การเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรี วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 4 หน้า 57
หน้าที่ 57 / 108

สรุปเนื้อหา

เจริญงอกงาม ในสังคมคริสเคียนเอง ภาพของพระเจ้าลูกวาด ในรูปลักษณ์ที่จำลองจากชาย และทุกคนที่เป็นศาสนิกก็เห็น ว่านี่คือสิ่งที่ "ต้องเป็น” เพราะสิ่งสูงสุดของพวกเขาจะเป็น หญิงใต้อย่างไรกัน ความรู้สึกว่าพวกตนถูก "กดขี่” ทำให้เกิดขบวนการ เคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรีขึ้น ซึ่งนับวันจะเกลื่อนกล่นด้วย แนวร่วมทั้งจากสตรีด้วยกันเองและจากชายที่ร่วมทัศนะ เดียวกัน ขบวนการนี้ไม่ใช่แต่พยายามให้เห็น “ความกดขี่” ที่ดำรงอยู่เท่านั้น แต่ยังพยายามจะเปลี่ยนระบบดังกล่าว เสียด้วย คนเหล่านี้พยายามตัดสายกระแสความคิดที่ถูกฝัง อยู่ในวัฒนธรรมกระแสหลักของสังคมมาแต่ครั้งโบราณกาล เพื่อเปลี่ยนมันไปสู่รูปแบบของชีวิตใหม่ที่ตนเห็นว่ามีความเป็น “มนุษย์” มากกว่านี้ พวกสตรีนิยมเหล่านี้อธิบายความต่ำต้อยของ พวกตนว่ามัน "ฝัง” อยู่ในสถาบันห

หัวข้อประเด็น

- การเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เจริญงอกงาม ในสังคมคริสเคียนเอง ภาพของพระเจ้าลูกวาด ในรูปลักษณ์ที่จำลองจากชาย และทุกคนที่เป็นศาสนิกก็เห็น ว่านี่คือสิ่งที่ "ต้องเป็น” เพราะสิ่งสูงสุดของพวกเขาจะเป็น หญิงใต้อย่างไรกัน ความรู้สึกว่าพวกตนถูก "กดขี่” ทำให้เกิดขบวนการ เคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรีขึ้น ซึ่งนับวันจะเกลื่อนกล่นด้วย แนวร่วมทั้งจากสตรีด้วยกันเองและจากชายที่ร่วมทัศนะ เดียวกัน ขบวนการนี้ไม่ใช่แต่พยายามให้เห็น “ความกดขี่” ที่ดำรงอยู่เท่านั้น แต่ยังพยายามจะเปลี่ยนระบบดังกล่าว เสียด้วย คนเหล่านี้พยายามตัดสายกระแสความคิดที่ถูกฝัง อยู่ในวัฒนธรรมกระแสหลักของสังคมมาแต่ครั้งโบราณกาล เพื่อเปลี่ยนมันไปสู่รูปแบบของชีวิตใหม่ที่ตนเห็นว่ามีความเป็น “มนุษย์” มากกว่านี้ พวกสตรีนิยมเหล่านี้อธิบายความต่ำต้อยของ พวกตนว่ามัน "ฝัง” อยู่ในสถาบันหลักทุกสถาบันนับตั้งแต่ เกิดจนตาย สังคมสร้างกรอบขึ้นมาเพื่อให้สตรีมีประสบการณ์ แตกต่างจากชายแทบทุกสถาน และประสบการณ์เหล่านั้น กลายเป็นสิ่งที่ได้รู้เห็นปฏิบัตกันมาจนจำเจจนเป็นที่ยอมรับ กันทั้งสังคมว่า เมื่อเกิดเป็นหญิงแล้วก็ต้องเป็นเช่นนี้ ส่วนประกอบทางชีวภาพของหญิงที่ต่างจากชาย ทำให้ประสบการณ์ในชีวิตของเธอไม่มีทางจะเหมือนชายไปได้ สตรีต้องเป็นผู้ให้กำเนิดบุตร ต้องวางตนอยู่ในกรอบทางเพศ ที่ขนบธรรมเนียมระบุชี้ชัด ประเด็นไม่ใช่เรื่องร่างกายที่เป็น กรรมลิขิต แต่เป็นเรื่องกายวิภาคที่ส่งผลต่อประสบการณ์ ของชีวิตให้ต่างจากชาย หญิงและชายยังมีประสบการณ์ที่ต่างกันอันเป็นผล จากการตั้งสมค่านิยมทางเพศ อันได้แก่ กระบวนการที่ เด็กหญิงรู้ว่าตนต่างจากเด็กชายและเรียนรู้สิ่งที่สังคมเห็น ว่าเหมาะว่าควรกับเพศของตน การที่สังคมคาดหวังจากหญิง ต่างไปจากชายทำให้เกิดการประพฤติปฏิบัติตามความ แตกต่างของเพศ ซึ่งทำให้ชีวิตของหญิงต่างจากชายเพราะ สังคมคาดหวังเช่นนั้น บุคคลที่มีบทบาทในกระบวนการ ตั้งสมทางสังคม (500เยแะ8i0n)เหล่านี้ ได้แก่บิดามารดาซึ่ง ปฏิบัติกับบุตรหญิงและชายแตกต่างกัน เช่นจี้ไชกับ บุตรสาวมากกว่าบุตรชาย หรือยอมให้บุตรสาวแสดงออก Letty Cottin Pog&&/n, &# Up Free: #3151# ทางอารมณ์ใต้มากกว่าบุตรชายทาสีห้องบุตรชายหญิงคนละสี ให้ของเล่นต่างกัน และให้หน้าที่ในบ้านต่างกัน สื่อมวลชนก็ มีส่วนในการกำหนดบทบาทของหญิงและชาย เช่นเดียวกับ สถาบันทางการศึกษา สังคม หรือศาสนา ที่ช่วยกันหล่อหลอม ค่านิยมว่า "สตรีในอุดมคติ และชายในอุดมคติ" ควรจะเป็น อย่างไร ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่านับตั้งแต่วัยเด็กมาแล้วที่หญิง และชายได้รับการปฏิบัติด้วยระบบที่ต่างกันและมี ประสบการณ์เกี่ยวกับโลกแตกต่างกัน 5 ในสังคมไทย ศาสนาพุทธกำหนดบทบาทให้หญิงเป็น เพียง “โยมอุปัฏฐาก” ที่อยู่ได้ตามขอบชายวัด การที่หญิง จะเดินเข้าไปลึกกว่านั้นถือกันว่าเป็นอันตราย เสี่ยงต่อกรรม อันหนักทั้งในชาตินี้และชาติหน้า ข้อกำหนดทางคาสนา เช่นนี้เป็นที่ยอมรับกันทั้งหญิงและชายที่มีความเข้าใจใน พุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง ว่าข้อจำกัดเช่นนี้มิใช่ประเด็นที่จะ ต้องมาต่อล้อต่อเถียงเพื่อความเสมอภาคทางโลก เพราะ เหตุว่าศาลนานั้นเป็นเรื่องลึกซึ้งเกินกว่ากิเลสของมนุษย์ที่ เรียกร้องความเสมอภาค ซึ่งเป็นทัศนะตะวันตกในสังคม คริสเตียนที่ไม่มีความลึกซึ้งพอที่จะอธิบายเหตุผลของ ความสัมพันธ์ระหว่างหญิงชายในเชิงข้ามภพข้ามชาติดังที่ พุทธศาสนาได้อธิบายไว้ ดังนั้น กลุ่มสตรีนิยมในประเทศตะวันตกโดยทั่วไป จึงเห็นพ้องต้องกันว่า สังคมไม่เคยให้โอกาสแก่หญิง เท่าเทียมชาย และโลกนี้ถูกมองตลอดมาจากสายตาของชาย ที่ใช้ประสบการณ์ของตนที่แตกต่างจากหญิงในการมองโลก มุมมองของสตรีไม่มีอยู่ในวัฒนธรรมหลัก หรือกล่าวอีกนัย หนึ่ง รูปแบบทางวัฒนธรรมและการแสดงออกทางสังคม ยากที่จะสะท้อนประสบการณ์ของสตรี มุมมองของสตรี หรือการดีความของสตรี ทั้งนี้เพราะในสังคมบิดาเป็นใหญ่ ขายคือผู้ที่มี โอกาสสร้างวัฒนธรรม ซึ่งแน่นอนว่าผู้สร้างวัฒนธรรมย่อม กระทำตามมุมมองของตน และถือตนเป็นศูนย์กลาง ดังนั้น วัฒนธรรมหลักในแต่ละสังคมจึงถูกสร้างจากมุมมองของ ชายและละเลยคุณค่าหรือเสียงจากฝ่ายหญิง ดังเช่นนัก สิทธิสตรีชื่อ ธ0n13^0เก800 กล่าวที่โบสถ์เซ็นต์ แพทริค ในนิวยอร์ก ด้วยความเจ็บช้ำและขมขื่นว่า “สตรีนั้นได้ Your 671174 ช!& 80\ New 70^ : 8601^11,1980 กฏษาณ ล : เมษายน พ.ศ. ๒*!!*
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More