การบรรพชาอุปสมบท วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 4 หน้า 55
หน้าที่ 55 / 108

สรุปเนื้อหา

อาวรณ์ในเบญจขันธ์นั้นเลย สังขารธรรมทั้งหลายมีสภาวะ ไม่เที่ยงแท้ บังเกิดแล้วก็ดับสูญทำลายฉิบหายไป ถ้ามีบุคคล ใดดับสังขารเสียได้ และถึงอาสวยสำเร็จแก่พระนิพพาน บุคคลผู้นั้นจักได้ชื่อว่า เป็นผู้ถึงซึ่งเอกันตบรมสุข อันล้ำเลิศ แสนประเสริฐเที่ยงแท้นักหนา ขอให้ท่านทั้งหลายอย่า ประมาทเลย" เพื่อนสงฆ์ทั้งหลาย ครั้นได้ฟังเถรวาทีก็มีใจชื่นชม ยินดีในวาจาของพระผู้เป็นเจ้ายิ่งนัก ต่างก็อัญชลีประนมมือ อนุโมทนาสาธุการแก่พระผู้เป็นเจ้าว่า “ข้าแต่พระคุณเจ้าปิติมัลละ! พระเดชพระคุณได้รับ ทุกขเวทนาเพราะบาดแผลใหญ่เจ็บปวดนักหนาแล้ว ยัง อุตสาหะตั้งจิตเจริญสมณธรรมกระทำวิปัสสนากรรมฐานให้ สำเร็จกิจแห่งพรหมจรรย์ได้ นี่หากว่าสมเด็จพระมหากรุณา สัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จดับขันธปรินิพพานล่วงไปแล้ว ถ้าพระองค์ยังมีพระชนม์อยู่ถึ

หัวข้อประเด็น

- การบรรพชาอุปสมบท

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อาวรณ์ในเบญจขันธ์นั้นเลย สังขารธรรมทั้งหลายมีสภาวะ ไม่เที่ยงแท้ บังเกิดแล้วก็ดับสูญทำลายฉิบหายไป ถ้ามีบุคคล ใดดับสังขารเสียได้ และถึงอาสวยสำเร็จแก่พระนิพพาน บุคคลผู้นั้นจักได้ชื่อว่า เป็นผู้ถึงซึ่งเอกันตบรมสุข อันล้ำเลิศ แสนประเสริฐเที่ยงแท้นักหนา ขอให้ท่านทั้งหลายอย่า ประมาทเลย" เพื่อนสงฆ์ทั้งหลาย ครั้นได้ฟังเถรวาทีก็มีใจชื่นชม ยินดีในวาจาของพระผู้เป็นเจ้ายิ่งนัก ต่างก็อัญชลีประนมมือ อนุโมทนาสาธุการแก่พระผู้เป็นเจ้าว่า “ข้าแต่พระคุณเจ้าปิติมัลละ! พระเดชพระคุณได้รับ ทุกขเวทนาเพราะบาดแผลใหญ่เจ็บปวดนักหนาแล้ว ยัง อุตสาหะตั้งจิตเจริญสมณธรรมกระทำวิปัสสนากรรมฐานให้ สำเร็จกิจแห่งพรหมจรรย์ได้ นี่หากว่าสมเด็จพระมหากรุณา สัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จดับขันธปรินิพพานล่วงไปแล้ว ถ้าพระองค์ยังมีพระชนม์อยู่ถึงขณะนี้แล้ว ก็น่าที่พระองค์ คงจะมีพระพุทธหฤทัยยินดีด้วยกับพระเดชพระคุณ คงจะทรง ยื่นพระหัตถ์มาแต่ชมพูทวีปโพ้น ข้ามมหาสมุทรมาถึงสังกา ทวีปที่เราอาศัยอยู่ ณ สถานที่นี้ แล้วคงจะยังพระหัตถ์อัน ประดับไปด้วยลักษณะวงกงจักร ให้ตกลงและปรามาสลูบคลำ อยู่ไปมาเหนือเศียรเกล้าแห่งพระผู้เป็นเจ้า ณ กาลบัดนี้ เป็นแน่แท้" กล่าวสรรเสริญพระเถระดังนี้ ก็กราบอำลาไป บำเพ็ญสมณธรรมด้วยความขะมักเขม้น เพื่อให้ได้ผลเช่น พระปิติมัลลอรหันต์ บุคคลผู้ทรงคุณของพระพุทธศาสนามีมากมาย หลายท่าน ซึ่งล้วนถูกจารึกไว้ในพระไตรปิฎก และนับได้ว่า พระไตรปิฎกที่มีอยู่หลายแห่งทั่วโลกเป็นหลักฐานสำคัญ ทางประวัติศาสตร์ การศึกษาสภาพสังคมโบราณใน ประวิติศาสตร์ รวมทั้งขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมประเพณี ต่าง ๆ นักโบราณคดีส่วนใหญ่ยอมรับว่าล้วนมีรากฐานมาจาก ความเชื่อทางศาสนาแทบทั้งสิ้น ทุกครั้งที่ผู้เขียนได้มีโอกาส ไปเยี่ยมชมโบราณสถานวัตถุในที่ต่างๆ ผู้เขียนมักคิดถึง เรื่องราวที่ย้อนรอยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองของสถานที่ต่างๆใน ประวิติศาสตร์บ้านเมืองโบราณ ซึ่งพบว่าอารยธรรมที่เกิดขึ้น และเจริญจนถึงขีดสุดในแต่ละยุค แต่ละสมัยนั้นล้วนมีรากเง่า แลร่องรอยความเป็นมาจากลัทธิความเชื่อทางศาสนาทั้งสิ้น ดังนั้นเมื่อข่าวการทำลายพระพุทธรูปของรัฐบาลตาลีบัน ประเทศอัฟกานิสถานแพร่สะพัดออกไปทั่วโลก ผู้เขียนรู้สึก เศร้าสลดกับการกระทำดังกล่าวนั้น หากแต่ผู้เขียนก็ยังมี ความหวังว่า การเผยแพร่ข่าวสารดังกล่าวนั้นคงไม่เป็นจริง แต่เป็นเพียงฤคโลบายเพื่อเรียกร้องความสนใจจาก ประชาคมโลก ให้หันมาสนใจความเดือดร้อนอดอยากยากแค้น ที่ประเทศอัฟกานิสถานต้องประสบกับปัญหาดังกล่าวเป็น ระยะเวลานานถึง ๒๐ ปี รวมทั้งปัญหาการระบาดเรื้อรังของ ไข้มาเลเลียที่มีอยู่ในปัจจุบันของประเทศอัฟกานิสถาน ประชากรของอัฟกานิสถานต้องการยารักษาโรค ต้องการ อาหาร เหมือนเช่นประชากรทั่วโลก ผู้เขียนทราบข่าวจาก ผู้ใหญ่ของบ้านเมืองบางท่านว่ารัฐบาลตาลีบันไม่เคยออกวีซ่า ให้แก่ผู้ใด แม้กระทั่งผู้แทนจากองค์การสหประชาชาติก็ตาม ดังนั้นภาพข่าวที่เผยแพร่ออกไปทั่วโลกนั้นอาจมิใช่ภาพ ที่แท้จริงก็เป็นได้ ขณะเดียวกัน “อิสลาม” แปลว่า “สันติ” ผู้เขียนยังมีความหวังว่า รัฐบาลตาลีบันคงจะมีได้ดำเนินการ อันเป็นการทำลายจิตใจของชาวพุทธทั่วโลก และคงไม่คิด ทำลายพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งนับว่าเป็นหม้อข้าว ใบใหญ่แห่งเศรษฐกิจของประเทศตนเองได้ ความจริงเท็จใน เรื่องดังกล่าวคงจะปรากฏขึ้นต่อสาธารณชนทั่วโลกในอีก ไม่ช้านี้ เมื่อบุคคลสำคัญผู้หนึ่งทางพระพุทธศาสนาของไทย เดินทางกลับมาจากประเทศอัฟกานิสถาน แต่ท้ายที่สุดเมื่อ วันจันทร์ที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ความหวังของผู้เขียน ก็ได้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง เมื่อทราบว่า พระพุทธรูปยืน องค์ใหญ่ทั้ง ๒ องค์ ได้ถูกทำลายโดยรัฐบาลตาลีบันแห่ง ประเทศอัฟกานิสถานเรียบร้อยแล้ว โดยมิได้สนใจใยดีต่อ ความรู้สึกของชาวพุทธ และประชาคมจากทั่วโลกแม้แต่น้อย และด้วยหลักแห่งเมตตาธรรมที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัม พุทธเจ้าท่านได้ทรงสอนไว้ว่า ผู้ใดก่อกรรมดีหรือร้าย ผู้นั้น ก็ย่อมได้รับผลตอบสนองด้วยผลแห่งกรรมที่ตนกระทำ เช่นเดียวกัน ดังพุทธพจน์ที่ว่า ยัง กัมมัง กะริสสันติ - ใครทำกรรมใดไว้ กัลยาณัง วา ปาปะกัง วา - ดีหรือชั่วก็ตาม ดัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ - ตนจักต้องได้รับผล ของกรรมนั้น กัลยาณมิตร เมษายน พ.ศ. ๒๕!! ๕๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More