ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระพุทoรูปในภัฟ 1 1 0 1 0 9 น
ทุ่งนาข้าวอุดมสมบูรณ์เขียวขจีรายรอบมีดอกไม้ผลิบาน
รับลมร้อนของเอเชียกลาง ต้นหลิวพลิ้วกิ่งโน้มทอดตัวลง
เหนือน้ำใสตื้นๆ ไหลลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ คล้ายน้ำตกน้อยๆ
เมื่อลงมายืนในหุบเขาแล้วมองขึ้นไปบนหน้าผาพระพุทธรูป
เราจะเห็นช่องสี่เหลี่ยมเจาะเป็นห้องหรือวิหารกลวงตั้งแต่
ฐานล่างขึ้นไปจนถึงยอด ชั้นบนสุดของหน้าผา มีสีเทา
ต่ำลงมาตรงกลางคาดแถบเหลือง และแถบแดงของสีน้ำ
ลูกองุ่นแดงตรงฐาน หิมะปกคลุมยอดเขาลูกนี้และลูกกัดไป
ทางด้านหลัง เมื่อดวงอาทิตย์คล้อยจากทางทิศตะวันออก
ไปทางทิศตะวันตก สีของหน้าผาจะเปลี่ยนไป โดยเฉพาะ
ตอนกลางวัน จะเป็นสีน้ำตาลและสีแดงอ่อนแก่ต่างๆ กัน
ตอนบ่าย หน้าผาเหนือหุบเขาบามิยันจะเปลี่ยนสีอีกแล้ว
กลายเป็นสีม่วงอมแดง หลังพระอาทิตย์ตกดิน หน้าผามี
สีม่วงอ่อนที่สุด อ่อนกว่าสีเม็ดมะปรางกลมกลืนไปกับ
ควันจาง ๆ ที่ขึ้นมาจากระท่อมสร้างด้วยโคลนกระจัด
กระจายอยู่ตามท้องทุ่ง ในสมัยโบราณ หุบเขาบามิยันมี
สมญาว่า “หุบเขาแห่งปวงเทพยดา”
การก่อสร้างพระพุทธรูปยืนที่ใหญ่ที่สุดในโลกในบามิยัน
ภิกษุอ่วนจัง เดินทางมาจากเมืองจีนถึงบามิยันใน
พ.ศ. ๑๑๗๕ เล่าว่า “เราเข้าสู่เขตภูเขาหิมะอันยิ่งใหญ่
จากทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ที่นี่มีหุบเขามากมาย แต่ละ
แห่งลึกลงไปจนยอดเขาสูงน่ากลัวอันตราย เรารู้สึก
แข็งแกร่งมากเมื่อได้มายืนอยู่ที่นี่ ยอดเขาหิมะท่วมทับสูง
แม้ในฤดูร้อน อุณหภูมิก็ยังต่ำจนเยือกแข็ง....เลยไปทาง
ทิศเหนือของหุบเขาบามิยัน เป็นหน้าผาสูงตระหง่าน มี
ช่องเจาะคล้ายรังผึ้งสิบๆ ช่อง ถ้ำเหล่านี้ ขุดจากเนื้อหิน
ของหน้าผา พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในโลก แกะสลัก
ด้วยหินประทับยืนอย่างสง่างามสององค์ สูง ๑๗๕ ฟุต และ
๑๒๐ ฟุต อยู่ห่างกัน ๔,๐๐๐ ฟุต (ยาว ๒ ไมล์) พระ
พักตร์ลีทอง ดวงพระเนตรส่องแสงประกายงามด้วยรัตนมณี”
พระพุทธชมนะและพระพุทธสาลสาล
พระภิกษุสงฆ์ห่มจีวรเหลืองอร่ามในบวรพุทธศาสนา
เลือกหน้าผาที่มองลงไปเห็นหุบเขาอยู่เบื้องล่าง ตรงจุดที่
ท่านยืนอยู่ท่านเลือกเป็นวิหารถ้ำสำหรับเป็นที่ปฏิบัติธรรม
ท่านยังได้ขุดช่องทางเดินวนเวียนไปมา มีทั้งทางเดิน เวิ้ง
หรือช่องเว้าเข้าไปในกำแพง อ่าวเล็กๆ ที่คอดเว้าเข้าไป
เป็นโพรงดิน เป็นต้น และงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของท่าน คือ
งานแกะสลักพระพุทธรูป มีหลายระดับชั้นหิน ทั้งลงลึก
จนถึงต่ำสุด และยกขึ้นจนถึงสูงสุด ฉาบด้วยปูนผสม
ทรายและหินอ่อนปน ที่เรียกว่า 55000 มีห้องหรือกุฏิ
หน้าผาของพระและห้องโถงใหญ่สำหรับสวดมนต์และ
นั่งสมาธิร่วมกัน
พระพุทธรูปทั้งสององค์นี้ คลุมด้วยโคลนและฟาง
ผสมกันเพื่อปั่นให้เห็นพระพักตร์อันเมตตากรุณา แกะ
สลักพระหัตถ์และจับจีบผ้าจีวร แล้วทาปูนฉาบ พระหัตถ์
และพระพักตร์ทาสีทอง พระพุทธรูปองค์ใหญ่ทาสีแดง
องค์เล็กกว่าทาสีฟ้า
วิธีจับจีบผ้าจีวร ใช้หลักการที่ทำให้แผ่ออกไม่คล้าย
น้ำกระจายด้วยสายลมอ่อนพัดผ่าน เห็นเป็นเงาสะท้อน
สงบเงียบในสระน้ำนิ่ง
ช่างศิลปรุ่นเก่าของบามิยัน ผสมปูนขาวเช้ากับทราย
และน้ำท่า รอยจีบผ้า ขาขวาของพระบรมศาสดา มีรูเจาะ
แสขา สหร เมษาชน พ.#5. เต#TW ๔๕