถ้าทำเท่าคนอื่นก็เป็น
ไม่ได้หรอก นั่งครั้งสะ 5 ชั่วโมงเท่ากัน แต่ยายไม่ขยับเลย
ขฒิแต่ละที่ใจมันเคลื่อน....ยายนั่งทิ้งชีวิตลงไปเลย ยายขาด
คือขาดการรับรู้ทางกาย ไปรับรู้เอาวิชชาข้างใน ข้างนอก
ยายทิ้งไปเลย จะตายก็ช่างเถอะ ยายตัดใจอย่างนี้”
ความเด็ดเดี่ยวของคุณยาย ไม่ต่างจากความ
เด็ดเดี่ยวของหลวงพ่อหัตตะ
ท่านเคยแบมือทั้งสองออกมาเบื้องหน้า
“สองมือนี้ไม่มีแผล”
ท่านจึงรับกระแสโจมตีได้ด้วยความเยือกเย็น สงบ
เช่นพุทธบุตรทั้งปวง
วันนี้หมู่มวลบุปผาเบิกบานอยู่บนยอดเขาชุ่มน้ำค้าง
และปรอยฝน
มองลงไปเบื้องล่าง ทะเล บ่อนกูไปจนสุดโค้งของ
รุ้งกินน่า
กลิ่นเน่าของเมืองใหญ่โชยขึ้นมาไม่ถึงข้างบนนี้
wn as |