การแก้ปัญหาด้วยใจ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 4 หน้า 43
หน้าที่ 43 / 108

สรุปเนื้อหา

มองตน เพื่อมองให้เห็นถึง ตัวตนที่เป็นต้นตอของสิ่งทั้ง หลาย คือ “ใจ” เพราะใจ คือตัวดึงดูด ผลักดัน บุคคล สิ่งของและเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นกับตน พระพุทธ องค์ทรงสอนว่า “ใครทำ อะไรได้อย่างนั้น” ซึ่งมอง ให้ลึกลงไปอีกนิดก็คือ “ใจ เป็นอย่างไร เจ้าของใจย่อม ได้รับสิ่งทั้งหลายตามสภาพ เพราะฉะนั้น ในการแก้ปัญหาโลกจึงไม่มี ตรงไหน ทฤษฎีใดสามารถ แก้ได้ตรงเท่ากับการแก้กัน “7)11(1X111(1^(1 หรือ 7116 &!)8011เ6 7x11111 เป็นสิ่งเดียวที่จะพามนุษย์ให้หลุดล่อนออก ที่ใจ ที่ขณะนี้ผู้คนทั้งโลกรู้ จากเหตุแห่งทุกข์ได้ด้วยภาวพาใจไปวางไว้ ให้ถูกที่ คือ จุดอันเป็นทางผ่านของปุณ ใจของตน” เช่นใครที่ใจร้อนก็จะพบแต่เรื่องร้อนๆ หรือ สามารถทำเรื่องเล็ก เรื่องเย็น ให้เป็นเรื่องร้อนได้ด้วยใจที่ ร้อนอยู่เสมอของตน ส่วนคนใจเย็นใจ

หัวข้อประเด็น

- การแก้ปัญหาด้วยใจ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

มองตน เพื่อมองให้เห็นถึง ตัวตนที่เป็นต้นตอของสิ่งทั้ง หลาย คือ “ใจ” เพราะใจ คือตัวดึงดูด ผลักดัน บุคคล สิ่งของและเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นกับตน พระพุทธ องค์ทรงสอนว่า “ใครทำ อะไรได้อย่างนั้น” ซึ่งมอง ให้ลึกลงไปอีกนิดก็คือ “ใจ เป็นอย่างไร เจ้าของใจย่อม ได้รับสิ่งทั้งหลายตามสภาพ 66 เพราะฉะนั้น ในการแก้ปัญหาโลกจึงไม่มี ตรงไหน ทฤษฎีใดสามารถ แก้ได้ตรงเท่ากับการแก้กัน “7)11(1X111(1^(1 หรือ 7116 &!)8011เ6 7x11111 เป็นสิ่งเดียวที่จะพามนุษย์ให้หลุดล่อนออก ที่ใจ ที่ขณะนี้ผู้คนทั้งโลกรู้ จากเหตุแห่งทุกข์ได้ด้วยภาวพาใจไปวางไว้ ให้ถูกที่ คือ จุดอันเป็นทางผ่านของปุณ ใจของตน” เช่นใครที่ใจร้อนก็จะพบแต่เรื่องร้อนๆ หรือ สามารถทำเรื่องเล็ก เรื่องเย็น ให้เป็นเรื่องร้อนได้ด้วยใจที่ ร้อนอยู่เสมอของตน ส่วนคนใจเย็นใจสดใสมักพบแต่เรื่อง สบายๆ และสามารถทำให้เรื่องร้อน เรื่องร้าย เรื่องใหญ่ให้ เป็นเรื่องเล็กเรื่องสบายๆ ได้เช่นกัน ทั้งนี้เพราะใจข้างในมี แต่ความชื่นแช่มแจ่มใสและเย็นสบายเสมอ และเมื่อหันมามองลูประชากรโลก ก็จะเห็นกันง่ายๆ ว่าคนใจร้อน ใจดี ใจร้าย กับคนใจเย็น ใจสงบ ใจสบาย อย่างไหนมีจำนวนมากกว่ากัน เมื่อเห็นจำนวนแล้วแทบไม่ ต้องอธิบายกันเลยว่า ทำไมโลกจึงร้อนรุ่มวุ่นวาย มากมาย ด้วยพายุฝนฟ้าคะนอง เจิ่งนองด้วยความอัตคัดขัดสน ถึง อลด้วยเหตุไม่พอใจ โลกใบเดียวที่ประกอบขึ้นด้วยพลโลก เป็นพันล้านจึงสับสนร้อนเราทั้งนี้เพราะ “ใจ” ของพลโลก ส่วนใหญ่ถูกหล่อหลอมด้วยไฟแห่งความแค้นเคืองความริษยา ความมุ่งหน้าเอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน อุณหภูมิของโลก จึงมีอันต้องแปรเปลี่ยนผกผันไปตามอุณหภูมิใจ เหตุนี้ แหละที่ทำให้โลกดึงดูดเอาความเดือดร้อนในหลายๆ รูปแบบ จากบรรยากาศลงมาสู่ ในทางกลับกันถ้า โลกถูกห่อหุ้มด้วยใจของ พลโลกที่แจ่มใส สดชื่น สงบ สบาย โลกเองก็จะคลายความ ร้อน ค่อยผ่อนความผันผวน แล้วโลกก็จะดึงดูดเอาแต่สิ่ง ที่ดีกว่ามาเยี่ยมเยียน " แล้ว และหันมาสนใจกัน อย่างมากนั่นคือ "สมาธิ" แต่แม้การแก้ที่ใจที่เรียกกัน ว่าการปฏิบัติสมาธิก็ยังมี หลายระดับของความสำเร็จ และความสบาย เพราะ ระดับของสมาธินั้นแตกต่างกัน เช่น ทำสมาธิพอสบายแค่ อารมณ์อย่างที่เรียกกันว่า ค©l3x3ปอก 46/113100 หรือ สมถสมาธิ คือนั่งพอสบาย ปล่อยใจไปเรื่อยๆ เพื่อให้เกิด ความสงบ หรือพอให้รู้ที่อยู่ของใจ แค่เพียงพอรู้จักเอาไว้ เท่านั้น หรือที่ขณะนี้กำลังเป็นที่นิยมกล่าวขวัญ คือ ที่เรียก กันว่า เฟ63แกฐ ^©ฝ1131100ทำสมาธิเพื่อรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งสำหรับผู้เขียน เหล่านี้ล้วนอยู่ที่อารมณ์กับสภาพร่างกาย ยังไม่สามารถพุ่งตรงลงไปสู่ใจได้จริง แต่ก็นับว่าเป็นสิ่งดีที่ ใครทำแล้วย่อมได้ผลง่ายสัมผัสผลได้ง่าย ทว่าเป็นสิ่งที่ยัง ไม่สามารถแก้ปัญหาโลกได้อย่างจริงจัง เพียงแค่ประทัง ไม่ให้ร้อนขึ้นกว่าเดิม หรือถ้าจะให้เย็นลงก็จะต้องใช้เวลา เนิ่นช้ายิ่งนัก ทว่า “ลานธรรมของมหาธรรมกายเจดีย์” เป็นสิ่ง ที่สามารถช่วยแก้ปัญหาได้ ถ้าหากผู้คนพากันมานั่งปฏิบัติ ธรรมรายล้อมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะ Dham342 หรือ 16&ชรอเบ16 Tเฟช เป็นสิ่งเดียวที่จะพามนุษย์ให้ หลุดส่อนออกจากเหตุแห่งทุกข์ได้ด้วยการพาใจไปวางไว้ให้ ถูกที่ คือ จุดอันเป็นทาง ผ่านของบุญจุดอันเป็นที่เกิด ของภาวะแห่งพุทธะ หรือ ภาวะแห่งการชนะมาร และจุดที่บาปเข้ามาส่งผล ไม่ได้ ทำไม! เพราะรอบ มหาธรรมกายเจดีย์คือภาพ กัลยาณมิตร เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ธ
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More